.
“แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง แม่เฝ้าหวงห่วงลูกแต่หลังเมื่อยังนอนเปล แม่เราเฝ้าโอล่ะเห่ แกว่งลูกน้อยตกเปลขาหักขาเป๋ไปจนตาย ฮา ดื้อ ดือ ดื้อ ดึ่ง… แต่เล็กจนโตโปลิโอdakขา ฮา”
“แม่มืงสิ ! ฮา “ แม่ด่าทั้งหัวเราะ
“แม่นั้นหนากินยากันยุง… ฮา “
“ไอ้ลูกเวร ! ฮา “
ผมนอนหนุนแขนแม่ร้องเพลงเล่นกันที่โซฟาหน้าทีวี พร้อมถ่ายวิดีโอลงโซเชียลตามประสา รักแม่ทุกวันล่ะครับ แค่วันนี้ตามเทรนหน่อย เห็นใคร ๆ เขาก็ลงรูปกับแม่กัน ผมนี่จัดเป็นคลิปเลย
ไม่รู้ว่าหลังจากวันนี้แล้วทุกคนจะลืมแม่กันหรือเปล่า ส่วนผมนั้นรักแม่ทุกวันล่ะครับ ถึงตัวจะอยู่ไกล แต่ผมไม่ทิ้งแม่ไปไหนแน่นอน ฟังดูพวกคุณอาจจะแหวะให้ผม แต่ผมพูดจริง ๆ ล่ะ
ผมทำงานที่กรุงเทพตามสเต็ปครับ แม่ส่งเสียให้เรียนแค่ ปวส. ผมก็ไม่ขัด เรียนจบก็มาหางานทำที่กรุงเทพอยู่กับญาติ ได้งานโรงงานครับ ผมไม่เกี่ยง โรงงานถึงจะหนักหน่อยทว่าได้เงินดี โบนัสสิ้นปีอีก สบายผมล่ะ ! งานหนักทำอะไรผมไม่ได้หรอกฮะ
ชีวิตลูกชายโทนอย่างผม ลูกชายโทน ! อ่า… พวกคุณฟังไม่ผิดครับ ผมเป็นลูกคนเดียวของพ่อกับแม่ แล้วผมจะทำให้พวกท่านเสียใจได้อย่างไร พวกคุณครับ พวกคุณเชื่อไหมว่าผมน่ะ ไม่ดูดบุหรี่ ไม่เคยลองยา เหล้าเบียร์จัดเต็มกับเพื่อนฝูงฮะ นอกนั้นไม่แตะเลย อืมม์ ! อย่าเบะปากดิ ผมพูดจริงนะครับ ฮา ไม่เชื่อก็แล้วแต่
ตอนเด็ก ๆ ผมจำได้ว่ายายกับตาแบ่งที่ให้แม่เป็นที่ตาบอด ในบรรดาลูก ๆ ของยาย พ่อกับแม่ผมจนที่สุดเลย ป้าเป็นไปรษณีย์ ป้าอีกคนเป็นครู น้าเป็นตำรวจ แต่แม่ผมเป็นชาวนา ผมเคยถามแม่ว่า ทำไมแม่ไม่เรียนหนังสือเหมือนพี่น้องคนอื่น แม่ตอบสั้น ๆ แต่ได้ใจความว่า “แม่อยากมีผัว” โอเคครับผมไม่ถามแม่ต่อละ แม่จึงค่อนข้างทำงานลำบาก หาเช้ากินค่ำเลี้ยงผมอ่ะครับ ซึ่งผมเห็นความลำบากของแม่มาตั้งแต่เด็ก ๆ
ยายกับตาไม่ค่อยรักแม่เท่าไหร่ แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร แม่รับจ้างทั่วไปเลี้ยงดูผมล่ะ มีงานที่ไหนก็ไป นอนรับจ้างค้างคืนค้างแรมก็ไป ปล่อยผมไว้กับยาย ดีที่ผมยังมีปู่ย่าคอยซัปพอร์ต กระซิบนะครับ คือ ยายเขาไม่ค่อยรักแม่ เขาจึงไม่ค่อยรักผมเท่าหลานคนอื่นครับ ผมก็โตมาได้นะ
สมัยผมยังเรียนชั้นประถมก็ไม่เท่าไหร่ พอขึ้นมัธยมนี่แหละ จากที่แม่ยังพอหางานทำแถวบ้านได้บ้าง คราวนี้ไม่ได้เลยครับ ต้องออกไปรับจ้างต่างจังหวัด แม่ผมเป็นชาวไร่ชาวนานะครับ ไม่มีหรอกเข้ามาหางานทำที่กรุงเทพ ทำงานโรงงานอะไรไม่มี นู่นไปรับจ้างถอนมันที่เพชรบูรณ์บ้าง ไปตัดอ้อยที่จังหวัดเลยบ้าง ประมาณนี้ครับ
อาชีพของแม่วนเวียนอยู่แต่พวกนี้ ผมก็จำใจล่ะสิ อยู่กับยายกับตา วันไหนโดนพี่ ๆ แกล้งก็มาหาย่ากับปู่ พี่น้องฝั่งพ่อนิสัยดีหน่อย ผมอยากมาอยู่บ้านย่าแทบตาย แต่เกรงใจยาย แม่รู้ดีแต่แม่ก็จำใจ เพราะแม่ต้องทำงาน จะมาอยู่บ้านคอยดูแลผมไม่ได้หรอก ผมต้องกินต้องใช้ แม่ก็บอกให้ผมอดทน ให้ไปเล่นที่บ้านย่าแทนตอนกลางวัน ชีวิตผมจึงเป็น ‘หมาหลายเจ้าครับ’ นี่คือฉายาของผม
พอจบ ม.6 ผมขอให้แม่ส่งผมต่อ ปวส. และ ผมจะทำงานช่วยแม่ไปด้วย งานที่ผมทำก็พาร์ทไทม์ล่ะครับ ก็จบ ปวส.มาได้ จากนั้นก็ออกมาทำงานดีกว่าแม่เหนื่อยมามากแล้ว
กลับมาครับเตลิดไปกันใหญ่แล้ว ไม่มีอะไรแต่ผมอยากเล่าให้ฟังว่า ผมภูมิใจมากแค่ไหนที่ได้เกิดมาเป็นลูกของแม่คนนี้ พอหยุดยาววันแม่มีหรือผมจะไม่กลับมาหาท่าน มาเติมพลังกายพลังใจ แล้ว กลับไปสู้งานใหม่
บ่ายนี้ผมจะพาแม่กับพ่อเข้าไปในเมือง วันแม่แบบนี้ต้องมีของขวัญหน่อย เอิ่ม ! พ่อกระซิบบอกผมว่า วันนี้พ่อก็ขอเป็นแม่ด้วยนะ แหม ! ได้สิครับ ผมรักแม่กับพ่อเท่ากันอยู่แล้ว ไม่มีพ่อกับแม่ก็ไม่มีผมในวันนี้ ผมที่เป็นหัวหน้างานที่โรงงานครับ เอ้อ ! ผมลืมบอกทุกคนนะ ผมน่ะถึงจะทำโรงงาน แต่ ผมเป็นหัวหน้านะครับ เงินเดือนสุทธิเหรอ ไม่บอกหรอก สาว ๆ ผมโสดนะครับ ฮา
“ขอบคุณที่แม่เลี้ยงโปรดมานะครับ ไม่มีแม่ก็ไม่มีโปรดในวันนี้” ผมร้องเพลงกวน ๆ ให้แม่จบคราวนี้จริงจังบ้าง ผมขอบอกรักแม่จริงจังหน่อย แป๊บนะครับ ขอนำพวงมาลัยดอกมะลิกลิ่นหอม ๆ ไหว้แม่สักหน่อยเหอะ
“จำไว้นะโปรด ! โปรดเป็นลูกของพ่อกับแม่นะ แม่กับพ่อรักโปรดที่สุด” ผมเข้าใจสิ่งที่แม่พูด ผมเข้าใจความหมายนั้น ผมขอกราบแม่ก่อนนะครับเดี๋ยวผมมาเล่าต่อ
อ่ะเสร็จแล้ว มาฟังต่อเลยครับ แม่เดินหายเข้าไปในห้องนอนผมละ ไปเก็บห้องให้ผม อิอิ ทุกคนผมเป็นลูกชายโทน เพราะพ่อกับแม่ไม่มีลูกเลย ไม่มีเลยนะ ! และ ‘แม่ก็ไม่มีผมด้วย’ งงล่ะสิ ทุกคนเรามาคุยกันเบา ๆ นะผมไม่อยากให้แม่ได้ยิน ผมกลัวแม่เสียใจ แต่ ! บอกไว้ก่อนนะว่าผมไม่ได้ซีเรียส และ ไม่ได้เสียใจเหมือนในละครอะไรเลย ผมน่ะรักแม่ รักพ่อ รักมาก ๆ เกินกว่าจะคิดอคติครับ
เพราะแม่ไม่ค่อยได้อยู่ดูแลผมเท่าที่ควร ปล่อยให้ผมอยู่กับยายกับย่ากับญาติพี่น้องตามอัตภาพ ก็แม่จนนั่นแหละต้องทำงาน อันนี้ผมเข้าใจ ผมจึงได้ไปรู้อะไรเด็ด ๆ มา จากปากคนอื่น ว่าผมไม่ได้เป็นลูกแท้ ๆ ของแม่ครับ แม่ไม่ได้คลอดผมมา แม่ขอผมมาเลี้ยง
แม่ไม่ได้เก็บผมมาแต่แม่ขอผมมาจากคนอื่นครับ ตอนนั้นผมจำได้ว่าผมยังเด็กมาก อยู่ประถมเอง เสียใจสิครับร้องไห้จ้าไปฟ้องย่า ตอนนั้นจำได้เลยไปเล่นแถวบ้านย่า แล้วมีคนพูดว่าผมไม่ใช่ลูกของแม่ ผมนี่ร้องไห้ไปฟ้องปู่กับย่าเลย ย่าโมโหมากเดินไปด่าเพื่อนบ้านคนนั้น เรื่องก็เงียบไป เพราะเป็นเด็กจึงไม่ทันได้คิดมากอะไร แม่รู้เรื่องแม่ร้องไห้กลับมากอดผม แม่บอกว่าแม่รักผม ผมเป็นลูกของแม่ เป็นลูกแท้ ๆ ของแม่
เวลาผ่านไปผมโตขึ้น โตพอที่จะแยกแยะอะไรเป็น ก็ได้ยินคนพูดเข้าหูอีกว่า ผมไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของแม่ แม่ขอผมมาเลี้ยงจากคนอื่น ผมเก็บมาคิดและพิจารณาหลาย ๆ เรื่อง หลาย ๆ เหตุการณ์เข้าด้วยกัน อีกทั้งจำตอนประถมที่มีคนบอกกับผมด้วย คราวนี้ผมเชื่อสนิทใจเลยครับ เพราะผมมีใบหน้าไม่คล้ายกับใครเลยทั้งพ่อและแม่ ญาติพี่น้อง ปู่ย่าตายายไม่คล้ายใครเลย
พอผมรู้ความจริง ผมก็ไม่ค้นหาความจริงหรอกครับ ผมไม่พูดไม่โวยวาย ไม่เสียใจ ! จริง ๆ นะ ผมไม่เสียใจเลยครับ เพราะผมรักแม่คนนี้มาก มากเกินกว่าที่ผมจะมาคิดน้อยใจชีวิต โอ้ยทุกคนน้ำตาไหล ! ผมขอเช็ดน้ำตาก่อน ๆ ที่แม่จะเห็น เพราะแม่ไม่เคยทำให้ผมรู้สึกขาดอะไรเลย แม่ให้ความรักความอบอุ่นกับผมเสมอ เอาง่าย ๆ แม่กับพ่อไม่เคยตีผมสักครั้ง ด่าก็มีบ้าง ประจำล่ะ
“ไอ้โปรด ! เสื้อผ้ามืงก็ไม่รู้จักเอาออกจากกระเป๋ามาแขวนไว้ อีกหลายวันกว่าจะกลับไปทำงาน ยับกันพอดี เสื้อที่ใส่แล้วอยู่ไหน จะซักมั้ย !” อืมม์ พูดยังไม่ทันขาดคำเลยทุกคน แม่ชอบด่าชอบบ่น ยิ่งแก่ยิ่งขี้บ่น ฮา แต่ก็รักแม่นะครับ
“เอาไว้นั่นล่ะแม่ ! โถ่ เดี๋ยวโปรดปั่นเอง” มาครับต่อ ๆ เพราะแม่ไม่เคยทำให้ผมรู้สึกขาดความอบอุ่น ผมจึงไม่รู้สึกน้อยใจชีวิต ไม่น้อยใจที่ไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของแม่ คือ ทุกคนชีวิตจริงมันไม่เหมือนในละครนะ ที่จะมาร้องไห้เสียใจ ตามหาแม่แท้ ๆ ม๊าย ! กับชายโปรดคนนี้ไม่ใช่ครับ ฮา ยิ่งรักแม่มากกว่าเดิมอีกครับ ขอบคุณแม่ที่เลี้ยงผมมา แม่ลำบากนะ แต่ผมไม่เคยลำบาก
มาพูดถึงแม่แท้ ๆ ของผมบ้าง ผมไม่โกรธท่านเลยนะครับ ไม่โกรธเลย และ ไม่คิดจะตามหาด้วย จริง ๆ นะ ทำไมผมต้องตามหา ชีวิตผมก็โอเคแล้ว ในเมื่อสวรรค์ลิขิตมาให้เราไม่ใช่แม่ลูกกัน แล้ว ผมจะตามหาทำไม ตามหาไปแม่คนนั้นก็คงไม่ซึ้งอะไรหรอก และ ผมก็ไม่รู้สึกผูกพันด้วยแหละ รู้ความจริงแล้วก็รู้ไป ผมรักแม่ปานพ่ออั๋นมากที่สุด
ยิ่งผมไม่อยากรู้จักเท่าไหร่ ก็เหมือนสวรรค์แกล้งนะ พวกเขามาทำให้ผมรู้จักเองครับ คือ ไม่ได้มาทวงผมคืน หรือ มาตามหาผมนะครับ มันเป็นเรื่องบังเอิญทุกคน ฮา บังเอิญมากเว่อ ! คนที่มีศักดิ์เป็นพี่ชายผมเขามาแต่งงานกับผู้หญิงคนในหมู่บ้านของผมคร๊าบ ! โอ้ย อะไรจะฮาขนาดนั้น !
เหตุการณ์นี้ล่ะครับทำให้ผมทราบความจริงมากขึ้น เมื่อครอบครัวพ่อแม่แท้ ๆ ของผมมาสู่ขอสาวให้ลูกชาย ผมไม่เคยเจอหน้าแม่กับพ่อแท้ ๆ เลยนะครับ เพราะผมไม่ไปเจอพวกเขา ส่วนพวกเขาอาจจะเคยเห็นผม ที่แน่ ๆ คนที่เป็นพี่ชายผมน่ะ ที่มีภรรยาคนบ้านเดียวกันกับผมน่ะเจอผมอยู่บ่อย ๆ เพราะเราอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน แต่ เราก็ไม่ได้คุยกันหรือทำความรู้จักกันอะไรเลย ก็ไม่ใช่ญาตินี่ครับเนอะ
มีคนมาบอกผมว่าไม่อยากเจอแม่แท้ ๆ ของตัวเองเหรอ ไปดิพวกเขาอยู่บ้านพี่เอ๋น่ะ เขามาสู่ขอพี่เอ๋ ผมก็งง ๆ สมัยนั้นผมเรียนอยู่ ม.ปลายแล้วครับ แต่ผมไม่ได้ไปเจอนะ ไม่อยากเจอ ไปเจอทำไมอ่ะ ไม่จำเป็น มันตลกนะพวกคุณ มันไม่ใช่ในละครที่เราต้องดีใจ เฮ้ย ! พ่อแม่แท้ ๆ ของเราว่ะ ดีใจว่ะ มันต้องไปเจออะไรแบบนี้มันไม่ใช่ พวกคุณเข้าใจคำว่าผูกพันมั้ย นั่นล่ะครับมันไม่ผูกพันอะไรเลย
ที่ชาวบ้านรู้ว่าเป็นพ่อแม่แท้ ๆ ของผม ก็พวกเขาพูดออกมาเองแหละครับว่า ‘สมัยก่อนยกลูกให้คนชื่ออั๋นกับปานคนบ้านนี้แหละ’ จะใครล่ะครับ มีอั๋นกับปานเดียวเนี่ย พ่อแม่ผมไง ! คราวนี้ผมก็ได้รู้ความจริงมาเรื่อย ๆ ครับ สุดท้ายแล้วย่าก็จำใจเล่าให้ผมฟัง อ่อ จนตอนนี้แม่ปานกับพ่ออั๋นก็ยังไม่ยอมเล่าความจริงกับผมนะ แต่ ผมก็ไม่ต้องการที่จะฟัง ไม่ต้องการให้แม่เล่าความจริงให้ฟัง เพราะผมเป็นลูกแม่ไงครับ
ภายในวันนั่นล่ะ วันที่ครอบครัวแม่แท้ ๆ ของผมมาสู่ขอพี่เอ๋ เพราะมีคนพูดหนาหู พอดีกับผมไปบ้านย่า ย่าเลยเล่าให้ฟังว่า ที่จริงพ่อไม่ได้ตั้งใจจะขอผมมาเลี้ยงหรอก มันเป็นเรื่องบังเอิญ วันนั้นพ่อไปเยี่ยมญาติที่พึ่งคลอดลูก และ ประจวบเหมาะกับแม่แท้ ๆ ของผมคลอดผมพอดี ด้วยความที่ผมเป็นลูกหลงครับ แม่แท้ ๆ ของผมคลอดผมตอนอายุสี่สิบกว่าเกือบห้าสิบแล้ว อีกทั้งฐานะทางครอบครัวก็ไม่ค่อยดีด้วย
พ่อเลยพูดเล่นว่า ยายผมขอลูกของยายซะ ผมแต่งงานมาหลายปีแล้ว ผมยังไม่มีลูกกับเขาเลย น้อง ๆ ที่มันแต่งงานทีหลังลูกโตกันหมดแล้ว ผมสัญญาผมจะดูแลเขาเป็นอย่างดี กว่าเขาจะโตยายก็แก่ลงเรื่อย ๆ ยายจะเลี้ยงเขาไหวเหรอ ให้ผมนะ พ่อแค่ขอเล่น ๆ นะทุกคน เพราะพ่อก็ไม่มีลูกสักที ด้วยความที่อยากมีลูกกับเขานั่นแหละ ไม่คิดหรอกว่าแม่ผมจะยกให้ง่าย ๆ
ไม่รู้ว่าแม่แท้ ๆ ของผมคิดอะไรอยู่ ยกผมให้พ่อเฉย ย่าว่าพ่อดีใจมากเลยครับ รีบกลับบ้านมาบอกย่ากับปู่อีกทั้งตากับยายของผมให้รีบไปที่โรงพยาบาลวันนี้เลย ไปขอผมกับแม่แท้ ๆ ของผม แม่แท้ ๆ ของผมบอกว่า วันที่ออกจากโรงพยาบาลก็มารับเอากลับไปเลี้ยงได้เลย เอาไปเป็นลูกถูกต้องตามกฎหมายได้เลย แล้วก็ไม่ได้เจอผมอีกเลย
จนมาวันนั้นแหละ มันบังเอิญคนที่มีศักดิ์เป็นพี่ชายผมเขามาติดพี่เอ๋ มาสู่ขอแล้วมาพูดถึงผมกัน แต่แม่แท้ ๆ ผมก็ไม่ได้เจอผมหรอกนะ มีเพียงคนที่เป็นพี่ชายผมล่ะได้เจอผมอยู่บ้าง เพราะเราอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันไงครับ เขาอายุสี่สิบแล้ว ผมพึ่งจะยี่สิบต้น ๆ เอง เขาน่ะเป็นลูกคนสุดท้ายของแม่แท้ ๆ ล่ะ ไม่นับผมนะ ผมเป็นลูกของแม่ปานพ่ออั๋น ผมไม่นับญาติด้วยครับ ฮา ทั้งเขาเองก็ไม่นับญาติผมหรอกครับ เราไม่ผูกพันกันเนอะ ต่างคนต่างอยู่ดีกว่า
ชื่อเดียวเอี่ยวทุกเรื่อง…..’แม่’
.
“แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง แม่เฝ้าหวงห่วงลูกแต่หลังเมื่อยังนอนเปล แม่เราเฝ้าโอล่ะเห่ แกว่งลูกน้อยตกเปลขาหักขาเป๋ไปจนตาย ฮา ดื้อ ดือ ดื้อ ดึ่ง… แต่เล็กจนโตโปลิโอdakขา ฮา”
“แม่มืงสิ ! ฮา “ แม่ด่าทั้งหัวเราะ
“แม่นั้นหนากินยากันยุง… ฮา “
“ไอ้ลูกเวร ! ฮา “
ผมนอนหนุนแขนแม่ร้องเพลงเล่นกันที่โซฟาหน้าทีวี พร้อมถ่ายวิดีโอลงโซเชียลตามประสา รักแม่ทุกวันล่ะครับ แค่วันนี้ตามเทรนหน่อย เห็นใคร ๆ เขาก็ลงรูปกับแม่กัน ผมนี่จัดเป็นคลิปเลย
ไม่รู้ว่าหลังจากวันนี้แล้วทุกคนจะลืมแม่กันหรือเปล่า ส่วนผมนั้นรักแม่ทุกวันล่ะครับ ถึงตัวจะอยู่ไกล แต่ผมไม่ทิ้งแม่ไปไหนแน่นอน ฟังดูพวกคุณอาจจะแหวะให้ผม แต่ผมพูดจริง ๆ ล่ะ
ผมทำงานที่กรุงเทพตามสเต็ปครับ แม่ส่งเสียให้เรียนแค่ ปวส. ผมก็ไม่ขัด เรียนจบก็มาหางานทำที่กรุงเทพอยู่กับญาติ ได้งานโรงงานครับ ผมไม่เกี่ยง โรงงานถึงจะหนักหน่อยทว่าได้เงินดี โบนัสสิ้นปีอีก สบายผมล่ะ ! งานหนักทำอะไรผมไม่ได้หรอกฮะ
ชีวิตลูกชายโทนอย่างผม ลูกชายโทน ! อ่า… พวกคุณฟังไม่ผิดครับ ผมเป็นลูกคนเดียวของพ่อกับแม่ แล้วผมจะทำให้พวกท่านเสียใจได้อย่างไร พวกคุณครับ พวกคุณเชื่อไหมว่าผมน่ะ ไม่ดูดบุหรี่ ไม่เคยลองยา เหล้าเบียร์จัดเต็มกับเพื่อนฝูงฮะ นอกนั้นไม่แตะเลย อืมม์ ! อย่าเบะปากดิ ผมพูดจริงนะครับ ฮา ไม่เชื่อก็แล้วแต่
ตอนเด็ก ๆ ผมจำได้ว่ายายกับตาแบ่งที่ให้แม่เป็นที่ตาบอด ในบรรดาลูก ๆ ของยาย พ่อกับแม่ผมจนที่สุดเลย ป้าเป็นไปรษณีย์ ป้าอีกคนเป็นครู น้าเป็นตำรวจ แต่แม่ผมเป็นชาวนา ผมเคยถามแม่ว่า ทำไมแม่ไม่เรียนหนังสือเหมือนพี่น้องคนอื่น แม่ตอบสั้น ๆ แต่ได้ใจความว่า “แม่อยากมีผัว” โอเคครับผมไม่ถามแม่ต่อละ แม่จึงค่อนข้างทำงานลำบาก หาเช้ากินค่ำเลี้ยงผมอ่ะครับ ซึ่งผมเห็นความลำบากของแม่มาตั้งแต่เด็ก ๆ
ยายกับตาไม่ค่อยรักแม่เท่าไหร่ แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร แม่รับจ้างทั่วไปเลี้ยงดูผมล่ะ มีงานที่ไหนก็ไป นอนรับจ้างค้างคืนค้างแรมก็ไป ปล่อยผมไว้กับยาย ดีที่ผมยังมีปู่ย่าคอยซัปพอร์ต กระซิบนะครับ คือ ยายเขาไม่ค่อยรักแม่ เขาจึงไม่ค่อยรักผมเท่าหลานคนอื่นครับ ผมก็โตมาได้นะ
สมัยผมยังเรียนชั้นประถมก็ไม่เท่าไหร่ พอขึ้นมัธยมนี่แหละ จากที่แม่ยังพอหางานทำแถวบ้านได้บ้าง คราวนี้ไม่ได้เลยครับ ต้องออกไปรับจ้างต่างจังหวัด แม่ผมเป็นชาวไร่ชาวนานะครับ ไม่มีหรอกเข้ามาหางานทำที่กรุงเทพ ทำงานโรงงานอะไรไม่มี นู่นไปรับจ้างถอนมันที่เพชรบูรณ์บ้าง ไปตัดอ้อยที่จังหวัดเลยบ้าง ประมาณนี้ครับ
อาชีพของแม่วนเวียนอยู่แต่พวกนี้ ผมก็จำใจล่ะสิ อยู่กับยายกับตา วันไหนโดนพี่ ๆ แกล้งก็มาหาย่ากับปู่ พี่น้องฝั่งพ่อนิสัยดีหน่อย ผมอยากมาอยู่บ้านย่าแทบตาย แต่เกรงใจยาย แม่รู้ดีแต่แม่ก็จำใจ เพราะแม่ต้องทำงาน จะมาอยู่บ้านคอยดูแลผมไม่ได้หรอก ผมต้องกินต้องใช้ แม่ก็บอกให้ผมอดทน ให้ไปเล่นที่บ้านย่าแทนตอนกลางวัน ชีวิตผมจึงเป็น ‘หมาหลายเจ้าครับ’ นี่คือฉายาของผม
พอจบ ม.6 ผมขอให้แม่ส่งผมต่อ ปวส. และ ผมจะทำงานช่วยแม่ไปด้วย งานที่ผมทำก็พาร์ทไทม์ล่ะครับ ก็จบ ปวส.มาได้ จากนั้นก็ออกมาทำงานดีกว่าแม่เหนื่อยมามากแล้ว
กลับมาครับเตลิดไปกันใหญ่แล้ว ไม่มีอะไรแต่ผมอยากเล่าให้ฟังว่า ผมภูมิใจมากแค่ไหนที่ได้เกิดมาเป็นลูกของแม่คนนี้ พอหยุดยาววันแม่มีหรือผมจะไม่กลับมาหาท่าน มาเติมพลังกายพลังใจ แล้ว กลับไปสู้งานใหม่
บ่ายนี้ผมจะพาแม่กับพ่อเข้าไปในเมือง วันแม่แบบนี้ต้องมีของขวัญหน่อย เอิ่ม ! พ่อกระซิบบอกผมว่า วันนี้พ่อก็ขอเป็นแม่ด้วยนะ แหม ! ได้สิครับ ผมรักแม่กับพ่อเท่ากันอยู่แล้ว ไม่มีพ่อกับแม่ก็ไม่มีผมในวันนี้ ผมที่เป็นหัวหน้างานที่โรงงานครับ เอ้อ ! ผมลืมบอกทุกคนนะ ผมน่ะถึงจะทำโรงงาน แต่ ผมเป็นหัวหน้านะครับ เงินเดือนสุทธิเหรอ ไม่บอกหรอก สาว ๆ ผมโสดนะครับ ฮา
“ขอบคุณที่แม่เลี้ยงโปรดมานะครับ ไม่มีแม่ก็ไม่มีโปรดในวันนี้” ผมร้องเพลงกวน ๆ ให้แม่จบคราวนี้จริงจังบ้าง ผมขอบอกรักแม่จริงจังหน่อย แป๊บนะครับ ขอนำพวงมาลัยดอกมะลิกลิ่นหอม ๆ ไหว้แม่สักหน่อยเหอะ
“จำไว้นะโปรด ! โปรดเป็นลูกของพ่อกับแม่นะ แม่กับพ่อรักโปรดที่สุด” ผมเข้าใจสิ่งที่แม่พูด ผมเข้าใจความหมายนั้น ผมขอกราบแม่ก่อนนะครับเดี๋ยวผมมาเล่าต่อ
อ่ะเสร็จแล้ว มาฟังต่อเลยครับ แม่เดินหายเข้าไปในห้องนอนผมละ ไปเก็บห้องให้ผม อิอิ ทุกคนผมเป็นลูกชายโทน เพราะพ่อกับแม่ไม่มีลูกเลย ไม่มีเลยนะ ! และ ‘แม่ก็ไม่มีผมด้วย’ งงล่ะสิ ทุกคนเรามาคุยกันเบา ๆ นะผมไม่อยากให้แม่ได้ยิน ผมกลัวแม่เสียใจ แต่ ! บอกไว้ก่อนนะว่าผมไม่ได้ซีเรียส และ ไม่ได้เสียใจเหมือนในละครอะไรเลย ผมน่ะรักแม่ รักพ่อ รักมาก ๆ เกินกว่าจะคิดอคติครับ
เพราะแม่ไม่ค่อยได้อยู่ดูแลผมเท่าที่ควร ปล่อยให้ผมอยู่กับยายกับย่ากับญาติพี่น้องตามอัตภาพ ก็แม่จนนั่นแหละต้องทำงาน อันนี้ผมเข้าใจ ผมจึงได้ไปรู้อะไรเด็ด ๆ มา จากปากคนอื่น ว่าผมไม่ได้เป็นลูกแท้ ๆ ของแม่ครับ แม่ไม่ได้คลอดผมมา แม่ขอผมมาเลี้ยง
แม่ไม่ได้เก็บผมมาแต่แม่ขอผมมาจากคนอื่นครับ ตอนนั้นผมจำได้ว่าผมยังเด็กมาก อยู่ประถมเอง เสียใจสิครับร้องไห้จ้าไปฟ้องย่า ตอนนั้นจำได้เลยไปเล่นแถวบ้านย่า แล้วมีคนพูดว่าผมไม่ใช่ลูกของแม่ ผมนี่ร้องไห้ไปฟ้องปู่กับย่าเลย ย่าโมโหมากเดินไปด่าเพื่อนบ้านคนนั้น เรื่องก็เงียบไป เพราะเป็นเด็กจึงไม่ทันได้คิดมากอะไร แม่รู้เรื่องแม่ร้องไห้กลับมากอดผม แม่บอกว่าแม่รักผม ผมเป็นลูกของแม่ เป็นลูกแท้ ๆ ของแม่
เวลาผ่านไปผมโตขึ้น โตพอที่จะแยกแยะอะไรเป็น ก็ได้ยินคนพูดเข้าหูอีกว่า ผมไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของแม่ แม่ขอผมมาเลี้ยงจากคนอื่น ผมเก็บมาคิดและพิจารณาหลาย ๆ เรื่อง หลาย ๆ เหตุการณ์เข้าด้วยกัน อีกทั้งจำตอนประถมที่มีคนบอกกับผมด้วย คราวนี้ผมเชื่อสนิทใจเลยครับ เพราะผมมีใบหน้าไม่คล้ายกับใครเลยทั้งพ่อและแม่ ญาติพี่น้อง ปู่ย่าตายายไม่คล้ายใครเลย
พอผมรู้ความจริง ผมก็ไม่ค้นหาความจริงหรอกครับ ผมไม่พูดไม่โวยวาย ไม่เสียใจ ! จริง ๆ นะ ผมไม่เสียใจเลยครับ เพราะผมรักแม่คนนี้มาก มากเกินกว่าที่ผมจะมาคิดน้อยใจชีวิต โอ้ยทุกคนน้ำตาไหล ! ผมขอเช็ดน้ำตาก่อน ๆ ที่แม่จะเห็น เพราะแม่ไม่เคยทำให้ผมรู้สึกขาดอะไรเลย แม่ให้ความรักความอบอุ่นกับผมเสมอ เอาง่าย ๆ แม่กับพ่อไม่เคยตีผมสักครั้ง ด่าก็มีบ้าง ประจำล่ะ
“ไอ้โปรด ! เสื้อผ้ามืงก็ไม่รู้จักเอาออกจากกระเป๋ามาแขวนไว้ อีกหลายวันกว่าจะกลับไปทำงาน ยับกันพอดี เสื้อที่ใส่แล้วอยู่ไหน จะซักมั้ย !” อืมม์ พูดยังไม่ทันขาดคำเลยทุกคน แม่ชอบด่าชอบบ่น ยิ่งแก่ยิ่งขี้บ่น ฮา แต่ก็รักแม่นะครับ
“เอาไว้นั่นล่ะแม่ ! โถ่ เดี๋ยวโปรดปั่นเอง” มาครับต่อ ๆ เพราะแม่ไม่เคยทำให้ผมรู้สึกขาดความอบอุ่น ผมจึงไม่รู้สึกน้อยใจชีวิต ไม่น้อยใจที่ไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของแม่ คือ ทุกคนชีวิตจริงมันไม่เหมือนในละครนะ ที่จะมาร้องไห้เสียใจ ตามหาแม่แท้ ๆ ม๊าย ! กับชายโปรดคนนี้ไม่ใช่ครับ ฮา ยิ่งรักแม่มากกว่าเดิมอีกครับ ขอบคุณแม่ที่เลี้ยงผมมา แม่ลำบากนะ แต่ผมไม่เคยลำบาก
มาพูดถึงแม่แท้ ๆ ของผมบ้าง ผมไม่โกรธท่านเลยนะครับ ไม่โกรธเลย และ ไม่คิดจะตามหาด้วย จริง ๆ นะ ทำไมผมต้องตามหา ชีวิตผมก็โอเคแล้ว ในเมื่อสวรรค์ลิขิตมาให้เราไม่ใช่แม่ลูกกัน แล้ว ผมจะตามหาทำไม ตามหาไปแม่คนนั้นก็คงไม่ซึ้งอะไรหรอก และ ผมก็ไม่รู้สึกผูกพันด้วยแหละ รู้ความจริงแล้วก็รู้ไป ผมรักแม่ปานพ่ออั๋นมากที่สุด
ยิ่งผมไม่อยากรู้จักเท่าไหร่ ก็เหมือนสวรรค์แกล้งนะ พวกเขามาทำให้ผมรู้จักเองครับ คือ ไม่ได้มาทวงผมคืน หรือ มาตามหาผมนะครับ มันเป็นเรื่องบังเอิญทุกคน ฮา บังเอิญมากเว่อ ! คนที่มีศักดิ์เป็นพี่ชายผมเขามาแต่งงานกับผู้หญิงคนในหมู่บ้านของผมคร๊าบ ! โอ้ย อะไรจะฮาขนาดนั้น !
เหตุการณ์นี้ล่ะครับทำให้ผมทราบความจริงมากขึ้น เมื่อครอบครัวพ่อแม่แท้ ๆ ของผมมาสู่ขอสาวให้ลูกชาย ผมไม่เคยเจอหน้าแม่กับพ่อแท้ ๆ เลยนะครับ เพราะผมไม่ไปเจอพวกเขา ส่วนพวกเขาอาจจะเคยเห็นผม ที่แน่ ๆ คนที่เป็นพี่ชายผมน่ะ ที่มีภรรยาคนบ้านเดียวกันกับผมน่ะเจอผมอยู่บ่อย ๆ เพราะเราอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน แต่ เราก็ไม่ได้คุยกันหรือทำความรู้จักกันอะไรเลย ก็ไม่ใช่ญาตินี่ครับเนอะ
มีคนมาบอกผมว่าไม่อยากเจอแม่แท้ ๆ ของตัวเองเหรอ ไปดิพวกเขาอยู่บ้านพี่เอ๋น่ะ เขามาสู่ขอพี่เอ๋ ผมก็งง ๆ สมัยนั้นผมเรียนอยู่ ม.ปลายแล้วครับ แต่ผมไม่ได้ไปเจอนะ ไม่อยากเจอ ไปเจอทำไมอ่ะ ไม่จำเป็น มันตลกนะพวกคุณ มันไม่ใช่ในละครที่เราต้องดีใจ เฮ้ย ! พ่อแม่แท้ ๆ ของเราว่ะ ดีใจว่ะ มันต้องไปเจออะไรแบบนี้มันไม่ใช่ พวกคุณเข้าใจคำว่าผูกพันมั้ย นั่นล่ะครับมันไม่ผูกพันอะไรเลย
ที่ชาวบ้านรู้ว่าเป็นพ่อแม่แท้ ๆ ของผม ก็พวกเขาพูดออกมาเองแหละครับว่า ‘สมัยก่อนยกลูกให้คนชื่ออั๋นกับปานคนบ้านนี้แหละ’ จะใครล่ะครับ มีอั๋นกับปานเดียวเนี่ย พ่อแม่ผมไง ! คราวนี้ผมก็ได้รู้ความจริงมาเรื่อย ๆ ครับ สุดท้ายแล้วย่าก็จำใจเล่าให้ผมฟัง อ่อ จนตอนนี้แม่ปานกับพ่ออั๋นก็ยังไม่ยอมเล่าความจริงกับผมนะ แต่ ผมก็ไม่ต้องการที่จะฟัง ไม่ต้องการให้แม่เล่าความจริงให้ฟัง เพราะผมเป็นลูกแม่ไงครับ
ภายในวันนั่นล่ะ วันที่ครอบครัวแม่แท้ ๆ ของผมมาสู่ขอพี่เอ๋ เพราะมีคนพูดหนาหู พอดีกับผมไปบ้านย่า ย่าเลยเล่าให้ฟังว่า ที่จริงพ่อไม่ได้ตั้งใจจะขอผมมาเลี้ยงหรอก มันเป็นเรื่องบังเอิญ วันนั้นพ่อไปเยี่ยมญาติที่พึ่งคลอดลูก และ ประจวบเหมาะกับแม่แท้ ๆ ของผมคลอดผมพอดี ด้วยความที่ผมเป็นลูกหลงครับ แม่แท้ ๆ ของผมคลอดผมตอนอายุสี่สิบกว่าเกือบห้าสิบแล้ว อีกทั้งฐานะทางครอบครัวก็ไม่ค่อยดีด้วย
พ่อเลยพูดเล่นว่า ยายผมขอลูกของยายซะ ผมแต่งงานมาหลายปีแล้ว ผมยังไม่มีลูกกับเขาเลย น้อง ๆ ที่มันแต่งงานทีหลังลูกโตกันหมดแล้ว ผมสัญญาผมจะดูแลเขาเป็นอย่างดี กว่าเขาจะโตยายก็แก่ลงเรื่อย ๆ ยายจะเลี้ยงเขาไหวเหรอ ให้ผมนะ พ่อแค่ขอเล่น ๆ นะทุกคน เพราะพ่อก็ไม่มีลูกสักที ด้วยความที่อยากมีลูกกับเขานั่นแหละ ไม่คิดหรอกว่าแม่ผมจะยกให้ง่าย ๆ
ไม่รู้ว่าแม่แท้ ๆ ของผมคิดอะไรอยู่ ยกผมให้พ่อเฉย ย่าว่าพ่อดีใจมากเลยครับ รีบกลับบ้านมาบอกย่ากับปู่อีกทั้งตากับยายของผมให้รีบไปที่โรงพยาบาลวันนี้เลย ไปขอผมกับแม่แท้ ๆ ของผม แม่แท้ ๆ ของผมบอกว่า วันที่ออกจากโรงพยาบาลก็มารับเอากลับไปเลี้ยงได้เลย เอาไปเป็นลูกถูกต้องตามกฎหมายได้เลย แล้วก็ไม่ได้เจอผมอีกเลย
จนมาวันนั้นแหละ มันบังเอิญคนที่มีศักดิ์เป็นพี่ชายผมเขามาติดพี่เอ๋ มาสู่ขอแล้วมาพูดถึงผมกัน แต่แม่แท้ ๆ ผมก็ไม่ได้เจอผมหรอกนะ มีเพียงคนที่เป็นพี่ชายผมล่ะได้เจอผมอยู่บ้าง เพราะเราอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันไงครับ เขาอายุสี่สิบแล้ว ผมพึ่งจะยี่สิบต้น ๆ เอง เขาน่ะเป็นลูกคนสุดท้ายของแม่แท้ ๆ ล่ะ ไม่นับผมนะ ผมเป็นลูกของแม่ปานพ่ออั๋น ผมไม่นับญาติด้วยครับ ฮา ทั้งเขาเองก็ไม่นับญาติผมหรอกครับ เราไม่ผูกพันกันเนอะ ต่างคนต่างอยู่ดีกว่า