ถูกพ่อเลี้ยงข่มขืน? / ถูกคุกคาม?

สวัสดีค่ะ คือเรามีพ่อเลี้ยงคนหนึ่ง คบกับเเม่มาเป็น 10 ปีกว่าเเล้ว  ตอนเรายังเด็กเราไม่ได้คิดอะไรเพราะนึกว่าเขาเเค่เอ็นดูเราเฉยๆ เเต่พอเรายิ่งโตขึ้นๆ มันรู้สึกเเปลกๆ มันเหมือนเรากำลังถูกคุกคามอยู่ ตอนที่เรารู้ตัวก็อายุประมาณป.5-ป.6 เราเริ่มรู้ตัวเเล้วว่ากำลังโดนคุกคาม เราไม่ได้บอกเเม่ เเต่เราบอกเพื่อน เพื่อนๆก็บอกว่าให้ระวังเอาไว้ อยู่ห่างๆ ครั้งเเรกที่รู้สึกคือ ตอนที่เรายังเด็ก เรานอนๆอยู่เเต่รู้สึกอะไรเย็นๆที่ต้นขา พอเราตื่นขึ้นก็เห็นพ่อเลี้ยงกำลังลูบขาเราอยู่ เราก็ไม่ได้คิดอะไรปล่อยๆผ่านไป(เเต่ในใจคิด) เเต่ตอนนั้นเราเเค่ไปเที่ยวคอนโดเเม่ในช่วงปิดเทอม พอใกล้เปิดเทอมเราก็กลับไปบ้านยาย จริงๆก็ถูกคุกคามอยู่หลายครั้งนับไม่ถ้วนเลย ครั้งที่สองที่หนักจนเราตกใจคือตอนที่เราโตเเล้วประมาณม.1ได้ เเม่กับพ่อเลี้ยงมาค้างบ้านยาย ข้างบนบ้านเราจะนอนรวมเเต่พ่อเลี้ยงจะนอนข้างล่าง ผ่านไปคืนนึงช่วงประมาณเช้าๆเราไม่รู้ว่ากี่โมงเเต่ก็น่าจะประมาณ 6-7 โมง เรารู้สึกว่าอะไรเย็นๆอยู่ที่หลัง ทีเเรกก็นึกว่าเเม่มาปลุก ก็ไม่ได้อะไรเราก็นอนเฉยๆไม่ได้พูดอะไร เเต่มือนั่นมันจับ ย้ำนะว่าจับ จับมาที่นมหรือหน้าอกของเรา เราเลยหันหลังไปเจอกับพ่อเลี้ยง เราเห็นกรรไกรอันใหญ่อยู่บนโต๊ะ เราไม่รู้ว่าตอนนั้นคิดอะไรอยู่จู่ๆมือก็เอื้อมไปคว้ามันเเล้วเอามาถือไว้เฉยๆ พ่อเลี้ยงไม่พูดอะไรเเละเดินออกไปนอกห้อง เรารีบไลน์บอกเพื่อนๆ เพื่อนรู้ เพื่อนทุกคนรู้ เพื่อนทุกคนเป็นห่วง เรารับรู้ได้ถึงความเป็นห่วงของเพื่อน เพื่อนบอกว่าให้เราบอกคนในครอบครัว เราคิดไว้เลยว่า ต้องไม่มีใครเชื่อเเน่ๆ เราเลยลองโทรไปบอกยาย ยายบอกว่า "พูดอะไร ไร้สาระ" ตอนนั้นเรารู้สึกถึงความสิ้นหวังเเล้วว่ามันเป็นยังไง ตอนนั้นเราคิดว่าเป็นไงเป็นกันคือเราเข้าชมรมมวยไทยของรร. เล่นบาสเล่นกีฬาให้มันได้กล้ามเนื้อ เราหมั่นฝึกเรียนมวยไทย เรียนการใช้มีดต่อสู้ เพราะเรารู้ว่าอีกไม่นานเราต้องออกจากบ้านยาย ย้ายไปอยู่บ้านที่เเม่กับพ่อเลี้ยงเป็นคนซื้อ เรารู้สึกได้ถึงความอันตรายที่มันค่อยๆคืบคลานเข้ามา  พอถึงวันที่ย้ายเข้ามาจริงๆ เราก็รู้เลยว่าอันตรายของจริงมันเป็นยังไง เราไม่ใช่คนฉลาด เเต่เราเป็นคนที่มีสันชาตญาณเเละเราทันคนมากๆ วันหนึ่งพ่อเลี้ยงบอกว่าจะเอากล่องอินเตอร์เน็ตมาติดไว้ในห้อง เวลาใช้เน็ตจะได้เเรงๆ ที่เเรกที่เราได้ยินเราเอะใจเเล้วว่า ทำไมถึงต้องเป้นห้องเรา เอาวางไว้ตรงบันไดหน้าห้องก็ได้นี่นา เราก็ไม่ได้อะไร พอถึงวันที่ติดตั้งจริงๆ บอกได้เลยว่า จะเเอบดูใครไปเรียนมาใหม่ คือกล่องเน็ตอ่ะมันจะต้องมีเสาถูกปะ เเต่นี่คือเป็นกล่องดำเปล่าๆเเล้วมีกล้อง.... เรียกสั้นๆก็คือกล้องเเอบถ่ายนั่นเเหละ  เขาจะเอามาตั้งบนตู้เสื้อผ้า เราก็เห็นละเลยปล่อยให้เขาติดตั้งไป พอเขาติดตั้งเสร็จก็ออกไป เราเลยปีนเก้าอี้ เอาทิชชู่พันล้อมรอบกล่องนั่นเลย เราคิดไว้เเล้วว่า ถ้าเขาสามารถเเถได้ก็เเถไป เพราะถ้าเป็นกล่องเน็ตต่อให้มีทิชชู่พันก็คงไม่ส่งผลกระทบต่อเน็ต เเต่นี่เป็นกล้องเเอยถ่าย ถ้าเอาทิชชู่พันเอาไว้ที่กล้องก็จะไม่สามารถมองเห็น พอนานวันเข้าเราคิดว่าเขารู้ตัวเเล้ว เขาเลยมาที่ห้องเรา เเล้วขึ้นไปดูกล่องเน็ตเเต่จริงๆคือกล้องเเอบถ่าย สุดท้ายเเล้วก็เดินออกไปพร้อมกับกล้องนั่น เหมือนเขารู้เเล้วว่าเรารู้ คือเรารู้เเละรู้ทุกอย่าง เเค่เงียบปากเอาไว้ เพราะมันเป็นผลดีต่อทั้งสองฝ่าย ที่มันดีต่อทั้งสองฝ่ายเพราะพ่อเลี้ยงกับเเม่จะได้ไม่เเตกเเยกกัน เเละเราจะได้มีค่าเทอมต่อไปเรื่อยๆ ต่อให้เราถูกคุกคามก็ไม่เป็นไร ถ้าเขายังอยู่ในขอบเขตของตัวเอง เเต่ถ้าวันไหนที่เขาออกนอกขอบเขตเมื่อไหร่ คำว่าประหาร คุกเด็ก หรือการอับอายขายขี้หน้าในฐานะฆาตกร มันก็เป็นเรื่องเด็กๆไปเลยถ้าเทียบกับการเเก้เเค้นในสิ่งที่เขาทำมาทั้งหมด เขาเป็นผู้ชายเเรงเยอะกว่าเรา เขาได้เปรียบตั้งเเต่เเรกอยู่เเล้ว เเต่...เรามีทั้งวิชามวยไทยถึงจะไม่เก่งมากเเต่ก็พอให้มีดเป็น ถ้าให้เราสู้จริงๆ สู้เพื่อปกป้องเเม่ เราจะสู้จนกว่าจะตาย เเขนใช้ไม่ได้ ขายังใช้ได้อยู่ก็ใช้ขา ขาใช้ไม่ได้ก็ใช้ปาก ปากใช้ไม่ได้ก็ใช้หัว จะสู้จนกว่าจะตายนั่นเเหละ ต่อให้เราตายไปเเล้ว ถ้าเป็นผี เราก็คงอาฆาตเเค้นสุดๆเลยล่ะมั้ง พ่อเลี้ยงที่เราเล่ามาในสายตาทุกคนที่อ่านอาจจะดูโคตรสารเลวเเต่...ทั้งค่าเทอมค่าอาหารการกินข้าวของเครื่องใช้ก็มีส่วนที่เป็นเงินของเขา เขาไม่ได้เเย่ขนาดนั้น เเต่เเค่ติดเรื่องที่คุกคาม ถ้าขาดเรื่องคุกคามไป ครอบครัวของเราก็คงจะดีที่สุดเเล้วล่ะ เราทนได้เราก็ทนไป คิดไว้อยู่อย่างเดียว ทำเพื่อเเม่ เเม่เราไม่ได้รวย ครอบครัวเราไม่ได้รวย พอมีพอกิน เเต่พอพ่อเลี้ยงเข้ามาเขาก็ช่วยเเม่หลายๆอย่างสิ่งที่เเม่เเบกอยู่คนเดียวก็เเบ่งเบาได้บ้าง  เราคิดเเค่เพื่อเเม่ เพราะเราไม่อยากให้เเม่ต้องลำบาก  ถ้าเราเเจ้งความไปก็เปล่าประโยชน์ เราไม่มีทั้งหลักฐานหรืออะไรเลย มีเเต่ความบริสุทธิ์ใจเท่านั้น เเต่ที่เป็นอยู่เเบบนี้...อาจจะดีเเล้วก็ได้มั้ง
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
ในฐานะลูกที่ห่วงแม่ เป็นพี่พี่ก็คงทำแบบน้อง แต่ในฐานที่วันนี้พี่มีลูกสาวแล้ว พี่อยากบอกว่ามีอะไรให้บอกแม่ หนูยังมีแม่ที่รักและห่วงหนูสุดหัวใจ แม่ไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจของหนูแน่ แค่หนูบอกแม่ แม่พร้องทิ้งทุกสิ่งอย่างเพื่อหนู หรือแก้ปัญหาด้วยการย้ายให้หนูไปอยู่หอ และเว้นระยะห่างระหว่างหนูและพ่อเลี้ยง
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่