ทหารเกณฑ์ กับชีวิตในค่ายทหารของเขา!!!

แดง ทบ.2 !!! พอสิ้นเสียงประกาศในหัวมันก็รู้สึกมึนๆ วิ้งๆ เกิดอาการหูดับไปชั่วขณะ ตอนแรกยอมรับว่าทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะแสดงออกยังไง รู้สึกชาไปทั้งตัว แต่อีกใจนึงก็กลัวเสียหน้า พยายามอำพรางความรู้สึกทุกๆ อย่างไว้ภายใต้รอยยิ้มเจื่อนๆ เพราะด้วยบรรยากาศ ฝูงชนบรรดาญาติๆ ของผู้มาคัดเลือกทหาร ส่งเสียงกรี๊ดทุกครั้งเวลามีคนจับได้ใบแดง และพากันส่งเสียงหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนาน เวลาที่มีคนเข่าอ่อน หรือเป็นลมเวลาโดนใบแดง คิดในใจจะมีความรู้สุขอะไรนักหนากับการที่เห็นคนอื่นมีความทุกข์เนี่ย...(บ่นในใจเพราะเครียด)

แต่แล้วความเชื่อที่ว่า คนมีตั้งเยอะแยะ คงไม่ใช่เราหรอก ก็ถูกทำลายลงด้วยแผ่นกระดาษเล็กๆ สีแดงเพียงใบเดียว...แต่คนแบบเรามันนักสู้อยู่แล้ว นั่งเครียดนอนเครียดไป ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา พอนึกได้แล้วก็กำหมัดแน่น พร้อมปลุกความเป็นนักสู้ที่อยู่ในตัว แล้วหยิบร้องเท้าออกไปวิ่ง เตรียมพร้อมก่อนเข้าค่าย...เพราะเรารู้ดีว่า ตัวแปรที่สำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้เอาตัวรอดในค่ายในเวลา1ปีได้นั้น คือทัศนคติ เราต้องมองโลกในแง่ดีเข้าไว้ เตรียมใจถึงสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่อาจจะเกิดขึ้น แก้ผ้า(แบบถอดหมดทุกชิ้นต้องมาแน่) วิ่งวันละหลายกิโล หรือตอนกินต้องมีไรแปลกๆ วิธีกินพิศดารต้องมาแน่ แล้วอีกอย่างที่สำคัญผมต้องยอมรับทรงผมเกรียนๆ ไปตลอด1ปี ซึ่งผมเป็นคนรักผมตัวเองมาก รู้สึกมันเป็นอีกหนึ่งจุดขาย ฮ่าๆ(เป็นผู้ชายผมเส้นเล็ก ตรง) และต้องทำใจยอมรับว่าตั้งแต่เช้ายันค่ำ ทุกวินาทีของชีวิตเราจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ไป ไป ไป...(เสียงสะท้อนในใจ)

พอรู้ตัวอีกที ผมก็นั่งอยู่บนรถหกล้อทหารแล้ว(ต้องไปนั่งรถบัสต่ออีกทีนึง) ท่ามกลางชายล้วนทั้งคันที่ไม่คุ้นหน้าคร่าตาใครเลยซักคน แต่ละคนบึกบึน ตัวใหญ่ๆ กันทั้งนั้น ตัดภาพมาที่ตัวเองผอมกระหร่อง สภาพ...

ตัดภาพมาที่ ก่อนที่จะแยกหน่วยฝึก(ซึ่งคนเยอะมากๆ) ผมก็ถูกแปะป้ายเป็นสีเหลืองตอนแยกโรค(คือมีอาการไข้ ไม่สบายงี้ แต่ไม่รุนแรงถูกจับใส่แมสก์) ตัดภาพมาอีกทีตอนมาถึงหน่วยฝึกของตัวเอง ด่านแรก ก็เลือกไซส์รองเท้า ไซส์เสื้อผ้า ระหว่างรอก็มีครูฝึกมาพูดนี่นั่นชวนคุย แบบตลกๆ ให้คลายเครียด ก็รู้สึกดีขึ้นมานิดนึง หลังจากนั่งเกร็งเครียดมาทั้งวัน พอไปห้องต่อไปนี่ซิ ห้องเชือดของจริง!!!

 ก่อนอื่นก็ต้องฝากของทุกอย่างที่เอามา แล้วก็จะมีโต๊ะซักประวัตินู่นนี่ และสุดท้ายทุกคนต้องแก้ผ้าออกแบบทุกชิ้น เพื่อเปลี่ยนเป็นชุดลำลองทหาร ซึ่งเขาก็จะปล่อยไปเป็นแถวๆ ต้องถอดพร้อมกันอีก ถอดเสร็จก็ต้องรอก่อน เขาก็จะสั่งหมุนตัว อ้าวก้มลงเอามือจับข้อเท้า อ้าวกระโดด แต่ละครั้งก็จะตามมาด้วยเสียงหัวเราะชอบใจ ของเพื่อนๆ ที่นั่งรอ...ส่วนผมซึ่งเตรียมใจมาแล้วก็ดีหน่อย อาย แต่ก็ถอดเสื้อผ้าออกโดยง่าย ไม่เหมือนบางคน กล้าๆกลัวๆ ไม่กล้าถอดบ้าง เอามือปิดหน้าปิดหลังบ้าง สู้รีบทำให้เสร็จๆ ไปเลยดีกว่า และเคล็บลับของผมคือพยายามมองตรงอย่างเดียว ไม่มองของตัวเอง ไม่มองของคนอื่น ทำตาเบลอๆไว้(ความอายก็น้อยลง) ฮ่าๆ 

และนี่คืนวันแรก ที่เข้ามาในค่าย และเป็นวันแรกที่ต้องกระโดดดึ๋งๆ แกว่งไปมา ฟาดงวงฟาดงาต่อหน้าผู้คนนับร้อยคน...และการเตรียมใจของผมก็ไม่สูญเปล่า แต่ก็ไม่นึกว่าจะเร็วขนาดนี้ ฮ่าๆ ซึ่งผมต้องเจออะไรอีกเยอะมากกกกกกก ตอนนั้นคงขำไม่ออก แต่พอมานึกย้อนดู บอกเลยเรื่องฮา เยอะม๊วก ฮ่าๆ ทั้งเหนื่อย ทั้งเจ็บ ทั้งฮา และบางเรื่องที่สุ่มเสี่ยงว่าจะเล่าได้ไหม ฮ่าๆ สุดท้ายแล้วเราเลือกไม่ได้ เมื่อมันได้เข้ามาแบบงงๆ แล้ว เราก็ต้องสู้ ทุกเรื่องราวในชีวิตมันฝากร่องรอยที่เป็นความสุข ไม่ก็ความทุกข์ไว้ในความทรงจำ...ในครั้งนี้ก็เช่นกัน

ปล.เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากเค้าโครงเรื่องจริง
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่