[CR] เปิดคลังน้ำหอม ตั้งแต่สมัยเรียนจนถึงทำงาน ฉบับไดอารี่

กระทู้รีวิว
สวัสดีครับทุกท่าน ไม่ได้เขียนกระทู้มานานมาก พอดีวันนี้อารมณ์ดีเลยเอาประสบการณ์ดี ๆ มาแชร์กันนะครับ

เผอิญว่าช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีรุ่นพี่ท่านหนึ่งเริ่มมาคุยปรึกษาเรื่องน้ำหอม ไป ๆ มา ๆ รุ่นพี่ท่านนี้ก็เขียนรีวิวน้ำหอมลงเฟซบุคของเขาเอง ซึ่งเขียนได้ดีมาก จึงจุดประกายให้ผมอยากลงมือเขียนรีวิวสักที หลังจากที่ผลัดวันประกันพรุ่งมานาน 

รีวิวน้ำหอมต่อไปนี้จะไม่ได้ลงรายละเอียดมากนะครับ เช่นองค์ประกอบของกลิ่น top middle base เป็นต้น คิดว่าท่านที่ชื่นชอบน้ำหอมคงได้อ่านทาง fragrantica.com มาบ้างแล้ว แต่จะมาเล่าความทรงจำที่มีกับแต่ละขวดว่าไปได้มาได้อย่างไร  มีลักษณะเด่นอย่างไร ชื่นชอบอย่างไร นะครับ ตัวผมเองเริ่มมีความชื่นชอบและสนใจน้ำหอมตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 2 จนถึงตอนนี้ก็ประมาณ 7 ปี แล้วครับที่มีความสุขกับมันมาเรื่อย ๆ

ก่อนอื่นจะให้ดูภาพหมู่ของน้ำหอมที่มีไว้ใช้งานในปัจจุบันนะครับ ให้ดูแค่ขวดจริงก็พอครับ เพราะตัวแบ่งขายก็มีอีกหลายหลอดยุบยิบ จะรกภาพเอาเสียเปล่านะครับ ฮ่า ๆ

ผมจะเล่าตามลำดับขวดที่ซื้อเลยนะครับ แต่ถ้ามีขวดไหนที่กลิ่นใกล้เคียงก็จะขอลัดคิวมาเล่าถัด ๆ กันนะครับ


ขวดแรกเลยขอเริ่มที่ โคโลญ 4711 ครับ น่าจะเป็นน้ำหอมขวดแรกที่ซื้อในชีวิตเลย ตอนนั้นปี 2016 เรียนอยู่ปีสองครับ มีโอกาสได้ไปดูงาน Singapore Air Show กับเพื่อน ๆ แล้วก็ท่องเที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ ในสิงคโปร์ มีอยู่วันหนึ่งที่เพื่อน ๆ พากันไปห้างมุสตาฟา (Mustafa) - ก็คืออารมณ์ร้านเจ๊เล้งเมืองไทยนี่เอง - ก็ได้เดินผ่านโซนที่ขายน้ำหอมครับ รู้สึกว่าโอ้โห้ ละลานตาจริง ๆ และได้ลองใกล้ ๆ ไม่มีใครมาประชิด เพราะตอนเดินห้างไทยก็ไม่ค่อยได้เข้าไปดู เข้าไปลองดมน้ำหอมจริง ๆ จัง ๆ เพราะเขินพี่ ๆ ที่ประจำเคาเตอร์ และรู้สึกว่ามันเป็นของแพง คงยังไม่พร้อมจะซื้อ ตอนนั้นเบี้ยน้อยหอยน้อยครับ บินตั๋วราคาโปร นอนโฮสเทลห้องรวม กินข้าวฟู้ดคอร์ท ซื้อสเบียงที่ Fairprice (เป็นซุเปอร์มาร์เก็ตเครือใหญ่ที่สิงคโปร์น่ะครับ พึ่งพาได้ ของไม่แพงมาก น้ำถูก)  กลับมาที่มุสตาฟานะครับ จำได้ว่าเพื่อนคนนึงได้ Hugo Boss Bottled ไปขวดนึง เก้าร้อยกว่าบาท น่าจะ 50 ml ส่วนผมถูกชะตากับ 4711 ที่สุดครับ เพราะเคยดูสารคดีว่ามันเป็นยี่ห้อที่เก่าแก่มาก ร่วมสองร้อยปี ประกอบกับเคยเห็นคุณยายที่บ้านนำมาหยดลงน้ำเย็นเวลาทำผ้าเย็น พิจารณาแล้วเห็นว่ามีคุณค่าทางใจมากที่สุด อีกทั้งราคาไม่แพง ขนาด 150 ml น่าจะประมาณสี่ร้อยบาทถ้าจำไม่ผิด ก็เลยเลือกมา ณ ตอนนั้น (ภาพซ้าย ขวดด้านขวา ฝาเกลียว)

สำหรับกลิ่นจะออกสดชื่นครับ มะนาว ๆ ส้ม ๆ ดอกไม้อ่อน ๆ มีข้อเสียคืออยู่ไม่นานครับ ครึ่งชั่วโมงก็ไม่ได้กลิ่นแล้ว และกลิ่นเบามาก แต่ก็เข้าใจได้ครับ เพราะเป็น eau de cologne เน้นเบาบางอยู่แล้ว ปัจจุบันเอาไว้ใช้หลังอาบน้ำตอนเย็นหรือก่อนนอนครับ เพราะได้ดมแปปเดียวก็นอนแล้ว หรือไม่ก็วันไหนอารมณ์อยากเติมความสดชื่นเบา ๆ ครับ ใช้ได้ดีเลย พรมบ่อยเท่าไหร่ก็ได้

มีเรื่องน่าเสียดายอย่างนึงครับ คือตอนนั้นเราก็ไม่ทราบว่าควรเก็บน้ำหอมอย่างไรให้มันอยู่กับเรานาน ๆ พอได้ขวดนี้มา ผมก็ตั้งไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งรวมกับสกินแคร์ทั้งหลาย ปรากฎว่าผ่านไปสองสามปี เหลือโคโลญสัก 1/3 ขวด รู้สึกว่ากลิ่นเพี้ยน คงเป็นเพราะถูกแสงครับ แสงเข้าห้องทุกวัน ๆ จากนั้นก็เลยไม่เอาขวดน้ำหอมใด ๆ มาตั้งไว้ดูเล่นเลยครับ เก็บเข้าที่มืดตลอด ส่วนโคโลญในขวดก็ไม่กล้าทิ้ง มาถึงตอนนี้ได้ใช้งานแล้วครับ คือ ผมเอาไปกรอกใส่ขวดเสปรย์ ใช้เป็นแอลกอฮอล์ล้างมือครับ 555 เพราะมันเบาบาง และถูก คิดว่าเอามาใช้อย่างนี้ก็ไม่เสียดายแล้วครับ

ขวด 1 เสียไป ก็ยังคงหามาซื้อเพิ่มอีกครับ เพราะชอบจริง ๆ เมื่อปี 2019 มีโอกาสได้ไปสิงคโปร์อีก ก็ไปซื้อที่เดิม หนนี้ซื้อแบบสเปรย์ 90 ml สามร้อยกว่าบาท ฝากพ่อขวดนึง เราใช้ขวดนึง แล้วก็ขวดฝาเกลียว 200 ml ไว้เติมอีกขวดนึงครับ

ส่วนขวดสีเขียว ภาพขวานั้น คือ 4711 ICE ครับ จะแตกต่างกับตัวดั้งเดิมตรงที่มีความมิ้นท์ แล้วก็เมนทอลเย็น ๆ ครับ ฉีดแล้วจะเย็น ๆ อันนี้สั่งจากร้านใน shopee ไม่นานมานี้ครับ 100 ml สี่ร้อยบาทปลาย ๆ ความทนกับความเข้มข้นน้อยเหมือนกันครับ ฮ่า ๆ

พูดถึงการไปสิงคโปร์ในปี 2019 ก็มีน้ำหอมที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้อีก 2 ขวดครับ

ขวดซ้าย TABAC จากบ้าน Maurer & Wirtz อันนี้ซื้อมาเพราะรู้สึกว่าน่าเก็บครับ เป็นตำนาน ขายมายาวนานเหมือนกัน กลิ่นจะทำให้นึกถึงร้านตัดผมผู้ชาย แบบว่า vintage barbershop ช่างกำลังใช้มีดโกนพับ โกนหนวดให้ลูกค้า อารมณ์นั้นเลยครับ กลิ่นแมน ๆ สมุนไพร ๆ เขียว ๆ แต่พอเอามาประจำการจริง ๆ ไม่ค่อยได้หยิบมาใช้เท่าไหร่ เพราะส่วนตัวรู้สึกว่ากลิ่นหนักมาก ตึ๊บขึ้นหัวเลยทีเดียว เลยว่าจะยกให้น้าที่เป็นช่างตัดผมไปครับ ให้แกไว้ทำผ้าร้อนผ้าเย็น แทน "มาสก้าโคโลญ" ที่แกใช้อยู่  (มาสก้านี่ผมก็เคยซื้อมานะครับ ถูกมาก แต่ก็ไม่ค่อยได้ใช้ อยู่อีกบ้านนึงครับไม่ได้ถ่ายให้ดู พบได้ตามซุเปอร์มาร์เกตทั่วไป ยังมีอยู่ไหมนะ ผมซื้อที่ทอปส์)

ขวดขวา Eau de Campagne (กม-ปาญ) จากบ้าน Sisley ครับ อันนี้ไม่ได้ซื้อที่สิงคโปร์ แต่ก่อนไปสิงคโปร์ ได้ดูรีวิวน้ำหอมช่องคุณชัย (เชื่อชัย) คลิปที่พากันไปซื้อน้ำหอมกับคุณกรณ์ ณรงค์เดช แล้วสะดุดตากับเจ้าตัวนี้ คุณชัยบอกว่าฉีดแล้วจะรู้สึกรวย (555) และรีวิวจากหลาย ๆ ที่ก็บอกไปในทิศทางเดียวกันก็คือ เป็นกลิ่นที่จะทำให้นึกถึงชีวิตรวย ๆ สงบ ๆ อยู่ในชนบท ดูจากโปสเตอร์โฆษณาก็คือตีกอล์ฟ เลี้ยงม้า นั่งดูกระถางต้นไม้ ประมาณนั้น เนื้อกลิ่นมีความเขียว ๆ สดชื่น และเป็นความสดชื่นที่หรูหราจริง ๆ แปลกมาก ต้องไปลองครับ

หลังจากที่ได้ลองหาหลอดจิ๋วมาลอง แล้วถูกใจจริง ๆ รักจริง ๆ จะซื้อขวดเต็มละ ช่วงนั้นปลายปี 2019 ปรากฎว่าหาซื้อยากมาก (ตอนนั้นจำไม่ได้ว่าได้โทรถามห้างต่าง ๆ ในไทยไหม แต่เราตั้งใจซื้อที่ร้านปลอดภาษี หรือที่เมืองนอกไว้ก่อน เพราเช็คราคาแล้วถูกกว่า) โทรไปถามคิงเพาเวอร์ก็หมด แล้วตอนนั้นกำลังจะได้ไปสิงคโปร์ ก็หวังใจว่าจะได้ไปซื้อที่โน่น ปรากฎว่า ที่สนามบินก็ไม่มี เดินไปถามที่เคาเตอร์ในห้างแถว Orchard ไม่มี พนักงานใจดีช่วยประสานถามหาสาขาอื่นให้ ก็ไม่มี เลยกลับบ้านมามือเปล่า

จนกระทั่งช่วงปีใหม่ 2020 ได้ไปเดินห้าง ZEN ก็เห็นว่าชั้นล่างมีเคาเตอร์ Sisley อยู่ ก็ตัดสินใจว่า เอาล่ะ ต้องซื้อในห้างไทยแล้วล่ะ เพราะอยากได้จริง ๆ ก็เลยไปถามดู ปรากฎว่ามีของ เหลือกล่องสุดท้าย เป็นเซตน้ำหอม 100 ml กับเจลอาบน้ำ จำขนาดไม่ได้ ทั้งเซตสี่พันบาทต้น ๆ แต่ตอนนั้นมีโปรลด 10% เลยได้มาสามพันกว่าบาท ดีใจมากที่ได้ซื้อสักที แล้วเค้าก็แถมบัตรนวดหน้าด้วย สามใบ ไปใช้ได้ครั้งนึง แล้วก็ไม่ได้ไปอีกเลยเพราะโควิด ผมชอบตัว buffing cream ขัดหน้าของเค้านะ มันละมุนผิวมาก แต่กระปุกละสองพันกว่าบาทเลยพักก่อน

ไปต่อที่ขวดอื่นกันครับ

ย้อนเวลากลับมาใหม่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย คือช่วงนี้เราก็จะใช้เงินกันประหยัด ๆ เนาะครับ ก็ได้รู้จักกับน้ำหอมอีกยี่ห้อนึงคือ Butterfly Thai Perfume เพราะคนที่เคยคบ ๆ คุย ๆ กันตอนนั้นเค้าใช้อยู่ เป็นกลิ่นประจำตัวของเค้า จำได้ว่าเดินยูเนี่ยนมอลด้วยกันแล้วผ่านร้าน เค้าก็ซื้อไปเติมสต็อค กลิ่นนั้นคือกฤษณากำยานครับ  ตอนเดินงานเกษตรแฟร์ก็เห็นมาเปิดบูธครับ มีกลิ่นเยอะมาก เลือกไม่ถูก ถามเค้าว่ากลิ่นไหนดูแพงสุดครับ เค้าก็บอกว่ากลิ่นนี้แหละ เราก็ชอบ ก็ซื้อมาใช้  ตอนใช้บางทีก็นึกถึงคนคนนั้นอยู่ครับ ตอนนี้ซื้อขวด 10 ml มาใช้เป็นขวดที่สองแล้ว กลิ่นจะออกดอกไม้ขาว ๆ รองพื้นด้วยกำยาน ๆ  หอมดีครับ แล้วทนมากด้วยเพราะเป็นเบสน้ำมัน

สำหรับยี่ห้อ Butterfly ก็มีอีกหลายกลิ่นที่ชอบ เช่น พลับพลึงแพร (อันนี้หมดแล้ว อยากซื้อซ้ำ จดไว้ก่อน) วนิลา ชามะตูม ดอกส้ม ใบมะม่วง ห้าขวดนี้ซื้อในงานเกษตรแฟร์ครั้งถัดจากนั้น เพราะมีโปรโมชั่น จากนั้นก็ได้ไปดูร้านที่จตุจักร ก็ได้กลิ่นโคลนสาบควาย มา 1 ขวด (ขวดที่ 3 จากซ้าย ตอนนั้นกลิ่นนี้เพิ่งออกใหม่ ยังไม่มีสติกเกอร์) คือกลิ่นมันแมนมาก เขียว ๆ ดิน ๆ อารมณ์น้ำหอมผู้ชายวินเทจ ประมาณนั้น แต่มีความนุ่มนวล ไม่แรง ใช้ง่ายครับ

อีกสองกลิ่นที่เพิ่งซื้อมาไม่นานคือ
ดอกบัว - กลิ่นดอกบัวเลย และมีมินท์ ๆ เย็น ๆ อยู่สักพัก จบด้วยกลิ่นแนว ambery หวาน ๆ หน่อย (ใกล้เคียงกับตัว วนิลา และชามะตูม) พี่ผู้หญิงที่ออฟฟิศโต๊ะข้าง ๆ ชอบครับ
เชอรี่หญ้าฝรั่น - อันนี้ตามมาเก็บหลังจากที่ดูคลิปของคุณน้อยหนึ่ง จะเห็นว่าแพคเกจเปลี่ยนไป ดูหรูหราขึ้น ส่วนกลิ่นก็เป็นเชอรี่เบา ๆ มีส้ม มีดอกไม้ และเบสเป็น ambery หวาน ๆ เช่นกัน ใช้ง่ายครับ

พอรู้จัก Butterfly ก็เริ่มสนใจว่าเอ๊ะ คนไทยก็มีน้ำหอมดี ๆ ทำขายกันเองนะ ก็ได้ลองดมยี่ห้ออื่น ๆ อีกครับ เช่น ละอองสยาม (ชามะลิ กับไม้จันทร์หอม โอเค), Zarch (อันนี้ส่วนตัวรู้สึกใช้ยากเกินไป) แล้วก็ KengSoHigh ครับ (ฟังชื่อแล้วแบบ ห๊ะ เอาจริงดิ 55) ก็ไปลองที่จตุจักรหนแรก ได้กลิ่น Silver Liquid กลับมา (ภาพขวา ขวดซ้าย ฉลากลอกหมดแล้ว) กลิ่นจะออกเท่ ๆ เย็น ๆ เปรี้ยว ๆ สดชื่น คล้าย ๆ Davidoff Cool Water ครับ แต่จะมีความสดชื่นมากกว่า ความทนไม่เท่าไหร่ครับ ได้ครึ่งวัน แต่หอมอ่อน ๆ ไม่รบกวนใคร ฉีดไปเรียนสบาย ๆ ครับ ราคาก็ไม่แพง ตอนนั้นซื้อสามร้อยกว่าบาท 50 ml 

จากนั้นก็ติดตามแบรนด์นี้มาเรื่อย ๆ ก็มีช่วงนึงที่ออกกลิ่นใหม่ ชื่อ กฤษณาดำ อำพันทอง แลดูแบบเป็น Limited Edition ของหายากประมาณนั้น พอมีโอกาสได้แวะไปร้านที่จตุจักรอีก ทีแรกก็ไม่ได้นึกถึง ไม่ได้ดูตัวนี้ ดมกลิ่นอื่นไปเรื่อย ก็ไม่โดนใจสักที เพราะน้ำหอมร้านนี้จะออกแนวโปร่ง ๆ เกือบทั้งร้าน พอหันไปดูที่ชั้นวางอีกฝั่งนึงของร้าน เอ้า นี่มันของ rare นี่ ขอพนักงานลองดม โอ้ ว้าวว มันดูพรีเมี่ยม ดูยูนีคกว่าตัวอื่นมาก ณ ขณะนั้น แล้วมีโปรโมชั่น จากพันสองเหลือเก้าร้อย ก็เลยจัดมาเลยครับ กลิ่นดอกไม้ ผสมไม้ ๆ ลองไปดูคำอธิบายของร้านครับ คือพรรณนาได้อลังการมาก การใช้งานไม่ยากครับ มีความโปร่งพอสมควร

อันสุดท้ายก่อนจะหมดโควต้าข้อความในกล่องครับ

Erb - High Tea อันนี้ซื้อเพราะชอบฝังใจเลยครับ ด้วยเป็นคนชอบเครื่องบิน แล้วมีโอกาสได้ใช้บริการการบินไทย มีอยู่ช่วงนึง ที่จะมีโคโลญของเอิบ กลิ่นนี้ ตั้งอยู่ในห้องน้ำ ได้ลองใช้แล้วชอบมาก ลูกเรือจะใช้กลิ่นนี้พ่นลงบนผ้าร้อนด้วย หอมฟุ้งเชียว เป็นความทรงจำที่ดี กลิ่นมันจะเป็นชา ที่จะมีความเปรี้ยวแบบเขียว ๆ หวาน ๆ สดชื่นมาก แต่ตอนนั้นยังไม่ได้สนใจน้ำหอม เลยไม่ได้ซื้อ พูดถึงห้องน้ำการบินไทย ล่าสุดได้ใช้บริการเมื่อปี 2019 ไปดูโคโลญในห้องน้ำก็พบว่าเป็น Divana กลิ่นมะลิ เราก็เห็นเป็นโคโลญ กดไปสามสี่สเปรย์ กลับมานั่ง คุณพระ ดมตัวเองยังแทบจะสำลัก คือตอนฉีดใหม่ ๆ ยังไม่ได้กลิ่น พอสักพักกลิ่นตีขึ้นแรงมาก รีบลุกกลับไปล้าง ไปเช็ด กลัวคนข้าง ๆ จะด่าเอา แล้วก็รีบเอาแจ็คเกตมาคลุมตัว ก็เป็นประสบการณ์เขิน ๆ บนเครื่องนะครับ เตือนเลยว่าฉีดน้ำหอมในที่แคบนี่ต้องระวังมากจริง ๆ

กลับมาที่ Erb - high tea หลังจากขึ้นการบินไทยครั้งแรก ประมาณปี 2013 เวลาผ่านไป เริ่มสนใจน้ำหอม อยากซื้อละ ปรากฏว่า ไม่มีขายแล้ว ไปดูที่ชั้นของเอิบตามห้างตอนนั้นจะเห็นมีโคโลญอยู่กลิ่นเดียวคือ cloud nine รู้สึกเสียใจ คิดว่าคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว 

หมดโควต้าแล้วครับ จะเล่าต่อในคอมเม้นต์นะครับ
ชื่อสินค้า:   น้ำหอม
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่