JJNY : ไทยรั้งท้ายปท.ฟื้นตัวจากโควิด│อังกฤษจัดไทยพื้นที่"สีแดง"│ด่านหน้ารพ.มหาสารคามงานหนัก│ต้นทุนแฟกตอรี่แซนด์บอกซ์พุ่ง

ไทยรั้งท้าย หล่นอันดับ 49 จาก 53 ประเทศฟื้นตัวจากโควิด 
https://www.matichon.co.th/foreign/news_2907869
 
 
ไทย หล่นอันดับ 49 จาก 53 ประเทศฟื้นตัวจากโควิด จากการจัดอันดับของบลูมเบิร์ก สิงคโปร์ พุ่งอันดับ 8
 
บลูมเบิร์ก เผยตางรางการจัดอันดับความสามารถของประเทศต่างๆในการรับมือโควิด (the Bloomberg Covid Resilience Ranking) ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา พบว่าไทย หล่นลงไป 8 อันดับ ไปอยู่ที่อันดับที่ 49 กลายเป็นหนึ่งใน 5 ประเทศรั้งท้ายตาราง จากทั้งหมด 53 ประเทศ
 
การจัดอันดับดังกล่าวบลูมเบิร์ก พิจารณาให้คะแนนจากหลายๆปัจจัยไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้ติดเชื้อ ผู้เสียชีวิต จำนวนผู้ได้รับวัคซีน ความเข้มงวดของการล็อกดาวน์ ไปจนถึงอิสรภาพในการเดินทางในประเทศ โดยไทยมีคะแนนรวมอยู่ที่ เพียง 47.7 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น โดยอยู่รั้ง 5 อันดับท้ายร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนอย่าง เวียดนาม (50), อินโดนีเซีย (51), ฟิลิปปินส์ (52) และ มาเลเซีย (53)
 
อย่างไรก็ตาม สิงคโปร์ เป็นประเทศอาเซียนที่รับมือกับโควิดได้อย่างยอดเยี่ยม ขึ้นไปติดอยู่ในอันดับ 8 พุ่งขึ้น 3 อันดับจากเดิม มีคะแนนอยู่ที่ 73.3 คะแนน ล่าสุดมีผู้ได้รับวัคซีนแล้ว 76 เปอร์เซ็นต์
 
ทั้งนี้ บลูมเบิร์ก ระบุว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า นั้น ส่งผลให้รูปแบบการควบคุมโควิด-19 ที่ประสบความสำเร็จในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมาถูกทำลายลง ส่งผลให้หลายประเทศต้องตกอันดับลงไป เช่น นิวซีแลนด์ ที่เคยอยู่อันดับที่ ต้องตกไปถึง 26 อันดับ
 
ด้านสหรัฐอเมริกา และอิสราเอล ที่มียอดการฉีดวัคซีนเป็นอันดับต้นๆของโลก และเป็นผู้นำในการกลับไปใช้ชีวิตปกติ ก็อันดับตกลงไปอยู่ในอันดับที่ 25 และ 36 ตามลำดับ
 
ทั้งนี้ นอร์เวย์ ยังคงที่อยู๋ในอันดับที่ 1 ส่วน เนเธอร์แลนด์ และฟินแลนด์ พุ่งขึ้นมาอยู่ในอันดับ 2 และ 3 ผลจากการฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมประชากรได้ถึง 60 เปอร์เซ็นแล้ว
 

  
ด่วน! อังกฤษ จัดประเทศไทย อยู่ในพื้นที่ "สีแดง" แจงรายละเอียดเข้ม เดินทางเข้า
https://www.khaosod.co.th/covid-19/news_6586303
 
อังกฤษ จัดประเทศไทย เป็นประเทศโควิด “สีแดง” เผย คนบางกลุ่มจากไทยที่ไปได้ เมื่อไปแล้วทำตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ตามรายละเอียดที่แจ้งเอาไว้
 
วันนี้ (27 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย เผยแพร่ข้อความและภาพกราฟฟิกการแจ้งข่าว โดยมีข้อมูลที่ระบุว่า “ด่วน! สหราชอาณาจักร ประกาศให้ประเทศไทยเป็นประเทศกลุ่มพื้นที่สีแดง” โดยมีรายละเอียด ดังนี้
 
สหราชอาณาจักรประกาศให้ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศ “สีแดง” หากท่านมีแผนจะเดินทางถึงประเทศอังกฤษตั้งแต่ 04.00 น. ของวันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม 2564 โปรดปฏิบัติดังนี้
 
🛫ผู้มีสิทธิ์เดินทางจากประเทศไทยเข้าสหราชอาณาจักรได้จะต้องมีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
– มีสัญชาติอังกฤษ
– มีสัญชาติไอริช
– มีสิทธิ์พำนักในสหราชอาณาจักร (รวมทั้งผู้ที่มีวีซ่านักเรียน หรือวีซ่า Tier 4 ที่จะไปเรียนต่อในสหราชอาณาจักร)
 
🛫 *สำหรับผู้ที่มีสิทธิ์เดินทางเข้าอังกฤษ*
ก่อนเดินทางเข้าอังกฤษ ท่านจะต้อง
1. ตรวจโควิด-19 ภายใน 3 วันก่อนเดินทาง
2. จองแพ็กเกจกักตัวในโรงแรมที่รัฐบาลอังกฤษกำหนด
3. กรอกแบบฟอร์ม Passenger Locator Form
 
เมื่อเดินทางถึงอังกฤษ ท่านจะต้องเข้ากักตัวในโรงแรมที่กำหนดเป็นเวลา 10 วัน รวมทั้งตรวจเชื้อโควิด-19 สองครั้งระหว่างกักตัว (ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ในแพ็จเกจแล้ว)
 
ท่านสามารถเดินทางเข้าอังกฤษได้โดยลงเครื่องที่สนามบินดังต่อไปนี้เท่านั้น
* Heathrow Airport
* Gatwick Airport
* London City Airport
* Birmingham Airport
* Bristol Airport
* Farnborough Airport
* Biggin Hill Airport
 
👇🏻อ่านรายละเอียดทั้งหมด รวมทั้งวิธีการจองโรงแรม ข้อปฏิบัติในโรงแรมที่กักตัว ค่าใช้จ่าย และการตรวจหาเชื้อ ได้ที่นี่
 
*นักเรียนที่กำลังจะเดินทางไปเรียนต่อในสหราชอาณาจักร กรุณาติดต่อมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาของท่านเพื่อแจ้งวันเดินทาง และรับคำแนะนำเกี่ยวกับกระบวนการเข้าสหราชอาณาจักรและการกักตัว ทั้งนี้ รัฐบาลสหราชอาณาจักรจะทบทวนรายชื่อประเทศในกลุ่มสีต่าง ๆ เป็นระยะ และจะเปลี่ยนแปลงนโยบายตามสถานการณ์ โควิด-19 ในประเทศนั้นๆ
  
https://www.facebook.com/BritishEmbassyBangkok/posts/101133725640238
 

 
โซเชียลแชร์ ด่านหน้า รพ.มหาสารคาม ทำงานหนัก อาเจียน-เป็นลม เป็นเรื่องธรรมดา
https://www.springnews.co.th/news/814798

โซเชียลแชร์ภาพ เจ้าหน้าที่บุคคลากรด่านหน้า รพ.มหาสารคาม ที่ทุ่มเททำงานอย่างหนัก อาเจียน-เป็นลม เผย เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นทุกวัน ขอแค่ได้อาบน้ำ สระผม สปอนเซอร์ 1 ขวด ก็ทำงานต่อได้แล้ว
 
27 ส.ค.64 กรณีเพจผู้ใช้เฟซบุ๊ก Tiravuth Srisongkhram เผยภาพ เจ้าหน้าที่บุคลากรการแพทย์ด่านหน้าที่อยู่ในสภาพร่างกายอ่อนล้าซึ่งระบุข้อความว่า 
 
"นี้คือภาพที่เกิดขึ้นจริง ใบหน้าที่แดงก่ำของเจ้าหน้าที่ตึกเฉพาะโรค รพ.มหาสารคาม ที่ทุ่มเท ทำงานหนัก เป็นลมบ้าง อาเจียนบ้าง จนเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นทุกวัน ขอแค่ได้อาบน้ำ สระผม สปอนเซอร์ 1 ขวด ก็สามารถทำงานต่อได้แล้วครับ"

https://www.facebook.com/tvuth116/posts/2100596743411723
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่