เพื่อนนำรถยนต์ไปผ่อนต่อโดยใช้ชื่อเรา สุดท้ายเพื่อนไม่จ่าย ไม่ให้รถคืนกับธนาคาร ทำอย่างไรได้บ้าง?

เรื่องราวนี้เป็นเรื่องของพี่สาวที่สนิทกันค่ะ ฝากมาโพสขอความช่วยเหลือค่ะ 

มีเรื่องราวอยากปรึกษาเรื่องการแจ้งความรถยนต์หายค่ะ เรื่องราวซื้อรถยนต์มาประมาณ3ปี เจอวิกฤติโควิดไปทำให้ผ่อนรถยนต์ต่อไม่ไหว ตัดสินใจจะขายเต็นท์ แต่เพื่อนสนิทขอผ่อนต่อโดยใช้ชื่อเรา ไม่มีการดาวน์หรือทำสัญญาซื้อขายใดๆค่ะ (ความสะเพร่า+เชื่อใจล้วนๆ) 

4เดือนแรกส่งเงินปกติ แต่ต่อมาเพื่อนไม่ผ่อนจ่ายต่อ ติดต่อกัน3งวด เราติดต่อเพื่อนไม่ได้ ทราบจากญาติเพื่อน ว่ามันย้ายไปต่างจังหวัดแล้ว เราได้ที่อยู่มาค่ะ 

ระหว่างนั้นทางธ. โทรมาคุยกับเรา เราได้เล่าความจริงว่ารถยนต์ไม่ได้อยู่ที่เราแล้ว ธ.ต้องการยึดรถ เรายินยอมค่ะ จึงได้ให้ที่อยู่เพื่อนไปหวังว่าธ.จะดำเนินเรื่องตามที่ควรเป็น ปรากฎว่าไปถึงแล้วไม่เจอรถยนต์ ไม่เจอเพื่อน แต่เจอแม่เพื่อน แม่ได้พูดกับทีมธนาคารว่าลูกไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วไม่รู้ไปไหน ธ.จึงโทรกลับมาบอกเราว่าไปแล้วไม่เจอรถยนต์ 

เราติดต่อทุกทาง จนติดต่อเมียเพื่อนได้ เขาได้บอกว่าให้โอนเงินมา30,000 ก่อน (เท่ากับจำนวนเงินที่เพื่อนส่งผ่อนให้ธนาคาร) แล้วจึงจะบอกว่ารถอยู่ที่ไหน ไม่งั้นจะไม่เจอรถอีก
ในการสนทนาเมียค่อนข้างใช้คำหยาบคาย ประมาณว่า"รถเป็นของตู เพราะอยู่ที่ตู แล้วที่ตูไม่จ่ายเงินเพราะไม่มีเงิน ถ้าเมิงหรือธนาคารอยากได้รถ โอนเงินคืนมา ไม่งั้นไม่มีใครได้เจอรถคันนี้หรอก"

ตอนนี้เราเครียดมากๆ เพราะเรารู้ว่าถ้ายอมโอนไป3หมื่น ก็อาจจะไม่เจอรถอยู่ดี เพราะเรารู้สึกว่าเมียเพื่อนมีเจตนาไม่ดีแล้ว เราควรทำอย่างไรดีคะ แจ้งความก็กลัวว่าตำรวจจะมองว่าเราให้มันไปเอง มีใครเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้หรือพอจะแนะนำได้บ้างคะ ช่วยเราด้วยค่ะ มันเครียดมากจริงๆ 

ถือว่าเตือนภัยคนอื่นๆที่คิดแบบเราด้วยนะคะ ห้ามทำเด็ดขาด อย่าขาดสติหรือคิดตื้นๆเพราะคำว่าเพื่อน
แก้ไขข้อความเมื่อ

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 4
ก่อนอื่นไปเคลียร์กับไฟแนนซ์ก่อนครับ ผู้เช่าซื้อต้องเสียเงินเพื่อเคลียร์หนี้ส่วนนึงกับไฟแนนซ์
หลังจากนั้นขอให้ไฟแนนซ์มอบอำนาจหรือไฟแนนซ์ไปแจ้งความดำเนินคดีฐาน"ยักยอกทรัพย์"
กับเพื่อนที่เอารถหนีไป มันก็จะเป็นการบีบให้ไอ้คนที่เอารถไปต้องเอารถมาคืนไม่งั้นมันก็เตรียมติดคุก

ผู้ครอบครองไม่สามารถลุยเดี่ยวไปแจ้งความเองได้นะครับในกรณีนี้ เพราะเป็นการยักยอกไม่ใช่โจรกรรม
ตามหลักถือรถนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของไฟแนนซ์ ผู้เช่าซื้อได้ทำการยักยอกรถของไฟแนนซ์เอาไปให้เพื่อนผ่อนต่อ
โดยไม่แจ้งไม่ดำเนินการเปลี่ยนสัญญา ผู้เช่าซื้อจึงถือว่าเป็นผู้ยักยอกคนที่1ไม่ใช่ผู้เสียหาย ส่วนเพื่อนนั้น
ก็เป็นผู้ยักยอกอีกรายนึง ผู้เสียหายมีคนเดียวคือไฟแนนซ์ครับและเป็นคนเดียวที่มีอำนาจแจ้งความดำเนินคดี
เพราะงั้นคดีแบบนี้ผู้เช่าซื้อจึงทำได้แค่ไปแจ้งตำรวจลง ปจว.แต่ตำรวจจะไม่รับแจ้งความดำเนินคดี

ส่วนเรื่องหนี้ไฟแนนซ์ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดชอบเองทุกบาทตามสัญญาครับ ไม่ว่าจะมีรถคืนหรือไม่มีรถคืน
หลังจากเคลียร์ตรงนี้เรียบร้อย ก็ไปดำเนินการฟ้องแพ่งกับเพื่อนที่เอารถไปผ่อนต่อเองครับ
ตรงนี้ต้องทำเองไฟแนนซ์ไม่เกี่ยวไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น เขารับรู้แค่ว่าผู้เช่าซื้อตามสัญญาต้องใช้หนี้
ถ้าไม่จ่าย ไม่มี ก็ต้องเจรจาขอผ่อนลม และต้องไม่ลืมว่าเคสนี้ถ้าไม่มีไม่หนีไม่จ่ายมีคดียักยอกทรัพย์จ่ออีกคดีนึง
เป็นคดีอาญามีโทษจำคุก แต่ปกติไฟแนนซ์จะไม่ดำเนินคดีถ้าไม่ถึงที่สุดจริงๆเพราะไฟแนนซ์อยากได้เงินคืน
ไม่ต้องการให้ลูกหนี้ติดคุกแล้วตามทวงหนี้ยาก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่