เรื่องของการเริ่มคุยกับคนคนนึง​ครับ

▫️ผมอายุ​ 24​ เรียน​ ทำงาน​ อยู่คนเดียว​ ไม่มีใครที่สนิทแม้แต่พ่อแม่​ มีความคิดบางทีก็ดูฉลาด​ บางทีก็ไม่ได้เรื่อง​ ผิดพลาดเยอะ​ ยังไม่มีฐานหลักในชีวิต
▪️ตัวละครอีกคนคือ​ชายอายุ 38​ ครอบครัวอบอุ่น​ มีความคิดที่เด็ดขาดเฉียบ​ เรียนเก่ง​ อายุ​ ช่วงหลังม.ปลาย ไปเรียนต่างประเทศ​ประมาณ​ 5 ปีหรือมากกว่านั้น ​ที่ออสเตรเลีย​ กลับมาไทย​ ทำงานอิสระ​ ภาษาอังกฤษ​เก่งเพราะพ่อบังคับท่องศัพท์​วันละ​ 10 คำ​ตั้งแต่เด็ก​ ๆ​ ตอนนี้ทำงานสอนออนไลน์​ และจะมีสอนพิเศษ​ที่มหา'ลัย​ที่​กรุงเทพฯ​ เงินเดือนสูง​

เราเจอกันทาง​ Tiktok​ คุยกันมาไม่ถึง​เดือน​ โทรคุยกันมาปกติ​ เล่าเรื่องในชีวิต​ วัยเด็ก​จนโต​ มีอะไรที่เหมือน​ ๆกัน​ เรานัดกันไปเที่ยว​ ซึ่งเค้ามีความคิดในแบบของต่างชาติ​ ซึ่งผมพลาดหลายอย่าง​ ทั้งเรื่องเงินที่ไม่พร้อม​ การเตรียมตัวว่าจะต้องวางตัวยังไง​ การพูดยังไง​ การแสดงความแคร์​ เช่นการเสนอเลี้ยงข้าว​ ผมไม่พูด​ การเสนอช่วยออกค่าน้ำมัน​ ผมไม่พูด
จริง​ ๆแล้วผมเป็นคนที่ชอบแคร์นะ​ แต่ด้วยความที่เงินไม่พร้อม​ เป็นคนที่ต้องเซฟเงินมาก​ ทำให้การเริ่มต้นแย่มาก​ ๆครับ​ แต่เค้าบอกผมนะ​ พูดเหมือนการสอนให้รู้ว่า​ สิ่งที่ผมไม่ได้ทำที่ควรทำเมื่อเจอกันครั้งแรก​ ผมเองก็ไม่เคยมีแฟนออกเดทกันแบบนี้เลย​ ทำให้ไม่ทันคิดและเงินไม่พร้อม​ ไม่รอบคอบ​ จนเวลาผ่านมาเรื่อย​ ๆ​ คุยกันปกติ​ เราคุยกันปกติมาเรื่อย​ ๆนะ​ แต่รู้สึกว่าเค้าถอยออก​ไป​ แต่ผมยังรู้สึกดีรู้สึกสบายใจนะ​ หลาย​ ๆอย่างทำให้ผมพัฒนาตัวเองได้ดีเลย​ ทั้งความคิด​ จัดการชีวิต​ เมื่อก่อนผมเข้าหาภาษาอังกฤษ​น้อยมาก​ พอได้รู้จักเค้า​ ผมเข้าหาภาษาอังกฤษ​มากกว่าปกติ​ จนวันนึงผมรู้สึกว่า​ สิ่งที่เค้าต้องการคือ​คนที่พร้อมหรือเปล่า​ เพราะอายุก็​ 38​ ซึ่งผมเองยังเข้าใจคนวัยนั้นไม่ดีนะ​ คงจะมีความต้องการความมุ้งมิ้ง ความใส่ใจ​มาก​ ซึ่งผมเองอายุ​ 24​ ยังเด็ก​ ยังมีหลาย​ ๆอย่าง​ที่ต้องรับผิดชอบ​ เรียน​ ทำงาน​ และการจัดการกับชีวิตของตัวเอง​ ผมเองก็คงจะผิด​ที่ชิวกับการใช้ชีวิตตัวเองจนคุ้นเคย​ พอไปเจอกับคนคนนึงที่จะสานต่อไปเรื่องคู่ชีวิต​ มันคงจะยาก​เพราะเราไม่ได้อยู่ด้วยกันและไม่ได้เจอกันทุกวัน​ ผมคิดว่านี่ก็คือส่วนหนึ่งที่ทำให้ความสำพันธุ์​ลดลง​ ยิ่งช่วงนี้โควิดกับเวลาว่างของผมไม่มีเลย​ อยู่คนละจังหวัดด้วย

ล่าสุดที่ผมทำพลาดคือคืนนั้นพี่เค้าให้ผมไปคิดแล้วพรุ่งนี้ไปบอกว่า​ จะเอายังไง​ ที่เรื่องผมไม่สม่ำเสมอครับ​ เหมือนผมเป็นคนที่เฟค โทรเที่ยงก็เที่ยง​ โทรสามทุ่มก็สามทุ่ม​ ซึ่งผมว่างช่วงนั้น​ แต่เค้าคิดว่าผมไม่มีความจริงใจจริง​ ๆ​ ซึ่งสำหรับผมเราเพื่งคุยกันไม่นาน​ ผมรู้สึกดีนะ​ แต่เค้าไม่ได้ว่างตลอดเหมือนกัน​ จริงๆผมโทรคุยได้ตลอด24ชม.​ ถึงจะฟังเสียงหายใจ​ หรือนอนหลับ​กลางคืน​ก็ตาม​ เพราะผมใส่ใจไง​ รู้ว่าเค้าว่างช่วงไหนบ้าง​ เพราะบางเวลาโทรไปก็ไม่ว่างเสมอไป​ มีอย่างหนึ่งคือประโยคหรือบางคำที่ผมพิมส่งไป​ ซึ่งมันหวาน​ ๆน่ารัก​ ๆ​ เหมาะกับการหยอดคุย​ แต่เค้ามองว่าคำเหล่านั้นมันเลี่ยนมันดูปลอม​ มันต้องแสดงออกมาให้เห็น​ ซึ่งเราเจอกันครั้งเดียว​ และคุยกันไม่นาน​ ไม่รู้สิ​ ผมคิดว่ายังไม่ถึงลึกขั้นนั้น​ หลาย​ ๆครั้งที่ผมทำผิด​ ผมขอโทษและรับฟังมาตลอด​ แต่มันก็เป็นคำถามในใจของผมว่า​ ผมจะเป็นเด็กที่รับฟังคำสอนของพี่เค้า​หรือเป็นคนคนนึงที่จะเป็นคนรักในอนาคต​ ซึ่งผมเป็นคนที่มีความคิดอยู่คนเดียวมาตลอดชีวิต​ คิดเองทำเอง​ ไม่ชอบให้ใครมาด่าหรือสอน​ แต่บางเรื่องผมรับฟัง​ครับ​ ซึ่งกับพี่เค้าผมรับฟังทุกครั้งนะครับ​ ถึงจะมีบางครั้งไม่เห็นด้วย​ เรื่องนี้ผมบอกเค้าไปแล้วครับ​ หลังจากนั้นเค้าเงียบและถอยห่าง​ โทรไปไม่รับ​ ส่งข้อความไม่ตอบ​ จนบางทีผมคิดว่า​ สิ่งที่ผมพยายามทำและแก้ไขเนี่ย​ มันดีกับเค้าไหม​ การตอบกลับเป็นสิ่งที่ผมจะเข้าใจที่สุด​ หรือว่ายุ่ง​ แต่อ่านครับ​ ทุกคนคงจะบอกผมว่า​ การเงียบคือคำตอบ​ ผมเองชอบคนที่ตอบกลับตรง​ ๆ​ จะได้รู้ไปเลย​ ดีกว่ารอดูว่าผมจะมีปฏิกิริยา​ยังไง​ บล็อคหายไปเลยผมคิดว่ามันดีกว่า​ อ่านไม่ตอบ​ครับ​ แต่ลึก​ ๆผมรู้สึกดีนะครับเวลาเข้าไปพิมข้อความส่งไปหาเค้า​ หัวใจมันจะรู้สึกเหมือนตอนอกหัก​ หลาย​ ๆคนรู้ว่ารู้สึกยังไง​
ผมพยายามถอยแล้วครับ​ แต่ก็ยังไม่ไปไหน​ คนคุยคนอื่นมีนะครับ​ คุยเรื่อย​ ๆ​ แต่ก็คุยกันมาเรื่อย​ ๆไม่ได้ใส่ความสำพันธุ์​แบบคนรักอะไร
ผมคิดว่าความผิด​ ไม่มีที่ใคร​ ความผิดคือคงจะเข้ากันไม่ได้​ บางเรื่องผมบอกไม่หมดขอโทษ​ด้วยครับ​ตอนนี้ผมคงต้องทำยังไงให้ตัวเองมีความสุข​ ตอนนี้ผมเครียดชีวิตตัวเองมากครับ​ เรียน​ ทำงาน​ เครียดเรื่อง​ อื่น​ ๆอีก​ เหมือนไม่มีความสุข​ เหมือนผมขาดอะไรไป​ อยู่คนเดียวคงจะขาดกำลังใจ​ ตอนนี้ผมคงจะใช้ชีวิตต่อไป​ จะเจออะไรก็ต้องเจอ​
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่