คนที่บอกว่าเริ่มต้นจากศูนย์นี่เขาเอาเงินจากไหนมาลงทุนคะ

สงสัยมากค่ะว่าคนที่บอกว่าชีวิตของเขาเริ่มต้นจากศูนย์ ทำนู้นนี่จนมีเงินเข้าบัญชีเดือนละหลักแสน หรือหลักล้าน เขาเอาเงินจากที่ไหนมาตั้งต้นลงทุนคะ
หรือจริงๆแล้วมันก็ไม่ใช่ว่าจะ0เสมอไป

เราเป็นอีกคนที่คิดว่าตัวเองเริ่มต้นจาก0 ไม่มีเงินเก็บ ไม่มีที่ดิน เป็นพนักงานเงินเดือน 
แต่ละเดือนมีเงินเก็บอยู่บ้างแต่ไม่เยอะ ถ้าไม่หักเอาไว้ก่อนแทบจะไม่เหลือด้วยซ้ำ เพราะมีพ่อแม่ต้องดูแล มีค่าใช้จ่ายต่างๆที่บีบบังคับ
เราเช่าห้องเดือนละ1,200ค่ะ ไม่มีรถยนต์ รถมอเตอร์ไซด์ผ่อนหมดแล้ว แทบจะไม่มีภาระอะไรต้องผ่อน แต่เงินก็ไม่เหลือ
เงินเก็บที่พอจะมีถ้าลงทุนในกองทุนหรือหุ้น คำนวณออกมาแล้วถ้าได้กำไรก็ไม่ถึงหลักแสนอยู่ดี

แล้วคนที่เขาบอกว่าตัวเองเริ่มจาก0นี่เขาเอาเงินที่ไหนมาลงทุน ทั้งๆที่เครดิตจะขอกู้ก็ไม่มี
ถ้าจะบอกว่าเริ่มจากงานที่ไม่ต้องลงทุนเช่นเป็นนายหน้า มันก็ต้องมีค่าน้ำมันรถ ค่าเดินทาง หรืออื่นๆอยู่ดี
อีกอย่างอาชีพนายหน้าตอนเริ่มต้นก็ไม่ได้ซื้อง่ายขายคล่องขนาดนั้น

เราเข้าใจนะคะว่า0ที่ว่านี้ไม่ได้หมายความว่า 0 บาท แต่ถ้ามันไม่มีต้นทุนชีวิตจริงๆ เช่น ไม่มีที่ดินค้ำประกัน เขาเอาทุนจากไหนมาทำรายได้เดือนละเป็นแสนคะ บางคนขายเครื่องสำอางค์ออนไลน์ ค่ายิงแอดโฆษณาถ้าไม่ยิงโหดก็เข้าถึงลูกค้าได้น้อย

ถ้าเราเข้าใจอะไรผิดไปบอกได้นะคะ หรือมีเรื่องอะไรแนะนำก็บอกได้เลยนะคะ อ่อนหัดจริงๆ

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 33
ถึงตอนนี้จะยังไม่มีธุรกิจเป็นของตัวเอง เป็นพนักงานเงินเดือนทั่วๆไป แต่ก็มีเงินเก็บและทรัพย์สินที่เข้าข่ายที่เจ้าของกระทู้ถามมา
เงินสดเกิน 1 ล้านบาท, คอนโดให้เช่า 2 ห้องเล็กๆ, รถยนต์ 1 คัน ไม่ได้ซื้อบ้านหรือคอนโดอยู่เองเพราะเป้าหมายคือการย้ายไปต่างประเทศค่ะ

ตอนนี้อายุกำลังจะ 27 แล้ว ทำงานมาเกือบ 4 ปีหลังเรียนจบ กล้าพูดเลยว่าเริ่มต้นจาก 0 จริงๆค่ะ
เพราะขนาดตอนเข้ามหาลัยได้ เรากับแม่ยังนั่งเครียดกันอยู่เลย เพราะไม่รู้จะมีค่าเทอมจ่ายหรือเปล่า เพราะค่าเทอมหลักแสนต่อเทอมเลยค่ะ
เราสอบติดคณะดัง ในมหาลัย top 3 เลย แล้วดันเป็นคณะอินเตอร์ด้วย ทั้งๆที่เราเรียนโรงเรียนมัธยมไทยธรรมดาๆเลย
เราเองมีเงินเก็บอยู่บ้างจากการสอนพิเศษช่วงมัธยม แต่ก็คงไม่พอจ่ายค่าเทอมจนเรียนจบแน่ๆ
แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเรียนที่นี่ แม่บอกว่าต่อให้ต้องขายบ้านส่งเราเรียนก็จะทำ เพราะเราเรียนเก่ง และแม่มองเห็นอนาคตถ้าจบจากคณะนี้ได้จริงๆ

เราโตมาอย่างยากลำบาก เพราะแม่โดนญาติพี่น้องกันเองหลอกให้ลาออกจากงานในกรุงเทพ กลับไปช่วยงานที่ต่างจังหวัด
เขาบอกจะให้เงินเดือนแม่เท่าที่แม่ได้ในกรุงเทพ แต่พอเอาเข้าจริงๆ เขาให้แม่เดือนละ 4,000 ทั้งๆที่เขารู้ว่าแม่มีเราที่ยังแบเบาะอยู่เลย
ตอนเด็กๆเราต้องหิ้วถุงพลาสติกช่วยแม่เดินขายในตลาดนัด คนในตลาดเขาเอ็นดูก็ช่วยซื้อกัน บางทีแม่ต้องขี่สามล้อพ่วงเร่ขายกลางฝนก็มี
เราจำความเหนื่อย ความลำบาก จำภาพที่ซื้อข้าวกล่องนึงแบ่งกันกิน 2 คนแม่ลูกได้เป็นอย่างดี และเราไม่อยากกลับไปมีชีวิตแบบนั้นอีก

พอได้เข้าไปเรียนในคณะ เราตั้งใจเรียนมาก สอบได้คะแนนดีเลยยื่นขอทุน 50% เพราะรู้ตัวว่าทุน 100% คงโดนเด็ก top เอาไปแล้วแน่ๆ
แต่หลังจากสัมภาษณ์ทุน ผลคือคณะพิจารณาทุนเต็มจำนวนให้เราค่ะ เท่ากับเราได้เรียนฟรี และมีเงินเดือนให้ด้วย แลกกับช่วยงานคณะ
ระหว่างเรียนมหาลัย เราก็สอนพิเศษไปด้วย ขายเสื้อผ้าเล็กๆน้อยๆไปด้วย เริ่มวางแผนการเงินตั้งแต่ตอนเรียนเลย
4 ปีที่ทำงานระหว่างเรียนมหาลัย เราเก็บเงินได้เยอะมาก เยอะจนหันกลับไปมองอดีตแล้วตกใจว่ามาไกลขนาดนี้ได้ยังไง
พอเรียนจบมา เพื่อนในคณะได้รถยุโรปกันคนละคันเป็นเรื่องปกติเลย จำได้ว่าเพื่อนคนนึงโดนแม่จ้างให้ไปเรียนต่อที่อังกฤษด้วย Rolex 2 เรือน
แต่แม่เราไม่ได้มีของขวัญอะไรให้เลย มีแค่รอยยิ้มของแม่ที่เป็นของขวัญให้เราในวันรับปริญญาเท่านั้นเองค่ะ ไม่มีญาติมางาน อยู่กัน 2 คนแม่ลูก

เรียนจบก็ได้ทำงานในบริษัทต่างชาติ เงินเดือน 40k ไม่รวมค่า on site ในต่างประเทศ, ค่ารถยนต์, ค่าน้ำมัน, ค่าโทรศัพท์ บริษัทออกให้หมดเลย
เงินเดือนเก็บหมด เงิน on-site allowance ก็เหมือนได้ฟรี เพราะมื้อเช้าทานที่โรงแรม ส่วนมื้อเที่ยงและ dinner ลูกค้าจะพาไปอยู่แล้ว
เราทำงานเสริมด้วย รับหิ้วของในห้างบ้าง หิ้วของ Designer Brand จากต่างประเทศบ้างเวลาบริษัทส่งไป on site บ้าง
เราหาเงินและเก็บเงินตัวเป็นเกลียวเลยค่ะ มีวินัยทางการเงินมากๆ ใช้ชีวิตมีสติมากๆ เพราะคิดตลอดว่าเราจะพลาดไม่ได้ เราไม่มี backup
ทำงานครบปีแรกก็รวบรวมเงินที่เก็บมาตั้งแต่ตอนเรียน ซื้อคอนโดห้องเล็กๆด้วยเงินสดเพื่อปล่อยเช่า และมีเงินสดเก็บหลักแสนกลางๆด้วย
ทำงานจบปีที่ 2 ก็ซื้อคอนโดปล่อยเช่าเพิ่มอีกห้อง ส่วนตัวเองยังเช่าอยู่เพราะค่าเช่าถูกกว่าดอกเบี้ย และไม่คิดจะอยู่ไทยถาวรด้วยค่ะ

จนตอนนี้ หลายคนรอบตัวบอกว่าเราประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย แต่จริงๆแล้วไม่ค่อยมีใครเห็นว่าตลอด 27 ปีที่ผ่านมาเราผ่านอะไรมาบ้าง
บางคนคิดว่าเรามาจากครอบครัวที่มีมาก่อน แต่เปล่าเลย ข้าวกล่องยังต้องแบ่งกับแม่เลยค่ะ เราสู้ชีวิตจากศูนย์มาตลอด เหมือนจะติดลบด้วยซ้ำ
เงินที่เอามาซื้อคอนโดปล่อยเช่าก็เป็นเงินเก็บจากน้ำพักน้ำแรงตั้งแต่ตอนเรียนจนถึงตอนทำงาน มาจากการทำงาน 6-7 วันต่อสัปดาห์ค่ะ
ตอนเรียนมหาลัย ในขณะที่เพื่อนดูซีรีส์กันหลังเลิกเรียน บางคนไปเดินห้าง ช็อปปิ้ง กินเหล้ากัน
ตัดภาพมาที่เรานั่งสรุปยอดส่งลูกค้า แพคของเตรียมส่ง เสร็จแล้วเตรียมเนื้อหาสอนพิเศษต่ออีกตลอด 4 ปีที่เรียน ทุกอย่างทำคนเดียวหมด
ถ้าคณะเรียกให้ไปช่วยงานใช้ชั่วโมงทุนก็ต้องไป บางทีก็ช่วยอาจารย์ตรวจการบ้านรุ่นน้อง เพราะได้ทุนแล้วต้องทำงานช่วยเขา
มีเวลาเหลือถึงจะได้ออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน ไปกินเหล้าเฮฮากับเพื่อน นอนห้องเพื่อนได้บ้าง แต่ไม่บ่อยเพราะต้องประหยัดและไม่ค่อยว่าง

ต้นทุนของเราไม่ใช่เงินค่ะ แต่เป็นแรงกาย แรงใจ สมอง ความมีวินัย มีสติอยู่ตลอดเวลา และความคิดที่จะหาแต่เงินอย่างเดียวเลยเพราะเคยไม่มี
ทั้งหมดนั้นหลอมรวมกันทำให้เรามีทุกอย่างในวันนี้ได้ค่ะ เราเชื่อว่ามีคนอีกไม่น้อยที่มีทรัพย์สินหลักล้าน สิบล้าน ร้อยล้านได้ด้วยสิ่งเดียวกับเราค่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
ผมไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่ต่ำกว่า ตอนนั้นการเงินติดลบหนี้ครึ่งล้านตอนเริ่ม

เริ่มตอนทำงานประจำ ก็ยังมีเงินเดือนไว้หมุน ๆ เลี้ยงชีพ ธุรกิจที่ทำคือออนไลน์ ทุนเริ่มต้นศูนย์บาทสนิท

โน๊ตบุ๊ค และเน็ตมีอยู่แล้ว ศึกษาเทคนิคการตลาดจากในเน็ต
เว็บไซต์ทำเอง การตลาด คอนเทนต์ศึกษาทำเอง

ค่าซอฟต์แวร์ ค่าโฮสต์เว็บ ค่า FB ad ก็รูดบัตรเครดิตเอา แล้วเอาเงินเดือนไปหมุน ๆ จ่ายระหว่างยังไม่มีกำไร
ขายของก็รับเงินก่อน เอาเงินไปหมุนบริหาร ฯลฯ

ทำวน ๆ ไปแบบนี้ จากหมื่นเป็นแสน จากแสนเป็นล้านในที่สุด ราว ๆ ปีที่สองปิดหนี้ที่เกริ่นไว้ได้หมดสิ้นครับ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่