JJNY : อุโมงค์สถานีกลางบางซื่อ ขยะพรึบ│ปลายเดือนเห็นชัด! ‘หมอธีระ’ชี้โอกาสสูงโควิดพุ่ง │จับตายุบศบค.│รง.อาหารทะเลใต้วูบ

เพจดังเผยภาพ อุโมงค์ในสถานีกลางบางซื่อ ฝนตกน้ำท่วม ขยะพรึบ บอกได้คำเดียว สภาพ!
https://www.matichon.co.th/social/news_2924641
  
เพจดังเผยภาพ อุโมงค์ในสถานีกลางบางซื่อ ฝนตกน้ำท่วม ขยะพรึบ บอกได้คำเดียว สภาพ!
 
เรียกว่าเป็นกระแสในโลกออนไลน์ไม่น้อย เมื่อเฟซบุ๊กแฟนเพจ “ขาเกือบพลิก” ที่มีผู้ติดตามมากกว่าแสนราย ได้โพสต์ภาพของอุโมงค์ ในสถานีกลางบางซื่อ ที่มีน้ำท่วมหนักหลังฝนตก ทั้งยังมีขยะจำนวนไม่น้อย โดยระบุว่า

“สภาพพพพอุโมงค์ ในสถานีกลางบางซื่อในวันที่ฝนตกหนัก มีลูกเพจส่งมาครับ เอิ่มก็คงเป็นแบบนี้เกือบทุกวันสินะ เพราะตกหนักเกือบทุกวัน เห้ออออ สงสาร อุตส่าห์รอมานาน เกือบจะได้ใช้ของดี ของมีราคา ศูนย์กลางอาเซียนแล้วเชียว กำ การรถไฟว่าไงดีครับ เคสนี้
บอกได้คำเดียว สภาพพพพพพพพ!!!”
 
ภาพดังกล่าว มีคนแชร์ออกไปจำนวนมาก และเข้าไปคอมเมนต์ แสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย บางส่วนมองว่า อาจเป็นเพราะยังไม่เปิดใช้งาน ขณะที่บางส่วนก็ตั้งคำถามว่า ขยะมาจากไหน อาทิ
  
วินัยคนไทยอะนะ วันก่อนมีอายุแล้วละขับรถก็ดีถอยรถเข้าซองปุ๊ป เปิดกระจกโยนขยะลงพื้นเลย จะด่าละแต่เห็นแก่แล้ว เลยแค่ไปหยิบขยะที่เขาทิ้งไปใส่ถัง มองหน้าทำท่าหงุดหงิดใส่ตูอีก แน่ะ”
 
“เอาจริง ถ้าขับ ๆ ไปแล้วเจอแบบนี้คือเศร้านะ ระบบจัดการมันแย่มาก ทำเหมือนคิดไม่เป็น คือชีวิตคนบนถนนต้องมาเจอแบบนี้เหรอทั้ง ๆ ที่มันสามารถทำให้ดีได้อะ ประเทศกำลังพัฒนามาช้านาน สภาพ!”
 
“ขยะ เต็ม ท่อตัน เพราะทิ้งขยะ 555 นาาจะออกมาพูดประมาณนี้”
 
“คือ ปท.เสี่ยงๆ ไต้ฝุ่นหนักๆ อย่าง ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง โดนหนักกว่านี้ ทำไมเขาจัดการได้ครับ”
  
“อันนี้ไม่ค่อยเห็นด้วย คือตรงนั้นมันยังไม่เปิดให้รถผ่านนะ ที่ผ่านๆกันคือแอบใช้ทางที่ยังไม่เปิด จะไปบ่นมันก็ยังไงๆอยู่”
 
ทั้งนี้ เพจดังกล่าว ยังได้ตั้งคำถามถึงการทำฟุตบาท ที่สถานีกลางบางซื่อ ซึ่งเป็นศูนย์ฉีดวัคซีน ว่ามีคนใช้จำนวนมาก แต่เสียหายทั้งที่ยังไม่เปิดอย่างเป็นทางการ
 
https://www.facebook.com/Thailandinfrastructure/posts/390141712626148
https://www.facebook.com/Thailandinfrastructure/posts/390137075959945
 


ปลายเดือนจะเห็นชัด! ‘หมอธีระ’ชี้คลายล็อก1ก.ย.โอกาสสูงตัวเลขโควิดพุ่ง
https://www.dailynews.co.th/news/240262/
 
"หมอธีระ" ชี้คลายล็อก 1 ก.ย. ขณะที่ตัวเลขติดเชื้อโควิดยังหลักหมื่น โอกาสสูงเกิดผลกระทบตามมาแน่นอน คาดเริ่มเห็นผลชัดเจนปลายเดือนนี้.

เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า 
 
สถานการณ์ทั่วโลก 6 กันยายน 2564… เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 423,578 คน รวมแล้วตอนนี้ 221,515,593 คน ตายเพิ่มอีก 6,588 คน ยอดตายรวม 4,581,259 คน
 
5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดคือ อินเดีย สหราชอาณาจักร อเมริกา อิหร่าน และมาเลเซีย 
 
อเมริกา ติดเชื้อเพิ่ม 34,665 คน รวม 40,803,589 คน ตายเพิ่ม 362 คน ยอดเสียชีวิตรวม 666,219 คน อัตราตาย 1.6% 
อินเดีย ติดเพิ่ม 39,521 คน รวม 33,027,136 คน ตายเพิ่ม 218 คน ยอดเสียชีวิตรวม 440,785 คน อัตราตาย 1.3% 
บราซิล ติดเพิ่ม 12,915 คน รวม 20,890,779 คน ตายเพิ่ม 266 คน ยอดเสียชีวิตรวม 583,628 คน อัตราตาย 2.8% 
รัสเซีย ติดเพิ่ม 18,645 คน รวม 7,012,599 คน ตายเพิ่ม 793 คน ยอดเสียชีวิตรวม 187,200 คน อัตราตาย 2.7% 
 
สหราชอาณาจักร ติดเพิ่ม 37,011 คน ยอดรวม 6,978,126 คน ตายเพิ่ม 68 คน ยอดเสียชีวิตรวม 133,229 คน อัตราตาย 1.9% ด้วยอัตราการติดเชื้อใหม่แต่ละวันเช่นนี้ สหราชอาณาจักรจะแซงรัสเซียขึ้นเป็นอันดับ 4 ของโลกได้ในอีก 3-4 วัน
 
อันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส ตุรกี อาร์เจนตินา อิหร่าน และโคลอมเบีย ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น แถบอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย หลายต่อหลายประเทศติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น หากรวมทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ พบว่ามีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 91.53 ของจำนวนติดเชื้อใหม่ทั้งหมดต่อวัน
 
แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน แถบตะวันออกกลางส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ยกเว้นอิหร่านติดเพิ่มหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง 
 
ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม และญี่ปุ่น ติดเพิ่มกันหลักหมื่นส่วนเมียนมา อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ ติดกันหลักพัน กัมพูชา ลาว และสิงคโปร์ ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกง และไต้หวัน ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ
 
…สำหรับสถานการณ์ของไทยเรา จำนวนเสียชีวิตใหม่เมื่อวานนี้ 224 คน สูงเป็นอันดับ 10 ของโลก
 
แม้จำนวนติดเชื้อใหม่ที่รายงาน 15,452 คนนั้นจะเป็นอันดับ 11 แต่ต้องตระหนักว่าไม่ได้รวมจำนวนคนที่ตรวจ ATK เป็นผลบวกอีกเกือบ 5 พันคน ซึ่งหากรวมก็จะพบว่าจะพุ่งไปเป็นอันดับที่ 7 ของโลกเลยทีเดียว นอกจากนี้จำนวนการตรวจคัดกรองโรค ณ ปัจจุบันก็ลดลงกว่าเดือนก่อนประมาณ 21.6% ดังที่เคยวิเคราะห์มาก่อนหน้านี้ 
 
ดังนั้นจึงสะท้อนว่าสถานการณ์การระบาดของเรายังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่อง และกระจายไปทั่ว
 
การปลดล็อกตั้งแต่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ในขณะที่จำนวนติดเชื้อแต่ละวันยังระดับหลักหมื่นเช่นนี้ ย่อมมีโอกาสสูงที่จะเกิดผลกระทบตามมาอย่างแน่นอน โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนนี้เป็นต้นไป ดังนั้นจึงต้องระมัดระวัง ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด ใช้ชีวิตอย่างมีสติ
…กล่องทรายนั้น กำลังเห็นผลระยะสั้น ที่มาในรูปแบบจำนวนติดเชื้อใหม่ และผลกระทบต่อระบบการดูแลรักษาในพื้นที่ สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ผลกระทบในระยะยาว เนื่องจากความจำเพาะด้านภูมิประเทศ และลักษณะการดำเนินชีวิตและรูปแบบธุรกิจค้าขายและบริการต่างๆ 
ทางเลือกที่จะปกป้องถิ่นฐานนั้น ขึ้นอยู่กับว่าจะตัดการระบาดให้ได้หรือไม่ โดยมีเวลาจัดการในช่วงเดือนนี้
 
แต่หากตัดวงจรการระบาดไม่ได้ หรือไม่เลือกดำเนินการ ทางเลือกที่พอทำได้คือ การลงทุนขยายศักยภาพระบบบริการตรวจคัดกรองโรคอย่างทั่วถึงและถาวร รวมถึงการระดมสมองเพื่อปรับระบบการใช้ชีวิตและการดำเนินธุรกิจค้าขายและบริการในรูปแบบที่เน้นความปลอดภัย ลดความเสี่ยงในแง่จำนวนคน จำนวนครั้งในการติดต่อพบปะหรือสัมผัส ระยะห่างระหว่างกัน และระยะเวลาการทำธุรกรรมให้สั้นลง
 
คงต้องเอาใจช่วยให้ดีขึ้นโดยเร็ว สำหรับประชาชนอย่างพวกเราทุกคน ขอให้มีกำลังใจ ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด ใส่หน้ากากนะครับ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า สำคัญมาก เลี่ยงการกินดื่มในร้านอาหาร ศูนย์อาหาร โรงอาหาร ซื้อกลับจะปลอดภัยกว่า.
 
https://www.facebook.com/thiraw/posts/10223078047852081
 


จับตา ยุบ'ศบค.'คืนภารกิจคุม'โควิด'ให้ 'สธ.'1ต.ค.นี้
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/958482
 
"นายกฯ" เรียกประชุม "ศบค.ชุดใหญ่" 10ก.ย. จับตา เลิกต่อ 'พ.ร.ก.ฉุกเฉิน' คุมโควิด ส่งมอบ "สธ." รับผิดชอบปกติ ผ่าน พ.ร.บ.โรคติดต่อ แทน "ศบค." ถูกยุบโดยปริยาย 1ต.ค.นี้
 
ที่ทำเนียบรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยเมื่อเวลา 09.30 น.นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ครั้งที่ 3/2564 ผ่านระบบ Video Conference ที่ห้อง PMOC ชั้น2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
 
มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้เรียกประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ “ศบค. ชุดใหญ่” ในวันศุกร์ที่ 10 ก.ย. นี้ โดยมีการคาดกันว่าจะประเมินสถานการณ์หลังคลายล็อกมากว่า 1 สัปดาห์แล้ว และยังจะมีการพิจารณาทบทวนการใช้อำนาจตามราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั่วราชอาณาจักร ซึ่งจะให้สิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย. นี้ โดยจะกลับไปใช้พระราชบัญญัติโรคติดต่อพ.ศ.2558 แทน
 
ดังนั้น จะส่งผลให้ ศบค. สิ้นสภาพไปโดยปริยาย และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบตามหน้าที่ปกติโดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่1 ต.ค. นี้ เป็นต้นไป
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่