เก็บไว้เป็นความทรงจำ

อายุเท่านี้ 26 ปี ผ่านเรื่องมาอาจจะไม่เยอะ แต่ก็ล้วนเป็นเรื่องสำคัญ

ที่สำคัญที่สุด คงเป็นเรื่องชีวิตคู่

ในที่สึดก็รู้ตัวซะทีว่า ด้วยนิสัยและความสามารถในปัจจุบัน มันไม่เพียงพอที่จะดูแลคนที่รักได้

เมื่อรู้ตัว เลยต้องยอมกัดฟัน ปล่อยเธอไป

ก่อนนี้เคยมีแฟนมาแล้วตั้ง 2 คน

หวังไว้ว่าคนที่ 3 คนนี้ จะเป็นคนสุดท้าย

เรา คอยดูแล แต่ไม่ได้เอาใจใส่ เพราะด้วยนิสัยที่ชอบคิดไปเอง

ไอ้ตรงที่คิดไปเองนี่แหละ ที่เจ็บที่สุดเลย
คิดว่าทำอย่างนู่น อย่างนี้ แล้วจะทำให้เธอเสียใจ
พูดนั่นพูดนี่ แล้ว จะทำให้เธอต้องคิดมาก
สุดท้ายผมก็กลายเป็นคนที่ไม่พูดอะไร เก็บทุกความเครียด ความกดดันไว้คนเดียว



ตลอดเวลาที่ผมคอยดูแลเธอมา
บ่อยครั้งที่เธอมีปัญหากับทางบ้านของเธอ

เธอบอกเสมอ ทุกๆวัน เธอไม่อยากอยู่แล้ว อยากหนีไปให้ไกล

เรียนต่อก็ไม่ได้เรียน บ้านก็มีปัญหา ครอบครัวก็เอาแต่ทะเลาะ กัน



ตัวผมเอง ไม่รู้ต้องทำยังไง ต้องช่วยยังไง เรื่องมันช่างใหญ่เกินตัว

ผมทำได้เพียง คอยอยู่ข้างเธอเสมอ ในวันที่เธอบอกเธอไม่เหลือใคร

ผมไม่มีความสามารถ ที่จะแก้ปัญหาให้ ทำได้เพียงคอยดูแล ไม่ให้เธอคิดฟุ้งซ่าน

พยายามไม่เอาเรื่องราวปัญหาใหม่ๆ ไปให้เธอต้องคิดมากกว่าเดิม

ผมเก็บทุกเรื่องราวที่เธอเล่า ที่เธอเครียด ไว้ในใจ

คอยปลอบใจ ให้กำลังใจ

ไม่ว่าช่วงนั้นผมจะเหนื่อย จะท้อแค่ไหน ผมไม่เคยบ่น รึพูดบอกเธอซักคำ
จะเรียน จะทำงานพิเศษ จะกิจกรรมมหาลัย จะอดนอน ผมพยายามไปหาเธอเสมอ

สิ่งที่คอยเติมเต็มความเหนื่อยล้าของผม ก็คือ รอยยิ้มของเธอ แม้จะไม่บ่อยที่เธอยิ้มให้ แต่มันก็ทำให้ใจมีกำลังจะสู้ต่อ

เธอขอ เธออยากจดทะเบียนสมรส ไว้เป็นสัญญา ว่าผม จะไม่ทิ้งเธอไปไหน

ผมลังเลอยู่บ้าง เพราะมันเป็นเรื่องใหญ่ และผมยังไม่มีความสามารถมากพอที่จะดูแลเธอได้

อย่างไรก็ดี ผม ก็ตกลง จดทะเบียนสมรส เพราะ มั่นใจในรักครั้งนี้ มั่นใจในความพยายาม มั่นใจว่าเธอคนนี้แหละคือคู่ชีวิต ที่จะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ไปด้วยกัน

ในช่วงนั้น ที่เธอมีปัญหา ผมเองก็รู้ตัว ว่าผมเองยังไม่มีอะไรจะไปช่วยให้เธอผ่านพ้นปัญหาเหล่านั้นได้

พาไปกินของดีๆ พาไปดูหนัง พาไปเที่ยว ก็ยังไม่ได้ เพราะยังไม่มีเงินมากพอที่จะใช้จ่ายในส่วนนั้นได้

ทำได้แค่ไปหา ไปอยู่เป็นเพื่อนเธอ ให้เธอรู้ว่ายังมีผมอยู่ข้างๆนะ ในวันที่เธอบอกไม่มีใคร

ในใจหวังไว้ ซักวัน ผมจะมีกำลังมากพอ ที่จะช่วยเธอแก้ไขปัญหา

ช่วยเติมเต็มความสุขของเธอ




ัวันเวลาผ่านไป

ปัญหาบางอย่างของเธอ สามารถถูกคลี่คลาย

เธอได้เรียน มหาลัยอย่างที่หวัง

ตัวผมเอง รู้สึกยินดีมากที่เธอยิ้ม และมีความสุขที่ได้เรียน

แต่นั่นแหละ อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของ หายนะ ในความสัมพันธ์ ระหว่างผมและเธอ


ผมเรียนจบ เริ่มทำงานประจำ และต้องช่วยงานที่บ้าน

ผมเริ่มมีเวลาให้เธอน้องลง

เธอยังบอกเธอมีปัญหามากมาย ในตอนที่เธอเรียน ไม่ว่าจะเพื่อน จะวิชาเรียน

ผมรู้เธอเป็นคนเก่ง ผมอาจจะผืดเองที่ไม่ได้เก่งอย่างที่เธอคาดหวัง

ปัญหาที่เธอขอความช่วยเหลือ หลายอย่างผมไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย

บ่อยครั้งเราต้องทะเลาะกัน

ระยะห่างเริ่มมีมากขึ้น

เธอไม่ยินดีที่ผมจะไปหาเธอ ทุกครั้งที่พยายามไปหา เธอมักบอกเธอไม่ว่สง เธอไม่อยู่

เธอบอกเธอย้ายที่พักไปแล้ว ตัวผมก็ก็ได้แค่เศร้า ถึงอยากไปเธอ แต่ก็เจอไม่ได้ ไม่รู้ต้องไปหาเธอที่ไหน


วันหนึ่งผมได้โอกาสเรียน ต่อ ป โท ใกล้ๆกับ ม. ที่เธอเรียนอยู่ ห่างกันราว 20 กม.

ระหว่างนั้นผม เริ่มติดต่อกับเธอน้อยลงแล้ว

คุยโทรศัพท์ ก็ไม่ค่อยได้คุย ด้วยเหตุที่เธอมักบอกกับผมว่า คุยแล้วมันเจ็บหู
ให้คุยข้อความ

นับแต่นั้น ถ้าม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ผม จะไม่โทรหาเธอเลย ส่วนมากก็ส่งข้อความ

ผมพยายามไปหาเธอ แต่เธอปฏิเสธตลอด

ผมมั่นใจว่าเธอพยายามหลบหน้าผม ซึ่งไม่รู้ว่าทำไม

ผมไม่มี มอไซด์ หรือ รถใหญ่ ที่จะทำให้ผม สามารถเดินทางไปหาเธอได้

มีก็แค่จักรยานแม่บ้าน

ตอนเรียน ป โท ผมปั่นจักรยานไป ม.ที่เธอเรียนอยู่ สัปดาห์ละ 2 ถึง 3 ครั้ง โดยหวังว่าจะมีซักครั้งที่ผม จะได้เจอกับเธอบ้าง

สัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่า ก็ยังไม่เจอ

จนวันหนึ่ง ผมปั่นจักยานกลับจาก ม เธอ ช่วง 6 โมงเย็น แล้วได้เจอเธอ

ผมดีใจมาก จึงเข้าไปทัก สวัสดี เป็นยังไงบ้าง ให้ไปส่งที่ ที่พักมั๊ย

ก็หวังอยากจะรู้ ตอนนี้เธอพักอยู่ที่ไหน เป็นยังไงบ้าง

แต่ก็ตามเดิม เธอปฏิเสธ ไม่ให้ผมไปส่ง

ผมก็ปั่นจักยานกลับมา ม ตัวเอง ด้วยความรู้สึกนอยด์ๆ

เรื่องที่ผมคุยกับเธอ ก็ มีไม่มาก และก็ไม่ได้คุยกันทุกวัน

ผมเป็นคนคุยไม่เก่ง ไม่รู้จะคุยเรื่องอะไร

ไม่อยากพูดเรื่องเครียดๆ เรื่องเรื่อง เรื่องงาน เรื่องงานที่บ้าน ให้เธอฟัง

อยกหาเรื่องสนุกๆคุย แต่ก็ไม่รู้จะคุยอะไร

มัวแค่คิด ผ่านไป หลายเดือนก็ไม่ได้คุยอะไรก็เธอ

จะมีก็เธอ ส่งข้อความมทาขอยืมเงินบ้าง ให้ช่วยทำงานของเธอบ้าง

ผมก็ช่วย ผมคิดว่าเรื่องที่ผมทำให้เธอ คงมีเท่านี้


วันเวลาผ่านไป ความคิด ความกังวล มันเริ่มสะสม

ผมเริ่มรู้ตัว ว่าผมมรความคิดลบๆ วนกลับมาคิดตลอดเวลา

ผมไปประเมินกัยคุณหมอแล้วพบว่าผม เป็น โรคซึมเศร้า

ผมไม่ได้ต้องการการคุยโทรศัพท์​หรือแค่ตอบแชทข้อความ

ผมต้องการไปหาเธอ ต้องการรู้เธออยู่ยังไง ยังสบายดีอยู่มั๊ย

ผมไม่รู้ว่าความสัมพันธ์​ในปัจจุบันนี้ คืออะไร

ผมยังใช่แฟนเธออยู่รึเปล่า ผมยังใช่คนรักขอเธออยู่รึเปล่า


ผมพยายามช่วยเหลือเธอตลอดมา พยายามทำให้เธอมั่นใจว่าผมรักเธอมาด รักเธอเพียงคนเดียว

แล้วผมได้อะไรกลับมา พอถึงจุดที่ครอบครัวเธอเริ่มดีขึ้น พอถึงเวลาที่เธอเริ่มมีที่เรียน  เริ่มมีโอกาสเข้ามา

ทำไปอยู่ดีๆเธอเปลี่ยนไปมากมายขนาดนี้

แล้วผมก็กลับมาคิด คิดถึงตัวของผมเอง ด้วยความสามารถ นิสัย ที่ผมมี บวกกับสถานการณ์​ปัจจุบัน​ ระหว่างผมและเธอ

มันจะดีจริงๆหรือ ที่บีบเส้นทางเลือก ให้เธอมีผมเป็นคู่ชีวิต

ทำไมไม่ให้โอกาสเธอได้เจอคนใหม่ๆ คนที่ดีที่จะดูแลเธอได้

ด้วยใบทะเบียนสมรสใบนั้น ที่ขีดไว้ให้เธอต้องอยุ่กับผมเท่านั้น

วันที่ผมยอมแพ้กับความพยายามตลอดหลายปี หลายอย่างที่ผมทำไม่ดี ที่เธอขอให้ผมแก้ไข ผมกลับทำไม่ได้ ทำให้เธอเวียใจ ทำให้เราทะเลาะกัน

ผมจึงตัดสินใจ ขอหย่า กับเธอ โดยหวังว่าเธอจะเจอกับคนที่ดูแลเธอได้ดีกว่าผม

มันเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากมาก

ผมใช้เวลาคิดไตร่ตรองอยู่นานนับเดือน ก่อนจะคุยเรื่องนี้กับเธอ


ท้ายที่สุด ก็เซ็นท์​ใบหย่ากัน เพื่อจบความสัมพันธ์


ผมรักเธอมาก รักเธอมากจริงๆ มากจนแม้ อยากจะผูกเธอไว้กับผมแค่ไหน  ก็ต้องยอมปล่อยเธอไป  ผมใช้สิ่งที่เรียนรู้มา จากวามผิดพลาดในรักครั้งแรก และครั้งที่สอง ทุ่มเลให้กับรักครั้งนี้

ผมพยายามทำให้เธอรัก และหวังว่าความพยายามจะทำให้เธอยังคงรัก

ผมไม่เคยโทษเธอ ทุกครั้งที่เธอทำให้ผมเศร้า หรือเสียใจ

ผมมักจะโทษตัวเองเสมอที่ดีไม่พอ ตามที่เธอต้องการ และพยายามปรับปรุงมัน

เมื่อสุดท้าย ผมรุ้ว่าผมดีไม่พอ รู้ว่าผมทำให้เธอมี​ความสุขไม่ได้

รู้ว่าเธอพยายามกีดกันความพยายาม มันก็ทำให้รู้แล้วว่า เวลานี้ เธอคงไม่ได้รักหรือต้องการผม อย่างครั้งก่อนอีกแล้ว

รักแค่ไหนก็ต้องปล่อยไป สิ่งที่เจ็บปวดคือการที่ผมชอบคิดไปเองว่าพูกนู่นนี่แล้วจะทำให้เธอเสียใจ สุดท้ายก็เป็นการเพิ่มระยะห่างระหว่างกัน


จากนี้ก็หวังแต่เพียง เธอจะเจอคู่ชีวิต ที่ไม่ต้องผ่านเรื่องราวปัญหาของครอบครัวเธอ

ไม่ต้องเจอเรื่องที่ต้องคิดวิตกกังวล

ไม่ต้องพบเจอเรื่องราวร้ายร้าย

หวังให้ชีวิต และคู่ครองของเธอ เจอแต่ความสุข

ถึงอาจจะมีทุกข์ บ้าง ก็ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดี


ล่าสุดที่เธอบอกว่ามีคนดูใจคนใหม่แล้ว ก็ทำเอาผมเศร้าอยู่เหมือนกัน

แต่ก็โล่งใจ ที่เธอจะได้ไม่เหงา มีคนคอยดูแลอบ่างใกล้ชิด

ผมเอง กว่าจะ Moveon ได้คงใช้เวลาซักพัก

แต่อย่างไร ผมจะคอยดูแลเธอ อยู่ห่างๆเสมอ นะ

ืคำถามที่เธอเคยบอกก่อนเราจะเลิกกัน  ความรักที่ผมรู้สึก เป็นรักหรือ แค่ความผูกพันธ์?


ผมเองก็ยังบอกคำตอบที่ชัดเจนไม่ได้

แต่ที่แน่ๆ เพราะคำถามนี้ และสิ่งที่เธอบอกว่าเธอไม่เหมือเดิมแล้ว

ทำให้ผมเลือกถอยออกมาจากชีวิตเธอ

เสียใจมากๆ ที่ต้องปล่อยเธอไป

เคยกลับมาคิดเหมือนกันว่าความพยายามเกือบ 10 ปี ที่คอยดูแลเธอมา ไม่อาจทำให้ไปถึงครอบรัวในฝันได้  มันช่างสูญเปล่า

แต่ลับมาคิดอีกที มันก็ดีนะ  อย่างน้อยเราก็พยายามแล้ว

อย่างน้อยเราก็อดทนแล้ว

อย่างน้อยเราก็รู้แล้วว่า ผลของการยอมแพ้ ในความรักมันเป็นเช่นไร
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่