"อัศนพรรณ จันทจร" และ "ธนทัต ทวีรัตน์" สองดาวรุ่งฟอร์มโหด เด็กเมืองพลสู่ยอดคนลูกยางทีมชาติไทย

วันนี้ PPTV Expert อยากมาชวนคุยกันต่อจากกระทู้ที่แล้วกับเรื่องความฝันของนักกีฬากันค่ะ วันนี้เป็นเรื่องราวของ "อัศนพรรณ จันทจร" และ "ธนทัต ทวีรัตน์" สองดาวรุ่งฟอร์มโหดผลผลิตจากขอนแก่น เมืองแห่งกีฬาที่จะโชว์พลังตบให้คนทั้งเอเชียรู้ว่าวอลเลย์บอลไทยมีดีกว่าที่พวกคุณคิด! 

            เด็กหนุ่มจากภาคอีสานผู้หลงใหลในกีฬาลูกยางอย่าง ‘‘แซ็กกี้" อัศนพรรณ จันทจร  และ "บาร์เลน"  ธนทัต ทวีรัตน์  สั่งสมประสบการณ์ในสังเวียนลูกยางระดับมัธยมโดยมีโค้ช "โค้ชเอ็มม่า" อนุเชษฐ์ ดำด้วงโรม เป็นผู้ชี้นำแสงสว่างให้ทั้งคู่ก้าวขึ้นไปสู่ยอดนักกีฬา "โค้ชเอ็มม่า" จัดเป็นกุนซือจอมเค้นศักยภาพและดึงขุมกำลังภายในของนักกีฬาออกมาใช้งานได้อย่างเต็มสูบ หากเปรียบดั่งรถก็คงเหมือนการปรับจูนเครื่องยนต์เพิ่มสมรรถนะเร่งเครื่องให้แรงแล้วแซงเข้าเส้นชัย
            หากโลกแห่งลูกหนังมีสโมสรบาร์เซโลน่ายอดทีมในลีกสเปนที่ลงทุนสร้างศูนย์ฝึกลามาเซียเอาไว้ปั้นนักฟุตบอลรุ่นเยาว์ป้อนเข้าสู่ทีมชุดใหญ่จนได้ผลผลิตเม็ดงามอาทิ เมสซี  ซาบี หรือ อิเนียสตา คนเมืองพลก็มียอดโค้ชเอ็มม่าผู้ยึดมั่นในแนวทางและจิตวิญญาณการทำทีมแบบเน้นพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งเฉกเช่นเดียวกับยักษ์ใหญ่จากแคว้นคาตาลัน

          "โค้ชเอ็มม่า"  คนลูกยางแห่งเมืองขอนแก่นพูดถึงลูกศิษย์ทั้ง 2 คนด้วยสีหน้าปลื้มปิติกับข่าวดีที่ทั้งคู่ได้ก้าวไปติดทีมชาติชุดใหญ่ว่า “ทีมเรามีทรัพยากรไม่เยอะและเด็กทีมเมืองพลค่อนข้างตัวเล็ก ทีมเลยเน้นไปที่การป้องกันเป็นพิเศษ เด็กเมืองพลทุกคนจึงมีเกมรับที่ค่อนข้างดี สำหรับแซ็กกี้ครูชื่นชมเขามาก ๆ ถือว่าเป็นเด็กภูธรที่เริ่มต้นมาจากศูนย์ ตอนแรกเขาเล่นในประเภทชายหาดแต่ครูเห็นว่าเขามีแวว บวกกับจังหวะที่เขาอยากมาลองเล่นแบบในร่มครูเลยดึงเขาเข้ามา”
 
          อีกหนึ่งผู้เล่นที่โค้ชเอ็มม่าชมแบบไม่ขาดปากคือหนุ่ม "บาร์เลน" เด็กหนุ่มเมืองพลคนรักวอลเลย์ เขาพัฒนาตนเองภายใต้แนวทางของโรงเรียนเมืองพลวิทยาจนก้าวไปสร้างชื่อพร้อมทำสถิติโดดเด่นในรายการไทยแลนด์ลีก  “บาร์เลนเขาเป็นเด็กเมืองพลแท้ ๆ ที่ตัดสินใจเดินทางจากจังหวัดสระบุรีกลับมาเรียนและเล่นวอลเลย์บอลที่บ้านเกิด”

        สองหนุ่มจากสโมสรมอร์เอเชียจัดเป็นอาวุธเด็ดของทีมลูกยางไทยที่จะใช้ต่อกรกับยอดทีมอย่างปากีสถาน อิหร่าน และ ฮ่องกง “แซ็กจุดเด่นคือ มีเกมรับที่เหนียวแน่นเพราะมาจากชายหาดเก่า เกมรับค่อนข้างดี บอลแรกมาตรฐานดี บอลรับตีรับหยอดค่อนข้างดี  บวกกับแซ็กมีไลน์ตีแบบพิเศษเพราะ สไตล์การตีที่พึ่งมาฝึกในตอนโตทำให้หลายคนจับบล็อกลำบาก ส่วนบาร์เลนมีบอลสั้น บอลสกัดกั้น อ่านบอลบล็อก และ ทำเกมรับได้ดี  บาร์เลนทำคะแนนบอลสั้นได้เป็นอันดับต้น ๆ ในลีก ด้านคะแนนบล็อกเป็นรองแค่ กฤษฎา นิลไสว มือหนึ่งทีมชาติไทย จังหวะบอลสั้นถืออาวุธเด็ดของบาร์เลนที่พี่คิดว่าทำให้เขาได้ติดทีมชาติ” 

         หากย้อนกลับไปปี 2018 เด็กปั้นจากแดนอีสานได้รับโอกาสเดินตามความฝันกับการมีชื่อติดทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ชุดชิงแชมป์อาเซียน ณ กรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมาร์  ซึ่งทั้งคู่ช่วยกันตบสนั่นทำแต้มพาทีมลูกยางไทยก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งแชมป์หลังจากนั้นไม่นาน ‘แซ็กกี้’ ได้รับคัดเลือกให้ไปต่อในรายการเยาวชนชิงแชมป์เอเชียอายุไม่เกิน 20 ปี ที่ประเทศบาห์เรน หัวเสาจากเมืองพลสวมเสื้อเบอร์ 10 ลงทำผลงานได้อย่างโดดเด่น พาทีมเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้เป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปี จบทัวร์นาเมนต์เป็นอันดับ 3 ซึ่งในขณะนั้นถือเป็นอันดับที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของทีมวอลเลย์บอลชายไทยในระดับเอเชีย

          สำหรับรายการ "พีพีทีวี วอลเลย์บอลชาย เจวีเอ ชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ครั้งที่ 21"  ในสายตาของโค้ชเอ็มม่าได้ให้มุมมองพร้อมให้กำลังใจลูกศิษย์ไว้อย่างเฉียบคมว่า "ในสายนี้เราเป็นรองแต่ละทีมถือว่าอยู่ในแนวหน้า ทั้งคู่ต้องไม่กดดัน สนุกกับสิ่งที่ชอบ เล่นให้เป็นตัวเองจะทำผลงานได้ดี ทุกทีมเป็นทีมที่ดีแข็งแกร่งมาก เราเป็นรองแต่เรามีความสดความกระหาย ใช้ความสดบดเก๋าจึงจะมีโอกาสพลิกชนะ แต่สุดท้ายต้องเล่นให้สนุกและทำรูปแบบให้ดี ทำเสิร์ฟต้องดี ทำบล็อคยาก"

          โดยโค้ชเอ็มม่ายังฝากถึงศิษย์ทั้งสองของเขาว่า "สุดท้ายฝากถึง น้องๆ อยากให้ทั้งคู่ทำผลงานให้เต็มที่เราเป็นเด็กภูธร จากทีมเล็ก ๆ โอกาสแบบนี้คือความสุขของน้อง ๆ และ โค้ช สองคนนี้เคยบอกกับพี่ว่าอยากติดทีมชาติ วันนี้โอกาสเป็นของเขาอยากให้ทำผลงานให้เต็มที่"

           พีพีทีวี วอลเลย์บอลชาย เจวีเอ ชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ครั้งที่ 21 ถือเป็นอีกหนึ่งทดสอบของนักตบชายทีมชาติไทยสายเลือดใหม่ว่าจะสามารถก้าวข้ามคำว่า "อาเซียนไปสู่เอเชีย" ได้หรือไม่ ติดตามชมและเชียร์ทีมชาติไทยไปพร้อมกันทางทาง PPTV HD ช่อง 36 หรือทางออนไลน์ www.pptvhd36.com ตั้งแต่วันที่ 12-19 กันยายน 2564 เริ่มถ่ายทอดสดแมตช์แรก ไทย พบ ปากีสถาน ในวันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน และในวันจันทร์ที่ 13 กันยายน ไทย พบ อิหร่าน ปิดท้ายรอบแบ่งกลุ่มในวันอังคารที่ 14 กันยายน ไทย พบ ฮ่องกง ทั้ง 3 นัดจะเริ่มแข่งขันในเวลา 13.00 น. พีพีทีวี เอชดี ช่อง 36  เริ่มยิงสดให้แฟน ๆ ได้รับชมกันตั้งแต่เวลา 12.55 น. เป็นต้นไป 
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่