เปิดวาร์ป ครัวปันอิ่ม ส่งต่อรอยยิ้มให้ชาวกรุง สู้ภัยโควิด-19

หลังจากนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ประกาศเมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่ผ่านมา ว่าจะทำโครงการ “ครัวปันอิ่ม” แจกอาหาร 2 ล้านกล่อง ให้ประชาชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ได้รับความเดือดร้อนจากวิกฤตโควิด-19 
 
หนึ่งสัปดาห์จากนั้น ในวันที่ 9 ส.ค. 2564 โครงการครัวปันอิ่มได้เริ่มดำเนินการแจกจ่ายอาหาร ผ่านพันธมิตรหลายภาคส่วน ที่เป็นองค์กร จิตอาสา มูลนิธิ สื่อมวลชน ฯลฯ ที่ทั้งช่วยชี้เป้าว่าควรจะนำไปแจกชุมชนไหน และอาสาขนส่งไปแจกจ่ายตรงถึงชุมชนนั้น ๆ เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องเดือดร้อนมาต่อแถวรอรับบริจาคที่ใดที่หนึ่งเป็นจำนวนมาก ๆ ซึ่งช่วยลดการแพร่เชื้อโควิดไปในตัวด้วย 
 

 
ความน่าสนใจของโครงการนี้มีอยู่หลายส่วน นอกเหนือจากการทำงานที่รวดเร็ว ผ่านการประสานงานกับเครือข่ายหลายภาคส่วน ทำให้ใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์ ก็ทำให้โครงการเกิดได้ 


 
ไม่ต่างจากตอนต้นปี 2563 ที่เจ้าสัวซีพีประกาศว่าจะสร้างโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยทางการแพทย์แจกฟรี ในช่วงเวลาวิกฤติขั้นสูงสุดที่ประเทศไม่สามารถหาวัตถุดิบมาทำหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ได้ แต่ซีพีก็ใช้พลังความร่วมมือจากเครือข่ายพันธมิตร ทั้งในและต่างประเทศ สามารถเนรมิตโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ ให้ปฏิบัติการได้ภายในเวลาเพียง 5 สัปดาห์ตามที่ลั่นวาจาไว้ แม้ซีพีเองจะไม่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้เลยก็ตาม แต่ก็ยังสามารถจัดสร้างโรงงานและจัดหาวัตถุดิบมาผลิตหน้ากากอนามัย แจกจ่ายแก่บุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ ลดความยากลำบากของกลุ่มด่านหน้า ที่ตอนนั้นต้องใช้หน้ากากเก่าซ้ำเดิมครั้งละหลายวันติดต่อกัน ให้มีหน้ากากอนามัยใหม่ที่เปลี่ยนได้ สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อลงไปได้มาก


 
จากข้อมูลที่หามาได้ ตั้งแต่โรงงานหน้ากากอนามัยซีพีเริ่มดำเนินการ ก็ได้ส่งมอบหน้ากากอนามัยให้กับโรงพยาบาลจุฬาฯ สภากาชาดไทย เพื่อจัดสรรไปแจกบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ รวมถึงกลุ่มเปราะบางทางสังคมมาโดยตลอด ซึ่งแจกไปแล้วรวมกว่า 18 ล้านชิ้น จนมาถึงวันนี้ได้ขยายกลุ่มการแจกเพิ่มมาอีกหนึ่งกลุ่ม สำหรับประชาชนทั่วไปในโครงการครัวปันอิ่ม โดยตั้งเป้าการแจกไว้อีก 6 ล้านชิ้น 
 

 
สำหรับโครงการครัวปันอิ่มถือเป็นอีกครั้งหนึ่งที่เครือซีพีกระโดดลงมาช่วยทำโครงการใหญ่เพื่อสังคม ในการต่อสู้กับวิกฤตโควิด-19 โดยใช้เวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ในการหาสรรหาพันธมิตร ที่รวบรวมได้มากกว่า 100 องค์กร ที่เต็มใจช่วยกันทำให้โครงการครัวปันอิ่มเริ่มต้นดำเนินการได้ ซึ่งผมได้รวบรวมข้อมูลการดำเนินงานของโครงการครัวปันอิ่มมาได้พอสังเขป ดังนี้ 
 
ข้อมูลโครงการ
-       โครงการครัวปันอิ่ม โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) แจกอาหารฟรี 2 ล้านกล่อง จาก 40 จุดทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล เริ่มแจกจ่ายวันที่ 9 ส.ค. 2564 ตั้งเป้าแจกจ่ายในระยะเวลา 2 เดือน จะสิ้นสุดราว ๆ ปลายก.ย. 2564
-       ซีพีผนึกกำลังกับองค์กร มูลนิธิ กลุ่มจิตอาสา ภาคประชาสังคม สื่อมวลชน และองค์กรเอกชน ที่เป็นผู้ชี้เป้าชุมชน และช่วยนำอาหารไปแจกจ่ายตรงถึงยังชุมชนต่าง ๆ 
-       ตัวอย่างพันธมิตรองค์กร : มูลนิธิดวงประทีป กลุ่มเส้นด้าย กลุ่มอาสาดุสิต มูลนิธิสยามนนท์ อาสาเตาปูน สมาคมนักข่าวนักนักหนังสือพิมพ์และวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย มูลนิธิก้าวคนละก้าว มูลนิธิออทิสติกไทย ปอเต๊กตึ๊ง มูลนิธิวีวีแชร์ มูลนิธิ SOS กรมการทหารขนส่ง สปสช. กลุ่มคลองสามวาต้องรอด กู้ชีพหงส์แดง มูลนิธิร่วมกตัญญู เป็นต้น
-       ตัวอย่างชุมชนที่นำอาหารไปแจกจ่าย : ชุมชนหลังวัดสายไหม ชุมชนริมทางรถไฟมักกะสัน ชุมชนบ้านครัวเหนือ ชุมชนคลองส้มป่อย ชุมชนพื้นที่เขตบางซี่อ ชุมชนดอนเมือง ชุมชนสวนอ้อยสามเสน ชุมชนลาดพร้าว ศูนย์พักคอยเอื้ออาทรบางขุนเทียน เป็นต้น
 

 
อาหารและสิ่งของที่แจกจ่าย
อาหารที่นำมาร่วมโรงการครัวปันอิ่ม เพื่อไปแจกจ่ายประชาชน จำนวนทั้งหมด 2 ล้านกล่อง มาจาก 
-       1 ล้านกล่อง ซื้อจากร้านอาหารรายย่อย ที่ได้รับผลกระทบจากการควบคุมการแพร่ระบาด เป็นการช่วยต่อลมหายใจให้ผู้ค้ารายย่อย
-       1 ล้านกล่อง สมทบจากเครือซีพี โดยเป็นอาหารอุ่นร้อนพร้อมรับประทาน 
-       ร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการต้องได้รับการตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพ ความสะอาด ความปลอดภัย 
-       หน้ากากอนามัยซีพี จำนวน 6 ล้านชิ้น บางส่วนจ้างกลุ่มแท็กซี่ชุมชนในการขนส่งไปยังจุดบริการโครงการครัวปันอิ่ม
-       ผลไม้ เช่น มังคุด รับซื้อจากเกษตรกรโดยตรง เป็นการช่วยระบายผลผลิตของเกษตรกรที่ประสบปัญหาด้านราคา
-       สิ่งของอื่น ๆ ได้รับการบริจาคจากบริษัทในเครือซีพี และพันธมิตรธุรกิจ เช่น กาแฟทรูคอฟฟี่ 
 
 

 
 
วิธีการแจก
-       องค์กร จิตอาสา มูลนิธิ และภาคประชาสังคม ที่เป็นพันธมิตรกว่า 100 องค์กร มารับของจากจุดบริการครัวปันอิ่มทุกวัน ซึ่งมีทั้งหมด 40 จุด แล้วนำไปแจกจ่ายตรงถึงชุมชน เพื่อไม่ต้องให้ประชาชนมาต่อคิวรอรับบริจาค ณ จุดใดจุดหนึ่ง เป็นการลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 
 

 
ช่วยใครได้บ้าง
แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ เพียง 2 เดือนของการทำโครงการครัวปันอิ่ม แต่ก็สามารถส่งต่อความช่วยเหลือและกำลังใจไปยังบุคคลหลายกลุ่มที่ประสบปัญหาในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกล่าสุด อาทิ 
-       พี่น้องประชาชนในชุมชนต่าง ๆ ซึ่งบางส่วนต้องหยุดงาน ทำให้ขาดรายได้ โครงการไปแจกอาหารและหน้ากากอนามัย ซึ่งช่วยบรรเทาความยากลำบากได้ส่วนหนึ่ง
-       ร้านอาหารรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากการล็อคดาวน์ ทำให้ขาดรายได้ แต่อาจจะยังมีรายจ่ายอยู่ โครงการนี้เข้าไปช่วยจุนเจือหรือเรียกว่าต่อลมหายใจได้ส่วนหนึ่ง
-       เกษตรกรที่ได้รับความช่วยเหลือจากการซื้อผลไม้ไปแจกจ่ายต่อ ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นมาส่วนหนึ่ง จากปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ หรือขายไม่ได้ 
-       การจ้างงานเพิ่มบางส่วน เช่น กลุ่มแท็กซี่หรือผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ขนส่ง ที่ช่วยนำของหรือหน้ากากอนามัยไปส่งยังจุดบริการครัวปันอิ่ม    
 

 
ไม่ว่าประเทศไทยจะประสบวิกฤตครั้งใด แต่สิ่งหนึ่งที่เราจะได้เห็นอยู่เสมอก็คือ น้ำใจของคนไทยที่มีให้กันอยู่เสมอไม่เคยขาด นี่เป็นเสน่ห์ไทยแท้ ขอบคุณซีพี หน่วยงานต่าง ๆ และผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ที่เข้ามาช่วยเหลือเกื้อกูลกันในยามยาก โดยไม่ต้องรอให้ร้องขอ
 
...เชื่อว่าเราจะผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันได้จริง ๆ ตามสโลแกนเขานั่นแหละ  
 
-----------------------   
 
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่