คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
เด็ก..ที่รู้จัก เรียนอยู่ อ.1 สามารถเปิดคอมเอง คลิกเมาส์เปิด google classroom เข้าห้องเรียน ปิดไมล์ เปิดกล้อง
เองได้แล้ว ถ้าในสภาวะปรกติ เด็กประมาณนี้ ยังไม่ถูก force ให้ต้องใช้คอมพิวเตอร์ขนาดนี้
อุปสรรคในชีวิตย่อมผลักดันให้เกิดการพัฒนา
ที่สำคัญ การศึกษามันรอกันไม่ได้ ใครไม่พร้อมก็ drop เรียนไปก่อนได้ แต่จะให้คนที่พร้อมเรียนต้อง drop เรียนไปด้วย มันไม่ถูกต้อง
หากจะบอกว่า ประสิทธิภาพการเรียนลดลงไป ก็อาจใช่สำหรับบางคน แต่ก็ไม่สำหรับทุกคน แต่ถ้าหยุดเรียนคือ ประสิทธิภาพ เป็น 0
หากมองในทางร้าย เด็กเรียนได้ 60 ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ของเนื้อหาทางวิชาการ เที่ยบกับในสภาวะปกติ แต่มันไม่ใช่ 0 เมื่อเทียบกับหยุดเรียน
รู้ไหม หากเด็กทิ้ง คณิตศาสตร์ เคมี ฟิสิกส์ 1 ปี
จะเกิดอะไรขึ้น การ recovery กลับมามันไม่ใช่ง่ายๆ
ส่วนวิชากิจกรรมอื่นๆ ที่เคยทำในสภาวะปกติ เช่น พละ ลูกเสือเนตรนารี ขาดไปก็ไม่ถึงกับทำชีวิตเด็กตกต่ำย่ำแย่
ที่สำคัญ รู้ได้อย่างไรว่าการระบาดของไวรัส จะจบที่ไม่เกิน 1 ปี ถ้ามันกลายพันธุ์ไปเรื่อยๆ สามปียังไม่จบละเด็กมิง่าวกันทั้งประเทศหรือ
เป็นผู้ใหญ่แล้ว จะคิดจะทำอะไร ให้รอบคอบ ให้รอบคอบ
เองได้แล้ว ถ้าในสภาวะปรกติ เด็กประมาณนี้ ยังไม่ถูก force ให้ต้องใช้คอมพิวเตอร์ขนาดนี้
อุปสรรคในชีวิตย่อมผลักดันให้เกิดการพัฒนา
ที่สำคัญ การศึกษามันรอกันไม่ได้ ใครไม่พร้อมก็ drop เรียนไปก่อนได้ แต่จะให้คนที่พร้อมเรียนต้อง drop เรียนไปด้วย มันไม่ถูกต้อง
หากจะบอกว่า ประสิทธิภาพการเรียนลดลงไป ก็อาจใช่สำหรับบางคน แต่ก็ไม่สำหรับทุกคน แต่ถ้าหยุดเรียนคือ ประสิทธิภาพ เป็น 0
หากมองในทางร้าย เด็กเรียนได้ 60 ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ของเนื้อหาทางวิชาการ เที่ยบกับในสภาวะปกติ แต่มันไม่ใช่ 0 เมื่อเทียบกับหยุดเรียน
รู้ไหม หากเด็กทิ้ง คณิตศาสตร์ เคมี ฟิสิกส์ 1 ปี
จะเกิดอะไรขึ้น การ recovery กลับมามันไม่ใช่ง่ายๆ
ส่วนวิชากิจกรรมอื่นๆ ที่เคยทำในสภาวะปกติ เช่น พละ ลูกเสือเนตรนารี ขาดไปก็ไม่ถึงกับทำชีวิตเด็กตกต่ำย่ำแย่
ที่สำคัญ รู้ได้อย่างไรว่าการระบาดของไวรัส จะจบที่ไม่เกิน 1 ปี ถ้ามันกลายพันธุ์ไปเรื่อยๆ สามปียังไม่จบละเด็กมิง่าวกันทั้งประเทศหรือ
เป็นผู้ใหญ่แล้ว จะคิดจะทำอะไร ให้รอบคอบ ให้รอบคอบ
แสดงความคิดเห็น
💜มาลาริน/ไม่เห็นด้วยเหมือนกันค่ะ...เสียงสะท้อนผู้ปกครองไม่เอาด้วยให้ลูกหยุดเรียน 1 ปี
วันเสาร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 11.19 น.
เสียงสะท้อนผู้ปกครองที่บุรีรัมย์ หยุดเรียน 1 ปี มีทั้งผลดีผลเสีย ชี้เรียนออนไลน์แม้ไม่ได้ความรู้เต็มที่ แต่ดีกว่าปล่อยเด็กว่าง วอนรัฐช่วยแบ่งเบาค่าอินเตอร์เน็ตและค่าเทอม
สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ที่ยังมีการระบาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้วิถีชีวิตของหลายครอบครัวต้องเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานอยู่ในวัยเรียนก็ต้องปรับตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อย่างเช่น น.ส.จิตมณี นิ่มหัตถา ข้าราชการประจำหน่วยงานแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ เธอต้องพาน้องอุณๆ ลูกชาย วัย 8 ขวบ ซึ่งปัจจุบันกำลังเรียนอยู่ชั้น ป.2โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัด มานั่งเรียนออนไลน์ที่สำนักงานด้วย เพื่อที่เธอจะได้ทำงานตามภารกิจหน้าที่ ควบคู่กับการดูแลลูกชายช่วงที่เรียนออนไลน์ไปด้วย เธอยอมรับว่า การเรียนออนไลน์แม้เด็กจะเข้าใจยากและไม่ได้รับความรู้เต็มที่เหมือนกันการไปเรียนที่โรงเรียน แต่ด้วยสถานการณ์วิกฤติแบบนี้ ก็คงเป็นทางเลือกเดียวที่สามารถทำได้ ณ เวลานี้
สำหรับกระแสที่จะประกาศปิดเรียนเป็นเวลา 1 ปี ทั่วประเทศนั้น ส่วนตัวมองว่า มีทั้งผลดีและผลเสีย ซึ่งผลดีคือ ความปลอดภัยของครู ผู้ปกครอง และเด็กนักเรียนเอง โดยเฉพาะบุรีรัมย์ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่สีแดงที่มียอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ตัวเด็กก็จะขาดความรู้และมีผลต่อพัฒนาการตามวัยด้วย
แต่หากให้เรียนออนไลน์ถึงแม้จะเพิ่มภาระกับผู้ปกครองที่ต้องซื้ออุปกรณ์ เช่น มือถือ โน๊ตบุ๊ก และค่าอินเตอร์เน็ต สำหรับให้ลูกเรียนแต่ก็ทำให้เด็กได้พูดคุยสื่อสารกับครู และเพื่อนๆ บ้าง ดีกว่าให้เด็กมีเวลาว่างมากจนเกินไป แต่หากเรียนออนไลน์ก็อยากฝากให้รัฐบาลช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย เช่น ค่าเทอม ค่าอินเตอร์เน็ต หรืออุปกรณ์ต่างๆ ให้กับผู้ปกครองบ้าง โดยเฉพาะโรงเรียนเอกชนที่มีค่าเทอมค่อนข้างสูง
ไม่ต่างจากนายชาญชัย เพชรศรี พ่อค้าร้านขายของชำ ซึ่งมีลูก 2 คน เรียนอยู่ชั้น ป.3 และอนุบาล ก็ต้องลงทุนซื้อมือถือส่วนตัวให้ลูก เพื่อใช้เรียนออนไลน์ เครื่องละ 4 พันกว่าบาท และค่าแพ็กเก็ตอินเตอร์เน็ตอีก เดือนละ 200 บาท ทำให้ผู้ปกครองมีภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ทั้งยังกระทบต่อการประกอบอาชีพ เพราะช่วงที่ขายของก็ต้องคอยดูและสอนลูกเรียนออนไลน์ไปด้วย เพราะการเรียนผ่านระบบออนไลน์เด็กเข้าใจยากกว่าที่ครูเขียนหรืออธิบายบนกระดาน
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะเพิ่มภาระหรือได้ความรู้ไม่เต็มที่เหมือนกับการไปเรียนที่โรงเรียน แต่ส่วนตัวก็มองว่าด้วยวิกฤติแบบนี้ก็คงไม่มีทางเลือกอื่น แต่หากให้หยุดเรียน 1 ปีไปเลย จะเป็นผลเสียมากกว่าการเรียนออนไลน์ เพราะอย่างน้อยเด็กก็ได้พูดคุยสื่อสาร หรืออ่านเขียน ทบทวนความรู้บ้าง
https://www.naewna.com/likesara/594910
การให้เด็กเรียนออนไลน์เป็นการสร้างนิสัยเด็กให้รู้หน้าที่ ที่จะต้องเรียนรู้ในยามวิกฤต
เด็กๆจะใช้เวลาในแต่ละวันอย่างมีความหมาย มีประโยชน์ต่อตนเอง
เด็กๆที่บ้าน มีความรับผิดชอบในการเรียนอย่างตั้งใจ ไม่มีปัญหาใดๆเลย
การที่ผู้ปกครองสนับสนุนเด็กๆอีกทางหนึ่ง เป็นการช่วยให้อนาคตของชาติมีคุณภาพที่ประชาชนทุกคนจะต้องเต็มใจร่วมมือกันกับรัฐบาล
ดิฉันไม่เห็นด้วยที่จะให้เด็กๆหยุดเรียนไป 1 ปี ผู้ปกครองที่มีความคิดก็คงหาทางให้เด็กได้เรียนอยู่ดี อาจจะหาครูมาสอนทางออนไลน์ไม่ให้เด็กนั้นสียเวลาไปโดนเปล่าประโยชน์
ดิฉันแปลกใจกับนักวิชาการที่มีตำแหน่งทางด้านการศึกษา ที่เสนอความคิดนี้มาได้อย่างไร
ทุกคนมีหน้าที่ ควรให้มีหน้าที่ไปตามสถานการณ์นั้นๆเท่าที่ทำได้ จะหยุดปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างไร ครูต้องหยุดสอน วันๆจะให้ทำอะไร...? เสียดายเวลาที่ครูจะได้ค้นคว้าหาวิธีการสอนทางออนไลน์เพื่อให้เด็กมีความรู้
เหมือนไม่มีสงคราม ให้ทหารอยู่บ้านไม่ต้องมาฝึกที่สนามฝึก ไม่ต้องมาทำงานที่กรม ที่กระทรวง ความคิดนี้ไม่ใช่ความคิดที่ถูกต้อง
นักวิชาการควรทบทวนความคิดนี้นะคะ