คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 5
ผมในฐานะที่ทำธุรกิจ และ ลงทุนจนมีพอร์ต 100 ล้าน
ขอตอบให้ครับว่า สองอย่างนี้หลักการในการประสบความสำเร็จ
มันขัดกันครับ
ถ้าไม่เข้าใจ ก็สำเร็จยากครับ
หลักการในการทำธุรกิจ คือ ห้ามยอมแพ้
หลักการในการลงทุนในตลาดหุ้น คือ ต้องแพ้ให้เป็น
ขอตอบให้ครับว่า สองอย่างนี้หลักการในการประสบความสำเร็จ
มันขัดกันครับ
ถ้าไม่เข้าใจ ก็สำเร็จยากครับ
หลักการในการทำธุรกิจ คือ ห้ามยอมแพ้
หลักการในการลงทุนในตลาดหุ้น คือ ต้องแพ้ให้เป็น
Redtape ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6268276 ถูกใจ, ibaboo ถูกใจ, TENET ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1869191 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1340320 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1580394 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6336650 ถูกใจ, sabdee ถูกใจ, อันตรายที่สุดคือการคาดหวัง ถูกใจรวมถึงอีก 101 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 9
แม้ มีความฉลาดหลักแหลม วิเคราะหุ้นมาดี ซื้อหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งเกร่ง ในราคาที่เหมาะสม แต่อาจแพ้ใจตนเอง...
เพราะหลายคนที่เริ่มต้นด้วย อุดมการณ์อยากลงทุนในหุ้นจริงจังจะเป็นviคนนึง
แต่ในจังหวะที่กอดหุ้นอยู่ในมือ ก็หลงกล การทำราคาในแต่ละวัน ที่ขึ้นลงมีส่วนต่างจนรู้สึกอยากได้อยากคว้าโอกาสนี้ เช่น เรามีหุ้นใดๆอยู่แสนหุ้นในราคา10บาท ในแต่ละวัน เจ้ามือ หุ้นนั่นๆ จะแกล้งทำราคา ให้ หุ้นนี้ มีการขึ้นลง อยู่ในช่วง8-12บาท
การขึ้นลงของความต่างราคานี้ ทำให้คนที่กอดหุ้นหมายจะเป็นvi จริงจังหุ้นกลายเป็นคนเล่นหุ้น ใจแตก เพราะ รู้สึกเสียโอกาส ที่หลงคิดไปว่า ถ้าเราขายที่11-12บาทให้ได้ แล้วลงมารับที่8-9บาท เราจะได้ส่วนต่างฟรีๆทำเงินได้วันละหลายแสน และยังมีหุ้นในมือเท่าเดิมอยู่ในแต่ละวัน รูปแบบการทำราคานี้
ไม่เป็นไปตามกลไกที่แท้จริง เพราะจะมีเจ้ามือ คอยโยนทำราคาอยู่ โดยที่เราไม่อาจซื้อหรือขายในราคาที่หวังไว้
จึงเหมือนซื้อขายผิดทางไปหมด ทุนก็น้อยลงๆไป ดังนั่นเมื่อทุกอย่างถูกต้องแล้ว การจะชนะตลาด ก็คือห้ามหวั่นไหว กับการหลอกล่อ ทำราคาในแต่ละวันเด็ดขาด ให้มองเป็นการลงทุน หวังปันผล อย่างเดียว หรืออาจจับจังหวะดีๆที่ราคาขึ้นเพราะปัจจัยเปลี่ยนกระทันหัน เช่น อุบัติเหตุต่างๆแล้วทำให้สินค้าของหุ้นเรามีราคาขึ้นมา ก็สามารถขายในรอบใหญ่ๆแบบนี้ไปก่อนได้ เพราะ เมื่อสภาวะปกติ ราคา คงมาที่เดิมและมีรูปแบบอินไซอื่นๆ ที่มีผลต่อการขึ้นลง เราสามารถเกาะกระแส เป็นรอบๆอย่างรอบคอบในการซื้อขายได้(แม้ยังเสี่ยงก็ยังน้อยกว่า ซื้อขาย ในทุกๆวัน)
และอีกเหตุผลนึง ที่ขาดทุนกันเยอะ คือพวกทุนน้อย มีเงินแค่หลักแสน หรือไม่กี่ล้าน การจะซื้อ เพื่อลงทุน รอปันผล จะรู้สึกว่าคิดเป็น%ในแต่ละปีได้น้อยไป การจะได้เยอะๆคือต้องเสี่ยงปั่นรอบซื้อๆขายๆหลายๆครั้งหวังช่องสองช่อง เก็บเล็กผสมน้อย หรือกะหาเงินพอกินพอใช้แต่ละวันในรูปแบบนี้
การมีทุนน้อยหวังผลเยอะแบบนี้
จึงเข้าทาง ของเจ้ามือที่คอยปั่นราคา หลอกล่ออยู่ โดยที่เรา ชนะได้ยากมากๆ
สรุป การลงทุนในตลาดหลักทรัพ จะกลายเป็นตลาดหลอกทรัพทันที ถ้าเราไม่จริงจังลงทุนจริงๆ เพราะต่อให้เราดูครบ8ทิศ กราฟ.แท่งเทียน.โปรแกรม.ราคาล่วงหน้าจากต่างประเทศ.ข่าววงใน และอื่นๆ ที่ควรขับเคลื่อนราคาให้เป็นไปตามกลไกนั่นๆตามจริง ปัจจัยตามจริงนั่น กลับไม่ทำให้หุ้นขึ้นลงได้แบบนั่นจริงๆ(เรารู้เจ้ามือรู้)
จึงมีการควบคุมบิดเบือนราคาโดยมีเหตุผลอีก108มารองรับการบิดเบือนนี้..แต่การบิดเบือน จะใช้ได้ผลในระยะสั้น (ไว้กินพวกเล่นสั้น)เมื่อ ปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยนจริงๆ ยังไงราคาก็ต้องสะท้อน ความจริงออกมาในระยะยาว หุ้นจึงไม่ควรเล่น ต้องจริงจังกับมันจริงๆดีที่สุด ครับ
เพราะหลายคนที่เริ่มต้นด้วย อุดมการณ์อยากลงทุนในหุ้นจริงจังจะเป็นviคนนึง
แต่ในจังหวะที่กอดหุ้นอยู่ในมือ ก็หลงกล การทำราคาในแต่ละวัน ที่ขึ้นลงมีส่วนต่างจนรู้สึกอยากได้อยากคว้าโอกาสนี้ เช่น เรามีหุ้นใดๆอยู่แสนหุ้นในราคา10บาท ในแต่ละวัน เจ้ามือ หุ้นนั่นๆ จะแกล้งทำราคา ให้ หุ้นนี้ มีการขึ้นลง อยู่ในช่วง8-12บาท
การขึ้นลงของความต่างราคานี้ ทำให้คนที่กอดหุ้นหมายจะเป็นvi จริงจังหุ้นกลายเป็นคนเล่นหุ้น ใจแตก เพราะ รู้สึกเสียโอกาส ที่หลงคิดไปว่า ถ้าเราขายที่11-12บาทให้ได้ แล้วลงมารับที่8-9บาท เราจะได้ส่วนต่างฟรีๆทำเงินได้วันละหลายแสน และยังมีหุ้นในมือเท่าเดิมอยู่ในแต่ละวัน รูปแบบการทำราคานี้
ไม่เป็นไปตามกลไกที่แท้จริง เพราะจะมีเจ้ามือ คอยโยนทำราคาอยู่ โดยที่เราไม่อาจซื้อหรือขายในราคาที่หวังไว้
จึงเหมือนซื้อขายผิดทางไปหมด ทุนก็น้อยลงๆไป ดังนั่นเมื่อทุกอย่างถูกต้องแล้ว การจะชนะตลาด ก็คือห้ามหวั่นไหว กับการหลอกล่อ ทำราคาในแต่ละวันเด็ดขาด ให้มองเป็นการลงทุน หวังปันผล อย่างเดียว หรืออาจจับจังหวะดีๆที่ราคาขึ้นเพราะปัจจัยเปลี่ยนกระทันหัน เช่น อุบัติเหตุต่างๆแล้วทำให้สินค้าของหุ้นเรามีราคาขึ้นมา ก็สามารถขายในรอบใหญ่ๆแบบนี้ไปก่อนได้ เพราะ เมื่อสภาวะปกติ ราคา คงมาที่เดิมและมีรูปแบบอินไซอื่นๆ ที่มีผลต่อการขึ้นลง เราสามารถเกาะกระแส เป็นรอบๆอย่างรอบคอบในการซื้อขายได้(แม้ยังเสี่ยงก็ยังน้อยกว่า ซื้อขาย ในทุกๆวัน)
และอีกเหตุผลนึง ที่ขาดทุนกันเยอะ คือพวกทุนน้อย มีเงินแค่หลักแสน หรือไม่กี่ล้าน การจะซื้อ เพื่อลงทุน รอปันผล จะรู้สึกว่าคิดเป็น%ในแต่ละปีได้น้อยไป การจะได้เยอะๆคือต้องเสี่ยงปั่นรอบซื้อๆขายๆหลายๆครั้งหวังช่องสองช่อง เก็บเล็กผสมน้อย หรือกะหาเงินพอกินพอใช้แต่ละวันในรูปแบบนี้
การมีทุนน้อยหวังผลเยอะแบบนี้
จึงเข้าทาง ของเจ้ามือที่คอยปั่นราคา หลอกล่ออยู่ โดยที่เรา ชนะได้ยากมากๆ
สรุป การลงทุนในตลาดหลักทรัพ จะกลายเป็นตลาดหลอกทรัพทันที ถ้าเราไม่จริงจังลงทุนจริงๆ เพราะต่อให้เราดูครบ8ทิศ กราฟ.แท่งเทียน.โปรแกรม.ราคาล่วงหน้าจากต่างประเทศ.ข่าววงใน และอื่นๆ ที่ควรขับเคลื่อนราคาให้เป็นไปตามกลไกนั่นๆตามจริง ปัจจัยตามจริงนั่น กลับไม่ทำให้หุ้นขึ้นลงได้แบบนั่นจริงๆ(เรารู้เจ้ามือรู้)
จึงมีการควบคุมบิดเบือนราคาโดยมีเหตุผลอีก108มารองรับการบิดเบือนนี้..แต่การบิดเบือน จะใช้ได้ผลในระยะสั้น (ไว้กินพวกเล่นสั้น)เมื่อ ปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยนจริงๆ ยังไงราคาก็ต้องสะท้อน ความจริงออกมาในระยะยาว หุ้นจึงไม่ควรเล่น ต้องจริงจังกับมันจริงๆดีที่สุด ครับ
Redtape ถูกใจ, ibaboo ถูกใจ, TENET ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6336650 ถูกใจ, ร้อยตะวัน หลงรัก, master_zo ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1488461 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6179298 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6416454 ถูกใจ, Pauler หลงรักรวมถึงอีก 16 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
เราเเปลกใจมากเลยพ่อเราเป็นคนเก่งหาเงินได้จากธุรกิจเยอะ เเต่ทำไมถึงเล่นหุ้นจนหมดตัวหมดเงิน9ล้านบาท