ผมควรจะทำยังไงกับครอบครัวดีครับ

มันจะยาวหน่อยนะครับซึ่งทนมานาน
ผมเครียดกับที่บ้านมากเลยครับ ผมขอบอกเลยว่าผมอยู่กับครอบครัวตอนแรกมี4คนมี ยาย แม่ พี่ชายและตัวผม แต่ทีนี้ยายผมพึ่งเสียไปไม่นานเท่ากับว่าแม่ของผมจะเป็นใหญ่ที่สุดไม่ว่าจะพูดหรือคิดหรือทำอะไรทุกคนก็ต้องยอมรับ แล้วปัญหามันอยู่ที่ว่าตัวผมนั้นร่างกายครบ32ไม่ได้พิการแต่ติดตรงที่ตอนผมไปรพ.หาหมอเรื่องข้อเท้าอักเสบเนื่องจากทำงานยืนนานมากกว่า3-4ชม.(7-11) หมอบอกว่าผมมีสิทธิ์เป็นโรค"มาร์แฟนซินโดรม"สูง เนื่องจากผมตรงตามเกณฑ์ที่หมอพูดมาและหมอก็แค่ตรวจแค่ภายนอก อายุ20 มีความสูง195 นน.แค่60 ผมแห้งมาก กระดูกซี่โครงข้างขวานูนออกมามากกว่าด้านซ้าย มือและเท้ายาวกว่าคนทั่วไปก็คือตรงตามข้อมูลที่จะเป็นหมด แต่ที่หมอบอกมาทั้งหมดเป็นเพียงแค่ประเมินจากร่างกายภายนอกไม่ได้ตรวจวินิจฉัยภายในแบบจริงจัง ทั้งนี้ทั้งนั้นผมอาจจะกลัววิตกกังวลมากเกินไปจนนำมาคิดว่าเป็น กลับเข้าเรื่อง ด้วยความที่ผมอาจจะเป็นโรคนั้น ตัวผมก็ร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่15แล้ว ถ้าถามว่าร่างกายอ่อนแอขนาดไหนก็ขนาดที่ว่าตัวผมวิดพื้นได้ไม่เกิน5รอบ ในขณะที่เพื่อนๆรุ่นเดียวกันวิดได้เป็น30-50สบายๆ ร่างกายผมมันอ่อนแอจริงๆและผมก็รู้ตัว ทำไรก็เหนื่อยง่าย พอเวลาผมจะช่วยครอบครัวโดยการทำงาน ผมก็ทำที่ไหนไม่รอดเพราะด้วยความที่ตัวผมเองนั้นอ่อนแอเกินไป จุดเริ่มต้นของปัญหาเลยคือตัวพี่ชายผมนั้น "หนีทหาร" เลยทำให้ทุกข้อมูลทุกอย่างที่ลงในระบบจะโดนหมายแดงหมดพวก บัตรปชช. บช.ธนาคารทุกอย่างจริงๆ ไปรพ.ก็ไม่ได้ทำงานก็ไม่ได้ แล้วด้วยความที่ตัวผมนั้นอ่อนแอร่างกายทำไรทำงานไรไม่ไหวเลย แม่ผมเลยขอให้พี่ผมนั้นใช้บัตรปชชของผมไปตีเนียนว่าผมทำงานเพื่อที่จะทำงานหาเงินเข้าบ้าน ขอบอกเลยว่าตัวพี่ผมกับผมอายุห่าง4ปีและหน้าตาเหมือนกันมากๆ ยิ่งบัตรปชช.ของไทยหน้าตาก็แทบจะดูไม่ค่อยได้(บัตรเก่า) เลยทำให้พี่ผมนั้นใช้ข้อมูลผมสวมรอยค่อนข้างง่าย ใช้ข้อมูลผมเอาไปทำงานไรต่อไรได้หมดตัวแม่เองก็สนับสนุนเต็มที่ พี่ๆบางคนอาจจะคิดว่ามันก็ดีแล้วไม่ใช่หรออย่างน้อยก็เอามาเลี้ยงครอบครัวได้แต่จุดพีคมันคือ แม่ผมเห็นผมและพี่เป็นแนวตัวทำเงินให้บ้าน ใครไม่มีประโยชน์หรือไม่ได้ทำงานช่วยส่งเงินก็จะไม่ใยดีไม่สนใจเลย ตอนพี่หนีทหารแรกๆและผมทำงาน แม่ช่วยเหลือผมอย่างดี ไม่เคยขาดเหลืออะไรส่วนพี่ที่หนีก็ต้องแบมือขอเงินผมและยายกินข้าว เนื่องจากแม่ไม่สนใจและไม่ใยดีอะไรเลย พอมาตอนนี้ตัวผมที่ทำไรไม่ได้และให้พี่นั้นได้สวมรอย แม่กับสลับบทแบบตามเดิม ตัวผมแทบจะไม่มีเงินกินข้าวเลยสักบาท ส่วนตัวพี่ชายก็เหมือนเจ้าชาย มีนู่นมีนี่อยากได้ไรก็ได้ซึ่งมันไม่ได้มีความสำคัญในชีวิตแม่ก็ให้ได้ แล้วที่ผมไม่ชอบและไม่พอใจคือประมาณว่า พี่ผมนั้นเอาข้อมูลผมไปใช้สบายใจได้เงินจากการทำงานโดยชื่อผมและใช้ชีวิตสุขสบายโดยที่ตัวเจ้าของชื่อต้องมาใช้ชีวิตแบบขอทานข้าวก็แทบไม่ได้กิน อยากได้ไรหรือกินไรดีๆก็ต้องอดข้าวเพื่อเอาตังที่แม่ให้ในบางวันมาเพื่อซื้อสิ่งที่อยากได้ ซึ่งผมคิดว่ามันไม่เป็นธรรมต่อผมมากๆ การที่พี่ชายเอาข้อมูลผมไปใช้แล้วได้เงินมาใช้สบายๆแล้วผมก็ไม่ได้ผลตอบแทนจากเจ้าของข้อมูลไรเลยประมาณว่า เห้ยทำงานได้มีของดีๆได้เพราะชื่อกูนะ เงินเดือนออกขอสัก500-1000ต่อเดือนก็ยังดี มันก็รับปากว่าจะให้แต่มันก็ไม่ให้เลย พอผมโวยวายไปบอกแม่แม่ก็ตามใจพี่จะให้หรือไม่ให้ก็ตามใจ ซึ่งมันกินเวลาแบบนี้ไปเป็น2ปี ซึ่งถ้าหากผมนั้นแย้งหรือริบบัตรปชช.คืนหรือขู่ว่าจะไปแจ้งความ แม่ก็จะไม่ให้ผมกินข้าวสักเม็ด ไม่สนใจผมเลยสักนิดเพื่อบีบบังคับให้ผมนั้นทำตามเดิม ซึ่งตอนนี้ผมไม่สามารถที่จะเถียงหรือขู่อะไรได้ผมต้องยอมโดนแบบนี้ในทุกๆเดือนและโดนต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งผมเคยคิดว่าผมจะเอาทุกอย่างคืนและจะหนีไปอยู่คนเดียวแต่ติดอย่างเดียวเลยคือตัวผมอ่อนแอเกินที่จะทำงานหาเงินมาเลี้ยงตัวเองมันเลยทำให้ผมไม่สามารถหนีมาอยู่คนเดียวได้จำใจต้องทนมาวนลูปที่แสนนรกแบบนี้ต่อไป แล้วตอนนี้ล่าสุดพี่ผมได้พาแฟนมาอยู่บ้านด้วยแล้วแฟนพี่ก็ท้องกับพี่+กับมีลูกแล้ว1คน อายุ1ขวบเศษกับที่ท้องอีก6เดือน ซึ่งพอเวลาผมจะขอเงินตามที่พูดแบ่งกันไว้ว่ากูเป็นเจ้าของบัตรขอสัก500ก็ยังดี มันเลยเป็นข้ออ้างได้สบายๆว่าจะเอาไปซื้อของซื้อนมให้หลาน แต่พอผ่านหลังจากเงินเดือนมันออก มันกับแฟนก็กินหรู สั่งของที่อยากได้กันอย่างสบายใจซึ่งมันไม่เกี่ยวกับลูกมัน พอผมไปถามทำไมสั่งของได้แล้วไม่ให้เงินกัน มันก็อ้างสั่งไว้นานแล้ว ผมต้องมาทนเป็นทาสให้กับครอบครัวนี้อีกเป็นสิบปีซึ่งนับวันเข้าตัวผมก็จะยิ่งไม่มีประโยชน์ เพียงแค่ให้ตัง40เป็นมื้อเช้าละข้าวเย็นก็ต้องมารอกินเหมือนว่าเลี้ยงกันตายจะได้ใช้ชื่อต่อไป ซึ่งผมไม่ชอบที่ต้องมาโดนเอาเปรียบแบบนี้ ซึ่งผมทนมามากพอแล้วเลยจะมาถามพี่ๆว่าผมควรทำยังไงต่อไปดี ตัวผมนั้นได้เล่ามาหมดแล้วทุกๆอย่างเพื่อเป็นการระบายความทุกข์ความเครียดไปในตัวด้วย เลยอยากให้พี่ๆมาช่วยแนะนำดูในมุมมองของพี่ๆทุกท่าน ผมเปิดรับคำวิจารณ์ไม่ว่าพี่ๆจะคิดว่าผมถูกหรือผิดที่คิดแบบนี้พี่ๆสามารถกล่าวแนะนำได้หมดเลยนะครับขอแบบตรงๆจากใจพี่ๆ แต่ของดใช้คำหยาบคายในการต่อว่าครอบครัวและงดโยงไปถึงที่พี่ผมหนีทหารและมาต่อว่าด่าทอนะครับซึ่งยังไงเขาก็เลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็กผมก็รักของผมขอแบบคุยกันให้ข้อมูลแนะนำกันแบบผู้ใหญ่ๆ ขอบคุณทุกท่านที่รับฟังครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่