[รีวิวซีรีส์] D.P. / Deserter Pursuit นรกก่อนตาย ยิ่งล่ายิ่งหนี



ประเทศจะมั่นคงอยู่ได้จำเป็นต้องมีกองทัพไว้ปกป้องชาติบ้านเมือง ทหารคือรั้วของชาติ ก่อนจะมาเป็นชายชาติทหารที่เข้มแข็ง อดทน กล้าหาญ พวกเขาต่างเป็นลูกชายที่น่ารักของพ่อแม่ เป็นเพื่อนรัก เป็นคนรักของใครสักคนมาก่อน



ชายหนุ่มจากทั่วประเทศ ต่างที่มา ทั้งพื้นเพ การศึกษา ฐานะ นิสัยใจคอ ต้องมาใช้ชีวิตร่วมกันเป็นเวลา 2 ปีกับการฝึกฝนเคี่ยวกรำในกองทัพ ก็เพื่อสร้างรั้วของชาติที่แข็งแรง แต่เพราะว่าพวกเขาไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนกันทุกคน พวกเขาไม่ได้พร้อมที่จะรับใช้ชาติในเวลาที่ชาติเรียกร้องเหมือนกันทุกคน



ในบรรดาชายหนุ่มเหล่านั้นอาจมีสักคนที่ต้องดูแลครอบครัว หรือไม่อาจละทิ้งพ่อแม่ที่เจ็บป่วย อาจมีสักคนที่อ่อนแอและมักถูกรังแกจากคนเลวๆ ที่แข็งแรงกว่าอยู่เสมอ หรืออาจมีอันธพาลที่ชอบก่อเรื่องทำร้ายคนอื่นอยู่เป็นประจำ 

คนหนุ่มจากร้อยพ่อพันแม่ ต้องมาอยู่ร่วมกันในกองทัพ ภายใต้ระเบียบวินัยที่เคร่งครัดเข้มงวดกับบทลงโทษในสังคมใหญ่เพื่อควบคุมคนจำนวนมาก หากอำนาจไปตกอยู่ในมือคนชั่วช้าที่เหลิงอำนาจ กฎเกณฑ์ที่ถูกใช้เกินขอบเขตจึงกลายเป็นการกดขี่ข่มเหง ไปถึงขั้นทารุณกรรม เลวร้ายไปกว่านั้นคือการกลั่นแกล้งอย่างไร้เหตุผล ไร้จิตสำนึก ไร้มนุษยธรรม



เมื่อใครสักคนต้องตกอยู่ในนรกก่อนวันตายจะมาถึง หรือเมื่อใครคนหนึ่งยัดเยียดช่วงเวลาที่ราวกับตกนรกทั้งเป็นให้กับใครสักคน ไม่ว่าจะเป็นผู้กระทำหรือผู้ถูกกระทำ เมื่อนั้นการหนีจึงบังเกิดขึ้น และการไล่ล่าคือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ 



D.P. ที่ย่อมาจาก Deserter Pursuit คือหน่วยไล่ล่าทหารหนีทัพ ภายใต้การดูแลของจ่าพัคบอมกู ผู้คัดเลือกจัดหากำลังพลมาทำงานในปฏิบัติการพิเศษนี้ ในขณะที่หน่วยดีพีขาดกำลังพลอยู่หนึ่งอัตรา คุณจ่าผู้มีสายตาแหลมคมพบว่าพลทหารอันจุนโฮ มีคุณสมบัติและหน่วยก้านเหมาะสมกับปฏิบัติการนี้ ถึงจะเชื่อว่าคงไม่ใช่งานง่าย กับการออกไปไล่ล่าตามจับทหารหนีทัพ แต่จุนโฮอาจคำนวณแล้วว่าดีกว่าการใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนในกองทัพกับการถูกกลั่นแกล้งใช้อำนาจของคนตำแหน่งสูงกว่าอย่างไม่เป็นธรรม




สิบโทฮันโฮยอล เป็นคู่หูและพี่เลี้ยงให้กับ พลทหารอันจุนโฮ ในฐานะสารวัตรทหารจากหน่วยดีพี ทั้งคู่ต้องจับมือกันออกไปตามจับทหารหนีทัพกลับมาให้ได้ ผ่านการมอบเคสทหารหนีทัพแต่ละรายจากผู้กองอิมจีซอบ ผู้ช่วยทหารคนใหม่ที่มากำกับหน่วยดีพีโดยตรง ทั้งจ่าบอมกูและผู้กองจีซอบต่างพยายามจะทำผลงานในหน้าที่รับผิดชอบให้ได้ดีที่สุดเพื่อความอยู่รอดของคนแรกและความก้าวหน้าในตำแหน่งของคนหลัง มองเผินๆ เหมือนจะกวนๆ กั๊กๆ กันอยู่ แต่ก็ไม่อาจเรียกว่าขัดขวางการปฏิบิตหน้าที่กันได้ 




จองแฮอิน เป็น พลทหารอันจุนโฮ  ใบหน้าเรียบเฉยกับความว่างเปล่าในแววตา อาศัยทักษะเชิงมวยและความอดกลั้นเพื่อเอาตัวรอดในกองทัพ ในความเฉยนิ่งแต่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่ต้องเก็บและกดข่มเอาไว้ ทำให้คนดูเชื่อได้ว่าเขาต้องผ่านความเจ็บช้ำมาจนด้านชา ไม่รู้ทำไมกับงานซีรีส์โรแมนติกทุกเรื่องของเขาไม่เคยดึงดูดฉันให้อยากดู ยกเว้นหนังที่เล่นกับคิมโกอึนที่ได้ดูเพราะยาวแค่ 2 ชั่วโมง แต่กับบทบาทแบบใน Prison Playbook หรือในเรื่องนี้ ฉันว่าน่าสนใจกว่าและเขาก็ทำได้ดีอย่างน่าชื่นชม 



 

คูกโยฮวาน เป็น สิบโทฮันโฮยอล ความสดใสเจิดจ้าที่เป็นสีสันเดียวในซีรีส์ บทนี้จะเป็นภาพจำที่แจ่มชัดที่สุดในความทรงจำของฉันกับคูกโยฮวาน แม้จะเคยดูผลงานของเขามาแล้วถึงสองเรื่อง คือหนัง Peninsula และซีรีส์ Kingdom : Ashin Of The North เป็นนักแสดงที่หน้าตามีเอกลักษณ์มาก จะมองว่าร้ายก็ได้ แต่พอจะดีก็ฮาเลย บทบาทในครั้งนี้โดดเด่นชนิดที่อยากจะใช้คำว่า เกิดสุดๆ 





รวมทั้งเคมีของความพี่-น้อง, พ่อ-ลูก ระหว่างโฮยอลและจุนโฮ อาจเป็นความชุ่มชื่นใจที่สุดของ D.P.





ซนซอกกู เป็น ผู้กองอิมจีซอบ และ คิมซองคยูน เป็น จ่าพัคบอมกู ที่ฟาดฟันกันในบทบาทได้อย่างน่ารักน่าหยิกจนคนดูอาจเผลออมยิ้ม เป็นสองนักแสดงที่ฉันคงไม่ต้องช่วยขายอะไรนัก เพราะคอซีรีส์เกาหลีส่วนใหญ่น่าจะซึ้งในฝีมือการแสดงของทั้งคู่เป็นอย่างดีแล้ว



นักแสดงสมทบทุกคนในบทใหญ่บทเล็กเล่นกันได้อย่างน่าชื่นชมในความสามารถจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวดีหรือตัวร้าย



และขอปรบมือแรงๆ ให้กับ โจฮยอนชอล ในบท สิบตรีโจซอกบง ฉันเห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวละครตัวนี้ตั้งแต่อีพีแรกจนถึงอีพีสุดท้ายในทุกแง่มุม รวมทั้งรูปลักษณ์ที่เขาต้องทำน้ำหนักตัวเพิ่มและรีดน้ำหนักตัวลง อยากกล่าวคำขอบคุณและอยากบอกเขาว่า นี่เป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมที่สุดในผลงานของเขาที่ฉันได้ดูมา เป็นนักแสดงที่ถึงแม้จะจดจำหน้าตาเขาไม่ได้ในทันทีกับบทบาทที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละเรื่อง แต่เสียงของเขาต่างหากที่ทำให้ฉันจดจำเขาได้ สำหรับใครที่ชมเรื่องนี้จบแล้วอยากไปหาผลงานเรื่องอื่นๆ ของเขาดู ฉันแนะนำหนัง Best Friend และ Samjin Company English Class ที่ออกฉายในปี 2020 ทั้งสองเรื่อง
 




ภาพความจริงในกองทัพที่ซีรีส์ D.P. ถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าสะเทือนใจและเหมือนจะสิ้นหวัง อย่างไม่ประนีประนอมและไม่ปรานีต่อความรู้สึกของคนดูเลยแม้แต่น้อย ในความโหดร้ายนั้นเองที่จะเป็นแรงกระตุ้นเตือนให้คนดูทุกคนสะท้อนและสะเทือนใจกับความจริงที่เกิดขึ้น ไม่เฉพาะในกองทัพแต่ในโลกความจริงข้างนอกกองทัพก็ไม่ต่างกัน ผลงานล่าสุดของผู้กำกับฮันจุนฮี แห่ง Coin Locker Girl 



ซีรีส์ที่กำลังบอกคนดูว่า คนที่อาจเคยทำร้ายคนอื่นไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจ ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือเผลอไป คุณได้สำนึกในความผิดนั้นของคุณหรือยัง กระทั่งการที่เราเห็นใครสักคนถูกกระทำถูกทำร้ายไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจ เราเพิกเฉยกับเรื่องนั้นหรือไม่ คนชั่วอาจไม่มีทางโดนปราบให้หมดไปจากสังคม แต่การที่คนดีไม่เพิกเฉยต่อการกระทำผิดหรือความชั่วร้าย อาจช่วยลดจำนวนคนชั่วในสังคมลงได้บ้าง . . . ดูจบแล้วบางคนอาจตั้งคำถามกับตัวเองว่า  เรากลายเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นส่วนร่วมในอาชญากรรมเหล่านั้นหรือไม่ 




เราทุกคนต่างเป็นลูกชายหรือลูกสาวที่น่ารักของพ่อแม่ เป็นเพื่อนรัก เป็นคนรักของใครสักคน เราเคยเป็นคนที่สดใส เป็นคนที่ดีคนหนึ่งมาก่อนเช่นกัน 



D.P. มินิซีรีส์ความยาว 6 ตอน ที่สะท้อนภาพความจริงในทุกสังคม ผ่านสังคมในกองทัพ เราทุกคนอาจจะเป็นได้ทั้งผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ



แล้วถ้าวันหนึ่งคนที่เป็นเหยื่อ เป็นผู้ถูกกระทำเป็นใครสักคนที่เรารักล่ะ . . . สังคมดีจึงต้องช่วยกันสร้าง เริ่มเมื่อไหร่ก็ไม่เคยสาย 

 

.

.

.

รับชมซีรีส์ได้ทาง Netflix 

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

เบื้องหลัง

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

.
.
.

โปสเตอร์

 




.
.
.
.
.

เพลงประกอบไพเราะมาก
โดยเฉพาะเพลงเปิดซีรีส์เพลงนี้ แค่ดนตรีอินโทรขึ้นกับภาพบนจอก็ทำให้น้ำตารื้นได้

Crazy - Kevin Oh (케빈 오), 프라이머리 (Primary) 

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

Chaser - Kriz 

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

ost. (playlist)

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

.
.
.
.

ไปกอบกู้โลกกัน 

.
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่