วันก่อนได้ทราบข่าวว่าเพื่อนสนิทคนนึงได้รับจดหมายเรียกให้ไปรายงานตัวเข้าบรรจุรับราชการ
เราก็ยินดีกับเพื่อนด้วย
ซึ่งงานนี้ตอนเพื่อนสอบเราก็ให้คำแนะนำทุกรอบ
จนผลออกมาเพื่อนติดลำดับสำรอง รอเรียกบัญชี
และผ่านไปปีกว่า ตอนนี้เพื่อนก็ได้รับเรียกแล้ว
เรายอมรับนะว่าเราอิจฉาเพื่อน
อิจฉาที่ไม่ได้แปลว่าร้าย เคียดแค้น ริษยา
เพื่อนได้ดีเราก็ยินดีกับเพื่อน
แต่ที่เราบอกว่าเราอิจฉาคือ
เราอิจฉาที่เพื่อนสอบไม่กี่สนาม ก็ได้บรรจุ
ในขณะที่เราสอบหลายสนามมาก อ่านหนังสือ เตรียมตัวทุกสนาม แต่ ณ ตอนนี้ก็ยังไม่ได้บรรจุ
เราทำงานในองค์กรราชการก็จริง แต่เป็นลูกจ้าง
ส่วนเพื่อนเรียนจบ อยู่บ้าน เล่นเกมส์ นานๆจะหางานสอบสักที
คือแบบเพื่อนที่เรียนรุ่นเดียวกันเขาไปไหนต่อไหนกันแล้ว
แล้วหันมาดูเพื่อนที่สนิทๆ เขาก็ได้ดี มีอาชีพที่มั่นคงกันเกือบหมดแล้ว แล้วเราละ ยังเป็นลูกจ้างอยู่เลย
ตอนนี้เราสลัดความคิดว่าเราไม่เก่ง เราไม่ได้เรื่อง เราโง่ ออกจากหัวไม่ได้เลย
เรารู้สึกน้อยใจกับอะไรก็ไม่รู้ เรารู้สึกว่าเราต่อสู้กับการได้งานราชการมาตั้งนาน แต่เราไม่เคยได้สักที และนอกจากนี้เราคิดว่าการที่เราจะได้อะไรมาสักอย่างมันไม่เคยง่ายเลย
กว่าจะสำเร็จอะไรสักอย่าง เราต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ทั้งเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย พยายามหางานดีๆไว้เป็นโปรไฟล์ ได้งานเล้วก็ต้องหาโปรเจคทำไว้เป็นผลงาน กว่าจะผ่านมาแต่ละอย่างมันยากเย็นเหลือเกิน สอบอะไรสักทีก็ยากมาก กว่าจะได้
ตอนแรกเราคิดว่าเราคงโง่ ก็อุดรูรั่วด้วยการอ่านหนังสือ หาข้อมูล เตรียมตัวให้พร้อม หรือจะเป็นเรื่องดวง ก็ไปทำบุญ ปล่อยสัตว์ สวดมนต์ อธิษฐานขออโหสิ แต่ก็เหมือนเดิม
จนเราท้อใจ เหนื่อยกับการหางาน เคยไหว้พระก่อนนอนแล้วอธิษฐานว่าขอให้พรุ่งนี้ไม่ต้องตื่นขึ้นมา ขอให้หลับไปตลอดกาล
บางเรื่องเราก็อยู่ของเรา แต่ปัญหามันเข้ามาโดยที่เราไม่ได้ทำอะไรเลย จนเราอยากถามคนที่เขียนโชคชะตาหรือคนที่จดเวรกรรม ว่าเรามีเวรกรรมอะไรมากมาย ทำไมถึงไม่เคยได้สบายเหมือนกับคนอื่นสักที ถ้าเป็นไปได้เราก็อยากชดใช้เวรกรรมให้หมดซะตอนนี้เดี๋ยวนี้เลย จะได้จบๆกันไป รู้มั้ยว่าตอนนี้เราหมดแพสชั่นในการใช้ชีวิตต่อไปหมดแล้ว ทำงานก็ทำไปตามหน้าที่ ไม่มีไฟที่จะพัฒนางาน พัฒนาตัวเองเลย ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จไปวันวัน แบบตายได้ ก็ให้ตายไปเลย ไม่เอาอะไรแล้ว
บ่นๆ เรื่องงาน เรื่องชีวิต แค่บ่น
เราก็ยินดีกับเพื่อนด้วย
ซึ่งงานนี้ตอนเพื่อนสอบเราก็ให้คำแนะนำทุกรอบ
จนผลออกมาเพื่อนติดลำดับสำรอง รอเรียกบัญชี
และผ่านไปปีกว่า ตอนนี้เพื่อนก็ได้รับเรียกแล้ว
เรายอมรับนะว่าเราอิจฉาเพื่อน
อิจฉาที่ไม่ได้แปลว่าร้าย เคียดแค้น ริษยา
เพื่อนได้ดีเราก็ยินดีกับเพื่อน
แต่ที่เราบอกว่าเราอิจฉาคือ
เราอิจฉาที่เพื่อนสอบไม่กี่สนาม ก็ได้บรรจุ
ในขณะที่เราสอบหลายสนามมาก อ่านหนังสือ เตรียมตัวทุกสนาม แต่ ณ ตอนนี้ก็ยังไม่ได้บรรจุ
เราทำงานในองค์กรราชการก็จริง แต่เป็นลูกจ้าง
ส่วนเพื่อนเรียนจบ อยู่บ้าน เล่นเกมส์ นานๆจะหางานสอบสักที
คือแบบเพื่อนที่เรียนรุ่นเดียวกันเขาไปไหนต่อไหนกันแล้ว
แล้วหันมาดูเพื่อนที่สนิทๆ เขาก็ได้ดี มีอาชีพที่มั่นคงกันเกือบหมดแล้ว แล้วเราละ ยังเป็นลูกจ้างอยู่เลย
ตอนนี้เราสลัดความคิดว่าเราไม่เก่ง เราไม่ได้เรื่อง เราโง่ ออกจากหัวไม่ได้เลย
เรารู้สึกน้อยใจกับอะไรก็ไม่รู้ เรารู้สึกว่าเราต่อสู้กับการได้งานราชการมาตั้งนาน แต่เราไม่เคยได้สักที และนอกจากนี้เราคิดว่าการที่เราจะได้อะไรมาสักอย่างมันไม่เคยง่ายเลย
กว่าจะสำเร็จอะไรสักอย่าง เราต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ทั้งเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย พยายามหางานดีๆไว้เป็นโปรไฟล์ ได้งานเล้วก็ต้องหาโปรเจคทำไว้เป็นผลงาน กว่าจะผ่านมาแต่ละอย่างมันยากเย็นเหลือเกิน สอบอะไรสักทีก็ยากมาก กว่าจะได้
ตอนแรกเราคิดว่าเราคงโง่ ก็อุดรูรั่วด้วยการอ่านหนังสือ หาข้อมูล เตรียมตัวให้พร้อม หรือจะเป็นเรื่องดวง ก็ไปทำบุญ ปล่อยสัตว์ สวดมนต์ อธิษฐานขออโหสิ แต่ก็เหมือนเดิม
จนเราท้อใจ เหนื่อยกับการหางาน เคยไหว้พระก่อนนอนแล้วอธิษฐานว่าขอให้พรุ่งนี้ไม่ต้องตื่นขึ้นมา ขอให้หลับไปตลอดกาล
บางเรื่องเราก็อยู่ของเรา แต่ปัญหามันเข้ามาโดยที่เราไม่ได้ทำอะไรเลย จนเราอยากถามคนที่เขียนโชคชะตาหรือคนที่จดเวรกรรม ว่าเรามีเวรกรรมอะไรมากมาย ทำไมถึงไม่เคยได้สบายเหมือนกับคนอื่นสักที ถ้าเป็นไปได้เราก็อยากชดใช้เวรกรรมให้หมดซะตอนนี้เดี๋ยวนี้เลย จะได้จบๆกันไป รู้มั้ยว่าตอนนี้เราหมดแพสชั่นในการใช้ชีวิตต่อไปหมดแล้ว ทำงานก็ทำไปตามหน้าที่ ไม่มีไฟที่จะพัฒนางาน พัฒนาตัวเองเลย ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จไปวันวัน แบบตายได้ ก็ให้ตายไปเลย ไม่เอาอะไรแล้ว