สมิงล้างดง_นิยายเสียงตอนที่ 42

กระทู้สนทนา
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

............ พรานมเหศักดิ์ส่งสัญญาณให้ทุกคนเงียบลงก่อน คอยดูท่าทีของคนผีสิงจากที่เดินนำหน้า พลันหยุดนิ่งเหมือนชนเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็น  ได้หันมายืนนิ่ง ตาขาวมากกว่าตาดำ พูดออกมาด้วยน้ำเสียงห้าว

“ข้าชื่อพันเรืองเดช ศัตรูได้ร่ายมนต์กาลีครอบที่นี่ไว้จนสิ้นแล้ว มองไม่เห็นทางไป จะออกไปได้ต้องรวมใจใช้กำลังฝ่าออกไป ท่านขุนโปรดบัญชามาเถิด  พวกข้าพร้อมต่อสู้ตามเงื่อนไขแล้ว”

ไม่ทันที่พรานมเหศักดิ์จะตอบอะไรได้ พรานเทียบ พรานเก่ง รวมทั้งหมวดคงเดชต่างยืนตัวสั่นเทา อ้าปากค้างเมื่อเห็นหมอกควันสีดำโรยตัวลงมา และเห็นเงาดำมากมายคล้ายคนยืนล้อม ร่างเหล่านั้นโงนเงนไปมา ตามจังหวะลมพัดคล้ายไม่มีกระดูก หากมองให้ดีพวกมันคือต้นว่านผีโพงนั่นเอง ที่ทำให้หวาดกลัวเพราะแสงสีเขียวคล้ำ คล้ายดวงตาจ้องมองเข้ามา มีเสียงของกบร้องดัง อ๊บอบ เขย่าขวัญ คล้ายจะเป็นเสียงของว่านผีโพง 

พรานเทียบ พรานเก่ง แม้กระทั่งหมวดคงเดชยืนตัวสั่นเทา ตาเหลือกขาว เหมือนร่างทรง เมื่อถูกวิญญาณของทหารในดาบโบราณเข้าแทรกสิง  มือชักดาบออกมาพร้อมกัน ได้เอ่ยชื่อหมู่เหิน หมู่เข้ม หมู่จัน  พวกข้าพร้อมสู้แล้ว พรานมเหศักดิ์พยักหน้าตอบรับกับความเหี้ยมหาญ ในเมื่อคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว  โจรผีปอบจะไม่ปล่อยให้พวกตนไปถึงค่ายของผู้พันสุรสีห์ได้โดยง่าย  จึงทำข้อตกลงกับดวงวิญญาณทหารบริวารเจ้าแม่ไทรให้ร่วมมือกัน

“ว่านผีโพงพวกนี้  ฤทธิ์เดชไม่เท่าไหร่ เหตุใดพวกคุณ จึงพากันออกมา” 

“หามิได้ท่านขุน ศัตรูของเรายิ่งใหญ่กว่าว่านผีสิงพวกนี้มากนัก ในเมื่อหัวค่ำพวกท่านฝ่าด่านโจรผีปอบออกมาได้ สังหารไพร่พลทัพสมิง ทำให้ปอบพันปี ที่เปรียบได้กับขุนทหารของทัพสมิง ต้องออกมาจัดการพวกท่าน เพลานี้เราตกอยู่ในมิติภูตพราย อันเกิดจากอิทธิฤทธิ์ของปอบพันปี เป็นมิติสังหาร ที่ภูตพรายจะสำแดงฤทธิ์เดชได้เต็มที่ ว่านผีโพงจะมีฤทธิ์เพิ่มพูนหลายเท่า  ไม่ใช่ปอบชั้นกเฬวรากจะกำจัดได้โดยง่าย ลำพังท่านขุนสามารถเอาตัวรอดออกไปได้ แต่บริวารของท่านจะไม่รอด พวกข้าจึงต้องออกมารับศึก”

“ถ้าเช่นนั้น ขอให้ฟังคำสั่งของผม! ให้เกาะกลุ่มกันไว้ อย่าให้เกิดอันตรายกับคนของผม”

สิ้นเสียงสั่งการเฉียบขาด ทหารกล้าทั้งสี่นาย ส่งเสียงขานรับพร้อมกัน พรานมเหศักดิ์เป็นอันเบาใจ หันมาบริกรรมคาถาปลุกรอยสักหนุมานเชิญธงรบ สำแดงเดชให้ระบือกรุงลงกา

“เข้าใจคำสั่งแล้วใช่มั้ยทหาร  ขอถามอีกข้อ เหตุใดเรียกผมว่าท่านขุน”

พันเรืองเดชถือดาบยืนจังก้าหันหลังชนกัน เป็นวงกลมเตรียมพร้อมจะสู้ ปากก็พูดไปด้วย

“คำถามของท่านขุน ข้ายินดีไขให้กระจ่าง เพราะชาติก่อน ท่านคือขุนทหารเคียงข้างคุณหลวงไกรเดช นายกองของพวกข้า อาคมของท่านเก่งกล้าเสมอ พวกข้ารู้สึกเป็นเกียรติ ที่ได้ร่วมรบกับท่านอีกครั้ง”

พรานมเหศักดิ์รู้สึกฉงนจนคิ้วเหล่  แล้วตัดใจเลิกคิด เรื่องแบบนี้คิดหาคำตอบไปก็เท่านั้น

“เช่นนั้นก็ดี เราจะต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กัน จนกว่าจะไปถึงค่ายของผู้พันสุรสีห์  ว่าแต่ปอบพันปีคือนายทัพสมิงใช่มั้ย  พันเรืองเดชมั่นใจนะว่า สามารถปราบวิญญาณร้ายตนนี้ลงได้”

“หาเป็นเช่นนั้นไม่ท่านขุน ปอบพันปีเปรียบได้กับขุนทหารของปอบชั้นราชา เป็นปอบโบราณที่อยู่มายาวนาน เป็นหนึ่งในฝูงมาร คอยรบกวนผู้ถือศีลบำเพ็ญพรตไม่ให้บรรลุธรรม ถ้าสิงคนธรรมดา ทำให้จิตใจตกไปในทางต่ำ คิดใฝ่ในทางกิเลส อายุขัยของคนคนนั้นจึงสั้น เพราะคิดชั่ว พูดชั่ว กระทำชั่วอยู่เป็นนิจ 
ปอบโบราณเป็นคู่ปรับของเจ้าแม่ไทรมาอย่างยาวนาน เพราะวิญญาณกระจัดกระจายเหมือนเม็ดทรายสิงสู่อยู่ในใจคน ในส่วนที่ลึกที่สุด  ในกาลนี้ได้กลับมารวมกันเป็นหนึ่งเดียว ในร่างของหัวหน้าโจรผีปอบ เพื่อหาทางขัดขวางผู้ที่ใกล้บรรลุธรรม จึงเป็นโอกาสอันเหมาะ ในการกำราบเสียให้สิ้น ก่อนที่จะลุกลามยากแก่การแก้ไข”

“พวกคุณหมายถึงใครกัน  ผู้ใกล้บรรลุธรรม แล้วถ้าหากหยุดหยั่งปอบโบราณไม่ได้ จะเกิดอะไรขึ้น”

มันเป็นเรื่องเกินสามารถจะหยั่งรู้ พรานมเหศักดิ์เชื่อว่า วิญญาณทหารจะไม่พูดโกหก

“โปรดฟังเถิดท่านขุน เจ้าแม่ได้สาธยายไว้ ผู้ใกล้บรรลุธรรม คือฤๅษีม้วน หรืออดีตพรานม้วน ผู้เป็นครูของโจรมีชื่อว่าเดื่อ เมื่อแรกได้วางยาพิษในอาหาร ให้ผู้เป็นครูได้ขบฉัน หวังกินเนื้อครู เพื่อให้มีฤทธิ์เดชเพิ่มพูน  จิตใจอันชั่วร้ายคิดแผนการเช่นนี้ได้  มาจากปอบโบราณดลจิตให้คิดชั่ว ทำชั่ว ให้เข้าใจไปเองว่า เมื่อกินเนื้อของผู้เป็นครูแล้ว ลูกศิษย์จะมีอิทธิฤทธิ์ อายุขัยยืนนาน แต่ในความเป็นจริง ร่างของคนชื่อเดื่อ กำลังถูกปอบกัดกินอวัยวะภายใน 

ปอบโบราณตนนี้ มีนามว่า ‘มารโลกา’ เกิดมาจากจิตใจอันดำมืดของมนุษย์มารวมกัน วิญญาณจึงมีขนาดเล็กเท่าผงธุลี กระจายไปได้ทั่วโลก เมื่อใดที่มันได้กลืนกินดวงจิตของผู้ใกล้บรรลุธรรม ซึ่งเป็นผู้มีจิตบริสุทธิ์ มีพลังมหาศาล จะทำให้มีพลังเข้าแทรกสิงหัวใจของมนุษย์  มารโลกาตนนี้จะทำให้เกิดกลียุคขึ้นทั่วโลก เพราะแรกเริ่มเดิมที ปอบคือจิตใจอันดำมืดของมนุษย์ มาตั้งแต่ยุคโบราณ” 

“เข้าใจแล้วพันเรืองเดช แล้วจะทำอย่างไรถึงจะกำจัดมันได้ ในเมื่อมารโลกาตนนี้  ถ้ามีฤทธิ์เดชมหาศาล”

“ปุจฉาของท่านขุน มีวิสัชนาไว้แล้ว เจ้าแม่ได้วางกำลังคน และอาวุธ เอาไว้รับมือกับทัพสมิง ขอเพียงกำจัดร่างของหัวหน้าโจรผีปอบ ที่ชื่อเดื่อ  มารโลกาจะไม่มีที่สิงสู่  เจ้าแม่ไทรจะปิดผนึกมันไว้ใต้โลก ไม่ให้ออกมาสร้างความเดือดร้อนได้อีกต่อไป” 

เมื่อได้ฟังคำตอบจากพันเรืองเดชมาเช่นนั้น พรานมเหศักดิ์รู้สึกฮึกเหิมอีกครั้ง เหมือนทหารรู้กาลข้างหน้าจะต้องออกรบ จะมาทำอ่อนระโหยโรยแรงไม่ได้ รากไม้สมุนไพรถูกนำมาเคี้ยว เพื่อให้ลดอาการอยากเหล้า

เสียงกบดัง อ๊บอบ ดังถี่ให้ความรู้สึกเยือกเย็นคล้ายมนต์กาลีครอบคลุมไว้ทุกทิศทาง เสียงมาพร้อมกับซากกะรุ่งกะริ่งเหมือนศพคนตายจากโรคระบาด ร่างจึงผอมเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก กำลังโอบล้อมเข้ามา เมื่อได้กลิ่นของเลือดเนื้อ จะเข้ามากลุ้มรุมสูบเอาเลือดจนแห้งตาย พรานมเหศักดิ์สีหน้านิ่งเฉย ในเมื่อไม่ต้องกังวลเรื่องการคุ้มครองคนของตน  ลำพังตัวคนเดียวสามารถเอาตัวรอดจากปอบพวกนี้ได้แน่

ร่างสูงใหญ่อันประกอบมาจากสสารอันดำข้นเข้ม เหมือนอสุรกายผสมกับเปรตได้ก้าวย่างออกมา เหยียบแผ่นดินเสียงดังสะเทือนเลื่อนลั่น  หมายข่มขวัญศัตรู ไม่ได้ทำให้ทหารกล้าหวาดกลัวแม้แต่น้อย  พรานมเหศักดิ์เงยหน้ามองร่างอันเกิดจากอากาศอันว่างเปล่าของจอมผีปอบพันปี  คิดหาวิธีเอาชนะ ทันใดนั้นเสียงดังเปรี้ยะ! ครืนของฟ้าผ่าเหมือนสัญญาณรบ ปอบพันปียกมือชี้สั่ง  ฝูงปอบบริวารได้ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน ไม่ต่างจากกระแสน้ำป่า 

พรานมเหศักดิ์สั่งให้รวมกลุ่มกันเข้าไว้  แล้วตีฝ่าออกไปพร้อมกัน เขาชักมีดหมอทำจากเหล็กดำมาเป่าพรวดเดียว เหล็กร้อนมีสีแดงเพลิง  เงื้อฟันไปในอากาศ บังเกิดลำแสงสีส้มพุ่งออกไปด้วยความเร็ว  พริบตานั้นร่างของปอบที่อยู่ในรัศมีระเบิดดังตูม เหมือนถูกคมดาบขนาดยักษ์หั่นร่างเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ในเมื่อร่างแท้จริงคือต้นว่าน 

พันเรืองเดช หมู่เหิน หมู่เข้ม หมู่จันใช้ดาบโรมรันกับผีปอบกันอย่างสุดฤทธิ์สุดเดช คมดาบฟันร่าง ที่ดูเหมือนมนุษย์ให้ขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย มันไม่มีเลือด มีแต่ยางบอนกระเซ็นออกมา  ถึงทำลายว่านผีโพงหมดทั้งดงก็ไม่เกิดประโยชน์  พรานมเหศักดิ์มองไปที่ร่างมหึมาของจอมผีปอบพันปี จะต้องจัดการกับตัวการใหญ่ก่อน ใช้ลมกรดเป็นตัวช่วย กระโดดทีเดียวไปได้สูงหลายเมตร ใช้มีดฟันไปที่ร่างของปอบพันปี กระแสพลังถูกดูดเข้าไปในร่างอันดำมืด เหมือนหลุมดำในอวกาศกลืนกินทุกสิ่ง แม้กระทั่งแสง

ร่างของพรานมเหศักดิ์ลอยลิ่วตกลงมายืนพื้น  ร่างมหึมาของปอบพันปีตามมาเหยียบ พรานเหมือนหนูตัวเล็ก ๆ ทั้งวิ่งทั้งกระโดดหลบอย่างว่องไวด้วยฤทธิ์เดชของพญาลิง  ใช้มีดหมอปล่อยพลังออกไปหมายตัดขาร่างมหึมาให้ล้มลง  แสงถูกดูดเข้าไปในสสารอันดำมืด  

ในวินาทีนี้เขาต้องหยุดนิ่ง รู้ว่าอาคมทำอันตรายไม่ได้เลย  ทำได้แค่หลบหลีกเท่านั้น    มีครั้งหนึ่งเกือบเหยียบกบตัวหนึ่งเข้า  เขาเตะมันกระเด็น ทำให้ร่างของปอบพันปีสะท้านเหมือนถูกเตะเสียเอง  บัดดลส่งเสียงคำรามออกจากปาก คล้ายสัตว์ใหญ่ครวญครางด้วยความเจ็บปวด  พอตั้งหลักได้แล้ว มันเร่งฝีเท้าเข้ามาใช้มืออันใหญ่โตตามจับ พรานคว้าก้อนหินระดมปาเข้าใส่ ไม่ว่าก้อนหินโดนตรงส่วนไหน เหมือนตกลงไปในก้นเหว  เหมือนหลุมดำดูดกลืนทุกสิ่ง  หากเขาสัมผัสกับร่างของมันเข้า จะต้องถูกดูดกลืนเป็นแน่  

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่