(ดีไซน์การออกแบบก็อดซิลล่าสำหรับโปรเจ็ค Godzilla 1994)
ก็อดซิลล่าเป็นตัวละครที่หลายคนรับรู้ถึงความแข็งแกร่งของมัน จนทำให้ก็อดซิลล่ามีชื่อเสียงในด้าน 'ตายยาก ตายเย็น'
ซึ่งถ้าหนังก็อดซิลล่าอยู่ในมือการสร้างของโตโฮ สตูดิโอผู้ให้กำเนิดราชันแห่งสัตว์ประหลาด ตัวละครนี้ก็คงได้รับการดูแลในวิถีทางดังกล่าวแบบง่ายดาย
แต่ถ้าหนังก็อดซิลล่าอยู่ในมือของผู้สร้างชาวฮอลลีวู้ดล่ะ ?
โตโฮคงต้องทำอะไรมากกว่าการยื่น/รับกระดาษเซ็นสัญญาแล้วล่ะ
ญี่ปุ่นและอเมริกา เป็นสองดินแดนที่ก็อดซิลล่าเคยเหยียบย่ำมาตั้งแต่หนังภาคแรกสุดเมื่อปี 1954 เพราะโตโฮเคยขายสิทธิการฉายหนังสัตว์ประหลาดนิวเคลียร์ให้กับผู้จัดจำหน่ายในอเมริกา (ออกฉายในปี 1956)
(ใบปิดหนัง Godzilla ฉบับออกฉายในอเมริกา ปี 1956)
แต่ด้วยความแตกต่างทางวัฒนธรรม รวมไปถึงความเชื่อและข้อมูลที่ยังไม่เปิดกว้าง ผู้จัดจำหน่ายมะกันก็จัดการแปลงสภาพหนังก็อดซิลล่าจากประเทศแพ้สงครามเสียใหม่ เพื่อให้คนอเมริกันหยิบเข้าปากได้สะดวก ด้วยรูปโฉมของหนังสัตว์ประหลาดเกรดบี ฉายตามโรงหนังขายตั๋วราคาถูก นั่งดูแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก
ถึงกระนั้น ความเป็นก็อดซิลล่าก็ค่อยๆแทรกซึมลงบนแผ่นดินอเมริกา หลายคนรู้จักก็อดซิลล่า แม้ไม่เคยดูหนังแบบจริงๆจังๆมาก่อน
กระทั่งในช่วงยุค 90 ผู้สร้างหนังฮอลลีวู้ดอย่างไทรสตาร์ที่อยู่ในเครือโซนี่ ก็เริ่มสนใจอยากหยิบตัวละครก็อดซิลล่ามาปั้นเป็นหนังฟอร์มยักษ์แบบจริงจัง จนเกิดการยื่นข้อเสนอไปยังโตโฮ เพื่อขอซื้อสิทธิมาใช้
"เราบอกพวกเขาว่ามันถึงเวลาแล้วที่จะทำหนังเวอร์ชั่นอเมริกันแบบทุนยักษ์ พร้อมด้วยเทคนิคพิเศษระดับหนังซัมเมอร์ และเราก็จะจริงจังกับมัน เราจะให้ความเคารพความเป็นตำนาน ซึ่งพวกเขาก็ชื่นชอบวิธีการพวกนั้น และตัดสินใจที่จะก้าวไปทีละขั้น"
โรเบิร์ต เอ็น. ฟรายด์ โปรดิวเซอร์อเมริกัน เล่าถึงตอนไปคุยงานกับโตโฮ
แต่ถึงข้อเสนอจะหอมหวานแค่ไหน และผู้สร้างฮอลลีวู้ดจะยืนยันอยู่หลายครั้งว่าพวกเขาจะเคารพต่อตัวละครที่โตโฮสร้างมาตั้งแต่ยุคโชวะ
โตโฮก็ยังแสดงความกังวลต่อโปรเจ็คดังกล่าว เมื่อทราบว่าไทรสตาร์จะต้องการทำหนังก็อดซิลล่าแบบเนื้อเรื่องใหม่เอี่ยมและไม่มีความเกี่ยวเนื่องกับหนังฉบับโตโฮเลย
(อาร์ตเวิร์คสำหรับโปรเจ็คหนังก็อดซิลล่าของไทรสตาร์)
"พวกเขาส่งกระดาษบันทึกสี่หน้า ซึ่งเขียนอธิบายกายภาพของก็อดซิลล่าที่หนังของเราต้องมี พวกเขากำลังพยายามปกป้องอย่างมาก" ฟรายด์เล่า
เท่านั้นยังไม่พอ โตโฮยังเขียนคู่มือสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำในหนังก็อดซิลล่า ความยาวเกิน 75 หน้า เพื่อไกด์เป็นแนวทางให้กับทีมผู้สร้างอเมริกัน
เช่น ก็อดซิลล่าจะต้องกำเนิดขึ้นมาจากอุบัติเหตุเกี่ยวกับนิวเคลียร์ , ก็อดซิลล่าจะไม่กินคน , ก็อดซิลล่าต้องมีแผงครีบหลังสามแถว เท้าสี่นิ้ว มือสี่นิ้ว รวมถึงมีหางยาว , ก็อดซิลล่าต้องไม่ชวนหัวเราะ , เรื่อยไปจนถึงก็อดซิลล่าไม่สามารถตายได้
"เพื่อให้หนังได้สร้าง โตโฮต้องเป็นคนอนุมัติ"
ยาน เดอ บองต์ (Speed) ผู้ถูกเลือกให้กุมบังเหียนหนัง Godzilla ของไทรสตาร์ พูดถึงด่านสำคัญว่าก็อดซิลล่าฮอลลีวู้ดจะลุกขึ้นมามีชีวิตได้ ต้องขึ้นอยู่กับผู้ให้กำเนิด
"ผมเลยต้องไปที่นั่น (สตูดิโอโตโฮที่ญี่ปุ่น) เพราะพวกเขาสามารถเซย์โนกับโซนี่ได้ และด้วยความชอบธรรม พวกเขากำลังกังวลกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับตัวละครของพวกเขา"
(ยาน เดอ บองต์)
อนิจจา แม้ว่าเดอ บองต์และทีมงานจะพยายามเก็บ 'ความเป็นก็อดซิลล่า' เอาไว้ในหนัง ทว่าสุดท้ายโปรเจ็ค Godzilla ที่เคยวางกำหนดฉายไว้ในปี 1994 ก็ล่มกลางคัน เพราะปัญหาเรื่องทุนสร้างและความไม่เข้าใจเรื่องก็อดซิลล่าของเหล่าผู้บริหาร
หลังจากนั้นโซนี่/ไทรสตาร์ที่ยังคงอยากสร้างก็อดซิลล่าในแบบที่พวกเขาพึงพอใจ จึงปล่อยให้ผู้กำกับ โรแลนด์ เอ็มเมอริช (Independence Day) จัดการตีความก็อดซิลล่าใหม่แบบหมดจดใน Godzilla (1998) แตกต่างจากก็อดซิลล่าของโตโฮจนแฟนหนังอ้าปากค้าง
(หนังออกฉายต่อจาก Godzilla vs. Destoroyah ปี 1995 ซึ่งโตโฮยอมฆ่าก็อดซิลล่า เพื่อปูทางให้ฮอลลีวู้ดรับช่วงต่อ)
(ภาพจากหนัง Godzilla ฉายปี 1998)
"ก็อดซิลล่ามีท่าทีเหมือนสัตว์ที่กำลังติดกับ ซึ่งกำลังพยายามหาทางเอาชีวิตรอด และความน่าสะพรึงกลัวก็มาจากความจริงที่ว่าคุณกำลังจัดการกับสัตว์ขนาดมหึมา ซึ่งไม่สามารถคาดเดาพฤติกรรมได้เลย"
เอ็มเมอริช เผยแนวคิดต่อตัวละคร และแน่นอนว่าเอ็มเมอริชก็จัดการฉีกคู่มือของโตโฮไปหลายหน้า ส่วนโตโฮเองก็ใจถึงพอที่ยอมจะให้อิสระแก่ผู้สร้างฮอลลีวู้ด
แต่สุดท้าย Godzilla ของเอ็มเมอริชก็ทำเงินไม่ถึงระดับที่สตูดิโอคาดหวัง ส่วนแฟนหนังก็อดซิลล่าก็ส่ายหน้าให้กับก็อดซิลล่าที่ถูกฆ่าตายบนสะพาน แทนที่จะอึดแบบก็อดซิลล่าญี่ปุ่น
"ถ้าคุณดูหนังภาคแรก ก็อดซิลล่าคือสัตว์ประหลาดผู้ชั่วร้าย แล้วหนังภาคต่อๆมา มันก็กลายเป็นฮีโร่ แต่เราไม่ได้เลือกทั้งสองอย่าง"
ดีน เดฟลิน โปรดิวเซอร์และผู้ร่วมเขียนบท Godzilla 1998 พูดถึงการเลือกทิศทางที่ผิดพลาด ที่ทำให้ฉากก็อดซิลล่าตายไม่สะเทือนใจคนดูอย่างที่ควรจะเป็น
"มันคือซีเควนซ์ใหญ่ตอนท้ายของหนัง Godzilla คุณจะได้ยินเสียงหัวใจเต้นของมัน และมันก็กำลังจะตาย ซึ่งควรจะมีความสะเทือนอารมณ์ แต่ดันไม่มี เพราะเราไม่แน่ใจว่าควรรู้สึกยังไงกับก็อดซิลล่า เราควรจะเชียร์มัน หรือกลัวมัน ซึ่งหนังไม่ได้บอกว่าคุณควรรู้สึกยังไงกับตัวละคร และผมคิดว่านี่คือหัวใจของความผิดพลาดเสียยิ่งกว่าเบบี้ ก็อดซิลล่า"
เขียนเล่ามาจนถึงตรงนี้ ผมไม่ได้ต้องการจะบอกว่าก็อดซิลล่าควรถูกสร้างอยู่ในกรอบเดิมๆ ไม่ควรไปตีความมันใหม่ หรือมันไม่ควรตาย
แต่ผมอยากสะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกนึกคิดของโตโฮ เมื่อพวกเขาต้องรับมือกับผู้สร้างต่างชาติที่อยากหยิบตัวละครสุดที่รักของพวกเขาไปสร้าง
และเมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ก็จะพบว่าโตโฮเข้าใจหัวใจของการทำหนัง เพราะกฎหรือกรอบที่พวกเขาสร้างไว้ สุดท้ายก็เป็นเพียงคำแนะนำที่สามารถพูดคุยต่อรองกันได้ หากมันจะเป็นประโยชน์ต่อตัวหนัง (แต่มันจะเป็นประโยชน์ได้จริงๆหรือไม่ นั่นก็อีกเรื่องนะ ฮ่าๆ)
ยิ่งเมื่อเวลาผ่านไปหลายปี โลกเปลี่ยน คนดูเปลี่ยน โตโฮก็พยายามจะวิ่งตามสิ่งเหล่านั้นให้ทัน เราจึงมีโอกาสได้เห็นหนังก็อดซิลล่าแหวกแนวอย่าง Shin Godzilla (2016) เรื่อยจนมาถึงซีรีส์อนิเมชั่น Godzilla Singular Point (2021) บน Netflix
(ภาพจาก Shin Godzilla)
(ภาพโปรโมทของ Godzilla Singular Point)
หรือแม้แต่หนังชุด Godzilla ฮอลลีวู้ดที่ถูกสร้างโดยเลเจนดารี่ ถึงจะเก็บรักษาความเป็นก็อดซิลล่าต้นฉบับของโตโฮเอาไว้ (มนุษย์ใช้นิวเคลียร์ถล่มมันตั้งแต่ยุค 50 แต่มันก็ยังไม่ตาย) แต่พวกเขายังมีการต่อรองกับโตโฮ เพื่อนำเสนอไอเดียที่แปลกใหม่ อาทิ ก็อดซิลล่าแสดงอารมณ์ใน Godzilla vs. Kong (2021)
"พวกเขาไม่ต้องการให้ก็อดซิลล่าแสดงอารมณ์มากเกินไป เพราะพวกเขามองว่าก็อดซิลล่าเป็นดั่งพลังของธรรมชาติในระดับพระเจ้า"
อดัม วิงการ์ด พูดถึงแนวทางที่โตโฮหยิบยกขึ้นมา ซึ่งวิงการ์ดต้องบาลานซ์ความต้องการของตัวเองกับกฎที่โตโฮวางไว้
"แน่นอนว่าเรามีช่วงเวลาที่ผมคิดว่าก็อดซิลล่าแสดงอารมณ์ออกมาในหนังเรื่องนี้ ซึ่งมีมากกว่าหนังภาคอื่นในจักวาลมอนสเตอร์เวิร์ส เราต้องประณีตกับมัน ซึ่งบางครั้งสิ่งนั้นก็เหมือนพูดไปแล้วพวกเขาก็ไม่ได้ฟัง แต่ถ้าคุณทำบางอย่างและนำเสนอให้มันถูกต้อง จนทำให้พวกเขาสนับสนุน พวกเขาก็เหมือนจะให้อิสระกับเรามากมายเลยล่ะ"
(ก็อดซิลล่าแสดงอารมณ์ใน Godzilla vs. Kong)
ติดตามอ่านข่าวสารและเบื้องหลังหนังชุด Godzilla จากผมได้ที่
ทำไมโตโฮถึงสั่งฮอลลีวู้ด ก็อดซิลล่าต้องฆ่าไม่ตาย
และเมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ก็จะพบว่าโตโฮเข้าใจหัวใจของการทำหนัง เพราะกฎหรือกรอบที่พวกเขาสร้างไว้ สุดท้ายก็เป็นเพียงคำแนะนำที่สามารถพูดคุยต่อรองกันได้ หากมันจะเป็นประโยชน์ต่อตัวหนัง (แต่มันจะเป็นประโยชน์ได้จริงๆหรือไม่ นั่นก็อีกเรื่องนะ ฮ่าๆ)