เป็นไปได้หรือไม่ ที่ใบรับรองการตายที่หมอเขียนให้จะไม่ใช่สาเหตุที่เเท้จริง?

พยาบาลพบว่า คุณยายปลุกไม่ตื่น เวลาประมาณเที่ยงคืนค่ะ เนื่องจากผ่าตัดสำไส้ (ระยะ1)

ในวันที่ 1 วันผ่าเสร็จ อยู่ ICU 3 วัน ก่อนนัดผ่าได้มีการพูดคุยตกลงกันเรียบร้อยว่า จะเป็นการดมยาสลบ ใส่ท่อช่วยหายใจไว้ระหว่างผ่า และอยู่ใน ICU ต่อ วันที่ 3 ก็ออกจาก ICU ได้ ถอดท่อ แล้วอยู่ในห้องพักฟื้นธรรมดาค่ะ วันที่ 5 หมอแจ้งว่า คุณยายอารมณ์ดี หมอถามเจ็บไหม คุณยายบอก ยายม่ายเจ๊บบบ~ ยายสบายดีย์~

เนื่องจากคุณยายมีโรคประจำตัวคือ โรคหัวใจ และเบาหวาน ทำบอลลูนไป 2 ที่เมื่อ 11 มิถุนายน และผ่าลำไส้ 5 สิงหาคมค่ะ หลังจากปลุกไม่ตื่น เราก็รีบมาถึงประมาณตี 1 ทั้งเราเเละหมอคิดว่า โรคหัวใจกำเริบค่ะ หมอเล่าว่า ตอนเย็นก่อนเสียท่านซึมๆ ไป พอปลุกไม่ตื่น ในโทรศัพย์หมอก็ถามเราว่าจะทำอย่างไร เราขอให้คุณหมอกู้ชีพค่ะ 20 นาที หัวใจกลับมาเต้นหลังหยุดเต้นไปแล้ว

ในโทรศัพย์และตอนเรามาถึง หมอโน้มน้าวด้วยความเมตตา และจิตวิทยาของคุณหมอ ที่คุณหมอทำด้วยใจบริสุทธิ์นะคะ ให้ปล่อยท่านไปอย่างสงบ เพราะท่านปลุกไม่ตื่น ไม่ตอบสนองเลย เรากลั้นใจทรมานมาก ไม่อยากจะเซนไม่อยากจะเขียนว่า จะหยุดกู้ชีพทั้งหลายทั้งปวง เเต่เพื่อยายค่ะ หนูทำเพื่อยาย ไม่อยากให้ยายที่จากไปอย่างสบาย กลับมาทรมานด้วยเครื่องมือเเพทย์อีก

เนื่องจากโควิดต้องทำอะไรเร็ว กว่าจะได้เห็นใบรับรองการตายก็บ่ายแล้ว หมอเขียนว่า ติดเชื้อในกระเเสเลือดค่ะ พอเห็นก็ค่อนข้างช็อคเล็กน้อย แต่เข้าใจตัวโรคค่ะ ร่างกายอ่อนแอมันก็เข้าไปได้ง่าย และสู้กับเชื้อโรคไม่ไหว

แต่มีบางอย่างติดใจเรา คือ เป็นไปได้ไหม ที่จะไปเพราะเหตุอื่น เช่น หัวใจวาย หรือหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หรือกินยาไม่ต่อเนื่อง หรือคุมอาหารไม่ดีพอ หรือร่างกายไม่พร้อม แต่ฝืนผ่าตัด ก่อนหน้านั้นได้ ทำเเอคโค่หัวใจดูความพร้อมของหัวใจหรือไม่ หรือหัวใจเกิดภาวะตรึ่งเครียด เนื่องจากงดยาละลายลิ่มเลือด 1 ตัว ที่หมอโรคหัวใจไม่อยากจะให้งด แต่หมอดมยาลงมติ ให้งด 1 ตัวจาก 2 ตัว หรือช๊อคจนโคม่าด้วยสาเหตุใด มาพบช้าหรือไม่จนช่วยไม่ทัน ยายเคยช็อคที่บ้าน ปลุกไม่ตื่นประมาณเกือบ 3 ชม. เราเรียกรถฉุกเฉินช่วยยายทัน

มันรู้สึกผิดไปหมดค่ะ ผิดมากๆ ต้นเหตุมันมาจากเราหรือเปล่า ปกติยายนอน รพ. เรามาเยี่ยมทุกวันตั้งแต่เที่ยงถึง 6 โมง มาส่งและรับกลับตลอด เยี่ยมไม่ได้ก็โทรมาถามอาการทุกวัน วันที่ยายผ่า พยาบาลโทรมาบอกว่า ยายมาพักฟื้นห้อง ICU แล้ว เราเเปลเองว่าการผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี และเราก็ต้องคอยไปรับส่ง ยายอีกคนที่ต้องไปฟอกไตด้วย พอโทรหา รพ. กลับโทรไม่ติดพอดี เลยคิดว่า เดี๋ยววันรุ่งขึ้นจะโทรและตั้งใจจะฝากพยาบาลไปบอกยาสว่า หลานโทรมาหานะ แต่ก็ไม่ทันได้ทำ เหตุนี้ยายคิดถึงหลานมากหรือเปล่า มันทำให้ครั้งนี้ยายเหงา ยายโดดเดี่ยว และไม่สู้หรือเปล่า

เขางดเยี่ยม เราบอกกันไว้ว่า เดี๋ยวถ้ายายเเข็งแรง พยาบาลจะโทรมาบอกให้หนูมารับยายกลับ ไว้เจอกันน๊า ขนขนมไปพยาบาลเอาไปทิ้งเเน่ เราก็เเซวหัวเราะกับยาย บอกยายว่า เจอกันวันมารับกลับ เราก็บ๊ายบายกัน กอดกันบนรถ แต่ไม่ได้หอม ไม่ได้หอมมา 2 ปีแล้ว เพราะกังวลโควิด

อยากทราบว่า เป็นไปได้ไหมคะ ที่หมอลงไม่ใช่สาเหตุที่เเท้จริง เเต่เราไม่ได้ขอชันสูตรก็เลยต้องลงสาเหตุที่พบจากที่หมอส่งเลือดตรวจ เลยต้องลงว่า สาเหตุการตายคือ ติดเชื้อในกระเเสเลือด ไม่ได้อยากรื้อฟื้นนะคะ แต่อยากทราบเป็นวิทยาทานให้ผู้ที่ผ่านมาอ่านด้วยค่ะ

เรื่องอาหารสำคัญมาก เรื่องกินยาสำคัญมาก เรื่องการสังเกตคนที่เรารักนั้นสำคัญจริงๆ ในปีนี้ยายจะไปหลายรอบแล้ว ปลุกไม่ตื่นตอนเรานอนด้วยกันที่บ้าน ก็ซ้อมมาแล้ว เนื่องจากสโตรกพร้อมน้ำตาลต่ำ
ยายเลยช็อคหมดสติ ส่งโรงพยาบาล 1-2 ชม.หมอช่วยจนกลับมาปกติ 

ใครมีประสบการณ์ที่อยากเล่าสู่กันฟัง แชร์ได้นะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่