ชะตารักเหนือกาล : A Timeless Love. #21#

บทที่ 20 https://pantip.com/topic/40856695

ขณะที่มาร์โคและเพื่อนทหารกำลังกวาดมองเหล่าทหารอีกฝ่ายอย่างระแวง ธีโอรอสแสยะยิ้มเย็น ยื่นมือไปคว้าชายเสื้อคลุมของญาริน พลางออกแรงกระชากกลับอย่างแรงจนร่างบางเซถลาหลุดจากอ้อมแขนของแอคเนส ภูตสายลมที่อยู่ใกล้ที่สุดรีบคว้าร่างนั้นไว้ก่อนจะล้มกระแทกพื้น ทว่า ยังไม่ทันได้เอ่ยถามสิ่งใด ร่างของเขาพลัน ! ลอยลิ่วไปกระแทกอย่างแรงกับผนังบ้านหลังหนึ่งก่อนร่วงลงมานอนกองกับพื้น แม้จะไม่รู้สึกเจ็บ แต่กลับลุกไม่ขึ้นราวกับร่างถูกก้อนหินใหญ่ทับไว้ เขาเงยหน้าขึ้นมองไปตามเสียงกรีดร้องของญาริน ที่กำลังถูกผู้ชายคนหนึ่งฉุดกระชาก โดยแอคเนสปราดเข้าไปทั้งทุบทั้งข่วน แต่ไม่กี่อึดใจก็ถูกทหารอีกฝ่ายรวบตัวไว้ได้ พร้อมๆกับเสียงอาวุธกระทบฟาดฟันหนักหน่วงจากสามนายทหารที่กำลังต่อสู้สุดฤทธิ์ อย่างไม่ยอมแพ้ 

ภูตสายลมพยายามลุกขึ้นอีกครั้ง แต่รู้สึกถึงแรงกดเพิ่มขึ้นราวกับกำลังบดขยี้ร่างของเขาให้แหลก..ตัวเขาไม่รู้ถึงต้นสายปลายเหตุ ไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ทั้งๆที่เมื่อครู่กำลังเพลิดเพลินกับการเที่ยวเล่น แล้วจู่ๆทำไมถึงได้กลายเป็นเช่นนี้

ตอนนี้ มันไม่สนุกแล้ว!

“เฟย์ !” 

เสียงกรีดร้องอย่างตื่นตระหนกของญารินผ่านเข้ามาอีกครั้ง เขาหันไปมอง..เพื่อนตัวน้อยที่กำลังดิ้นรนต่อสู้สุดฤทธิ์ ถูกฝ่ามือของชายร่างใหญ่ฟาดเข้าซีกแก้มเต็มแรงจนถลาลงพื้น เลือดทะลักออกปากออกจมูก มึนงงอยู่ไม่กี่อึดใจ ชายคนเดิมก็เข้ามากระชากผมฉุดให้ลุกขึ้น หัวเราะอย่างสะใจ

คิ้วเข้มขมวดมุ่น ดวงตาแห่งความงุนงงสีครามสดเปล่งประกายวาว ไอเย็นที่ห่อหุ้มร่างกายมาตั้งแต่เกิดเริ่มร้อนระอุขึ้นมาเป็นครั้งแรก ความรู้สึกรุ่มร้อน อยากฉีกทำลายฝ่ายตรงข้ามให้หายไปจากโลกใบนี้จนเนื้อตัวสั่น

และยังไม่ทันเรียกพละกำลัง ก็รู้สึกถึงแรงกดทับอีกครั้ง และร่างของผู้ใช้เวทย์ก้าวมายืนตรงหน้า พูดเหยียดหยาม
“ฮึ ! คนไร้พรสวรรค์เช่นเจ้า ไม่สมควรจะเป็นจอมเวทย์ แม้แค่ฝันก็ไม่คู่ควร..แต่เจ้าก็ทำให้ข้าแปลกใจได้เหมือนกันนะ ว่าโดนพลังเวทย์ของข้ากดทับถึงขนาดนี้ ยังสามารถหายใจอยู่ได้..มันทำให้ข้ารู้สึกสนุกขึ้นมาบ้างแล้ว”

ภูตสายลมแสยะยิ้มดวงตาเปลี่ยนเป็นสีดำ
“แล้วใครบอกว่าข้าอยากเป็นจอมเวทย์กันเล่า..ฮึ! อยากเล่นสนุกกับข้านักใช่ไหม..งั้นเจ้าได้สมใจแน่” 

“โอหังนัก !”
จอมเวทย์เรียกพลังอีกเฮือก หวังทุ่มสุดแรงให้ร่างของอีกฝ่ายแหลกละเอียด ทว่า ยังช้ากว่าภูตสายลม ที่ระเบิดพลังแท้จริงจนทำลายพลังเวทย์ของอีกฝ่าย ส่งแรงสะท้อนกลับกระแทกร่างของจอมเวทย์กระเด็นกระดอนกลิ้งหลุนๆ กับพื้น ก่อนจะพยายามลุกขึ้นนั่ง ด้วยอาการทั้งมึนงง ทั้งเจ็บและจุก

“เมื่อครู่ มันอะไรกัน!?”

สายตาจับจ้องไปยังฝ่ายที่คิดว่าเป็นเพียงเด็กหนุ่มผู้เริ่มฝึกตน ซึ่งขณะนี้เห็นเพียงเงาที่กำลังเคลื่อนไหวลุกขึ้นยืนอยู่ภายในฝุ่นควันที่ยังลอยฟุ้งจากการระเบิดพลังเมื่อครู่ แต่แล้วสายตาเขาต้องหรี่ลงอย่างเพ่งพินิจอีกครั้ง เมื่อเงาที่เห็นนั้นเปลี่ยนจากร่างเพรียวโปร่งบาง เป็นสูงใหญ่ล่ำสัน เส้นผมยาวสีเงินยวงพลิ้วไหวไปมาราวกับมีชีวิต และอึดใจต่อมา จอมเวทย์แทบกลั้นลมหายใจอย่างตื่นตะลึง เมื่อร่างสีน้ำเงินเข้มก้าวออกมาให้เห็นใบหน้าถทึงของชายฉกรรจ์ กลางหน้าผากปรากฏสัญลักษณ์พันธะแห่งภูตสีแดงก่ำ ดวงตาดำล้ำลึกส่องประกายวาวโรจน์ สายลมรอบกายกำลังแปรเปลี่ยนมาห้อมล้อมร่างที่กำลังก้าวเข้าใกล้ พลางตวัดแขน

และนั่นคือภาพสุดท้ายที่เขาได้เห็นเพียงพริบตา ก่อนมวลพายุพุ่งเข้ามาฉีกร่างจนกระจัดกระจาย เป็นภาพชวนสยดสยองให้กับชาวบ้านที่แอบดูอยู่ห่างๆ รวมทั้งทหารคนอื่นๆพากันชะงักงัน รามือจากสามหนุ่มซึ่งกำลังเสียท่าอยู่พอดี

เหล่าทหารรีบพากันถอยกรูดมารวมตัวกันโดยอัตโนมัติ
ธีโอรอสผู้อ่อนต่อโลก เคยออกสนามรบเป็นกองหลังเพียงไม่กี่ครั้ง ไม่เคยเห็นร่างคนถูกฉีกเป็นชิ้นๆต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ ทำเอาขวัญกระเจิดกระเจิง สองมือผลักร่างของญารินจนหน้าคะมำไปพร้อมๆกับแอคเนส ก่อนเผ่นไปอยู่ด้านหลังกลุ่มทหาร ออกคำสั่งปากคอสั่น

“ฆ่ามัน..รีบฆ่ามันซิ..ฆ่ามันเร็วๆ!!”
พลางออกแรงผลักดันทหารเหล่านั้นไปข้างหน้าอย่างลนลาน
ภูตสายลมแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม ก่อนพุ่งเข้าฉีกร่างฝ่ายตรงข้ามอย่างสมใจอยาก ท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวน

อีกด้านของตลาด..ริก้าแอบนำจดหมายที่ไซนอนไหว้วานปนออดอ้อนมาส่งให้กับเจ้าของร้านขายเครื่องประดับ ซึ่งชายหนุ่มบอกว่าเจ้าของร้านจะนำไปส่งให้กับมารดาที่อาศัยกับพี่ชายอีกทอดหนึ่ง หญิงสาวได้แอบเปิดดู แต่ก็ไม่เข้าใจเนื้อหาอยู่ดี เพราะอ่านหนังสือไม่ออก แต่เพราะความเชื่อใจ และลุ่มหลง เธอจึงฝ่าฝืนกฎเพื่อเขา

เมื่อคล้อยหลังหญิงสาว จอมเวทย์คาสเตอร์ก็ปรากฏกาย..เจ้าของร้านรีบนำจดหมายมอบให้ผู้เป็นนาย..คาสเตอร์ยิ้มพึงใจ
“เจ้าทาสผู้นี้ ควรค่าต่อการมีชีวิตอยู่จริงๆ”

คาสเตอร์เตรียมจะกลับ พลัน! สัมผัสได้ถึงพลังพิเศษรุนแรง ซึ่งอยู่ไม่ไกล จึงรีบรุดไปปรากฏร่างในสถานที่เกิดเหตุ เป็นจังหวะเดียวกับชิ้นส่วนขาข้างหนึ่งของนายทหารคนสนิทของธีโอรอสตกลงบนพื้นที่นองไปด้วยเลือดแดงฉาน กลิ่นคาวคละคลุ้ง น่าสะอิดสะเอียน

บัดนี้ ธีโอรอสไม่เหลือทหารนายใดมาปกป้องแล้ว จึงคว้าดาบที่ตกพื้นขึ้นมาถือ มือไม้สั่น
“อย่าเข้ามานะไอ้ปิศาจ!”

คาสเตอร์จำธีโอรอสได้ จึงรีบปล่อยพลังเวทย์เข้าขัดขวางสายลมมรณะที่หมายฉีกร่างอีกฝ่าย

ภูตสายลมหันขวับ แค่นคำรามต่อบุคคลที่สาม
“เจ้าก็ต้องการเล่นสนุกกับข้าด้วยเรอะ”

คาสเตอร์มองอีกฝ่ายชัดเต็มสองตาด้วยหัวใจลิงโลด..โดยปกติ จอมเวทย์ผู้มีวิชาแก่กล้ามักจะเสาะหาบรรดาภูตวรรณะสูง มาคอยรับใช้ และภูตสายลมนั้นจัดว่าหายาก นอกจากจะเป็นภูตที่มีพลังแกร่งกล้าแล้ว รูปลักษณ์ยังงดงาม ทว่า..มีนิสัยดื้อรั้น เอาแน่เอานอนไม่ได้ บางตนก็ดุร้ายไม่เชื่อฟัง จึงไม่ค่อยมีจอมเวทย์คนไหนสามารถควบคุมภูตสายลมได้อย่างสนิทใจ จอมเวทย์ส่วนใหญ่จึงพยายามเสาะหาเพียงเพื่อเอาไว้อวดอ้างบารมีกันเสียมากกว่าที่จะนำมาใช้งานจริงๆ

และตัวเขานั้นก็ต้องการภูตสายลมตนนี้มาประดับบารมีเช่นกัน ถึงแม้จะเห็นสัญลักษณ์พันธะแห่งภูตที่บ่งบอกว่ามีเจ้าของแล้ว แต่เขาก็อยากจะจับภูตตนนี้ไว้ก่อน แล้วค่อยตามไปปลิดชีพเจ้านายคนเก่า เพื่อช่วงชิงภูตตนนี้ให้มาเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์

แต่ก่อนที่จะลงมือ สายตาเหลือบเห็นสัญลักษณ์บนเสื้อคลุม
“คนของลาบีรินธ์เรอะ !”

คาสเตอร์เปลี่ยนความตั้งใจกะทันหัน รีบร่ายเวทย์สร้างเกราะป้องกันการโจมตี ก่อนเริ่มเจรจา
“ข้าไม่ได้ประสงค์ร้าย เจ้าช่วยใจเย็นลงก่อนเถอะ..ข้าว่า พวกเราคงมีเรื่องเข้าใจผิดกันเท่านั้น”

แต่เหมือนคำพูดของเขานั้นไม่โดนใจอีกฝ่ายสักเท่าไหร่ จึงถูกลมพายุซัดกระแทกเกราะป้องกันจนสั่นสะเทือน

“น่ารำคาญ!” ภูตสายลมเข่นเคี้ยว และก้าวเข้าใกล้ เมื่อสัมผัสถึงพลังเวทย์ที่อีกฝ่ายมี มันมากเสียจนชวนหงุดหงิด

คาสเตอร์ยังคงใจเย็น คาดเดาจากพลังที่ฟาดใส่เมื่อครู่ เกราะป้องกันของเขาสามารถต้านทานได้เป็นอย่างดี
“ข้าบอกให้เจ้าใจเย็นๆลงหน่อยยังไงเล่า..คนตายไปมากมายขนาดนี้แล้ว เจ้ายังไม่พอใจอีกเรอะ”

“พวกมันชวนข้าเล่นเอง”

“พวกที่ชวนเจ้าเล่น ตอนนี้ล้วนแต่กลายเป็นชิ้นๆแล้ว..เจ้าก็ควรพอได้แล้ว”

“ไม่ ! ยังเหลือเจ้านั่นอีกคน” พลางหันไปชี้นิ้วใส่ธีโอรอส “มันบังอาจทำร้ายผู้หญิงของนายข้า..มันต้องตาย !” และตวัดมือซัดพายุใส่ แต่ยังช้ากว่าคาสเตอร์ที่รีบร่ายเวทย์สร้างเกราะป้องกันให้ธีโอรอสได้อย่างเฉียดฉิว ยิ่งทำให้ภูตสายลมเดือดดาล หันมาหมายเล่นงาน แต่อีกฝ่ายรีบหลบฉากเข้ามาพูดกับญาริน ที่ยังยืนตะลึงอยู่ในอ้อมแขนของแอคเนส และการเคลื่อนไหวของเขานั้นรวดเร็วกว่าสามนายทหารที่ยังไม่ทันได้ขยับตัว

ภูตสายลมชะงักมือ เพราะเกรงหญิงสาวจะโดนลูกหลงไปด้วย
ใบหน้ากร้าวแกร่งบูดบึ้งราวเด็กน้อย ตะโกนออกไปอย่างขัดเคือง

“เจ้าขี้โกง..ออกมาให้ห่างจากนางเดี๋ยวนี้!”

คาสเตอร์ไม่สนใจ พลางพิจารณาสาวน้อยตรงหน้าแทน แม้ใบหน้าอ่อนเยาว์นั้นจะบอบช้ำจากการถูกทำร้าย แต่ความสวยงามยังหลงเหลือให้เห็น โดยเฉพาะดวงตากลมโตกำลังไหวระริกอย่างตื่นตระหนกคู่นี้ ก็ให้ความรู้สึกชวนมองไม่น้อย
เขาค้อมตัวลงเล็กน้อย ยามเอ่ยอย่างนอบน้อม

“สวัสดี สาวน้อย..ข้าเป็นจอมเวทย์ลำดับหนึ่งแห่งคนอสซอส”

ญารินกะพริบตาปริบๆ พลางพยักหน้ารับ เขาจึงพูดขึ้นอีกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“ข้าไม่รู้ถึงต้นสายปลายเหตุ ว่ามันเริ่มมาจากสิ่งใด ไม่รู้ว่าใครถูก ใครผิด..แต่ไม่ว่าอย่างไร คนของท่านก็ได้เข่นฆ่าทหารไปหลายนายแล้วเช่นกัน และชายผู้นั้นก็เป็นบุตรของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ หากคนของท่านยังดึงดันที่จะสังหารเขา เรื่องมันอาจจะลุกลามใหญ่โตเกินควบคุม..ข้าในฐานะตัวแทนของคนอสซอส ขอท่านช่วยยุติความบาดหมางแต่เพียงเท่านี้เถิด”

“เอ่อ..”

ญารินยังคงพูดอะไรไม่ออก สายตาที่มองสบจอมเวทย์ เบนไปมองภูตสายลมอย่างหวาดกลัว เพราะเพิ่งเคยเห็นตัวตนที่แท้จริงและพฤติกรรมโหดเหี้ยมของเขา และมันเกิดขึ้นกะทันหันจนเตรียมใจตั้งรับไม่ทัน แต่กระนั้น..คำพูดของอีกฝ่ายก็ทำให้เธอพอเรียกสติคิดใคร่ครวญถึงผลกระทบระหว่างเมืองที่จะตามมา และมันย่อมสร้างความยุ่งยากต่ออันทาเออัสอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

จึงพยายามรวบรวมความกล้าเปล่งเสียงออกมา
“..เฟย์..”

ภูตสายลมยังยืนจ้องคาสเตอร์อย่างอาฆาตมาดร้าย แต่เมื่อได้ยินเสียงเรียกของญาริน เขาก็หันไปหา ดวงตาสีดำเปลี่ยนกลับมาเป็นสุกใส ริมฝีปากแย้มยิ้มยามขานรับ
“เจ้าต้องการสิ่งใดเรอะ”

เมื่อเห็นท่าทีของเขา หญิงสาวค่อยใจชื้นขึ้นมาบ้าง
“..เรา..กลับกันเถอะ..”

ภูตสายลมยืนนิ่ง คิ้วขมวดครุ่นคิด 

ญารินจึงเอ่ยชวนอีกครั้ง “..เฟย์..ยูริเหนื่อยแล้ว..กลับกันเถอะนะ”

ไม่จำเป็นต้องพูดหรือครุ่นคิดอะไรให้มากความอีก..ภูตสายลมละทิ้งอารมณ์ขุ่นเคืองทั้งมวล พลางก้าวเข้าหาหญิงสาว ร่างกายเปลี่ยนกลับเป็นเด็กหนุ่ม ผู้มีรอยยิ้มสดใสไร้เดียงสาประดับบนใบหน้าอ่อนเยาว์เช่นเดิม
“งั้นเรากลับกันเถอะ..เจ้าเดินไหวไหม ถ้าเดินไม่ไหวจะขี่หลังข้าก็ได้นะ หรือจะให้ข้าอุ้มดี”

ญารินมองเขา..แม้จะยังหวาดกลัว แต่ยามที่เขากลับมาเป็นเพื่อนคนเดิมของเธอ ความรู้สึกนั้นก็เบาบาง
“ไม่เป็นไร..ยูริเดินเองได้”

ภูตสายลมพยักหน้า แต่กระนั้นก็ยังจูงมือทั้งของญารินและแอคเนสพาเดินไปอย่างสบายอารมณ์ ราวกับไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

คาสเตอร์มองตามหลังอย่างครุ่นคิด..
เมื่อครู่ที่เปลี่ยนใจกะทันหัน ไม่จับตัวภูตสายลม เพราะฉุกคิดได้ว่าจอมเวทย์ของลาบีรินธ์นั้น นอกจากกีแล้ว ก็ไม่มีผู้ใดเก่งกล้าสามารถพอจะเป็นนายของภูตสายลมได้ แต่นิสัยส่วนตัวของกีนั้นรักอิสระ ไม่ชอบให้ผู้ใดติดตามเกินความจำเป็น และเขายังจำได้ว่า ภูตรับใช้ของกีเป็นเพียงภูตดินธรรมดาตนเดียวเท่านั้น และเมื่อได้ยินประโยค “ผู้หญิงของนายข้า..” จากปากของภูตสายลม ก็พอจะคาดเดาได้ว่า  ใครคือเจ้านายที่แท้จริง

‘อันทาเออัส’

ความสงสัยยิ่งเพิ่มทวี..แล้วเหตุใดจึงให้ภูตสายลมคอยตามคุ้มครองหญิงสาวผู้นี้ 
คาสเตอร์มองเสื้อคลุมของญารินที่ถูกกระชากขาดกองอยู่บนพื้น ก่อนหยิบขึ้นมาพินิจ พลางยิ้มมุมปาก
“เช่นนั้น..ข้าคงต้องพิสูจน์หน่อยแล้วกัน ว่าเจ้าจะมีความสำคัญต่อจอมปิศาจนั่นมากแค่ไหน”
..................................................
จบตอนค่ะ
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ smile
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่