พ่อกลับบ้านเลยกำหนดเคอร์ฟิวเพราะไปกินเหล้ากับเพื่อนทุกวัน จนคนในบ้านเครียดเพราะกลัวโควิด จะทำยังไงดี?

ก่อนหน้านี้เคยทะเลาะกับพ่อมาแล้วเรื่องที่เราขอให้เขาใส่หน้ากากในบ้าน เพราะเขาขับรถรับส่ง อายุก็เยอะแล้ว มีความเสี่ยงต่อการรับและแพร่เชื้อได้ง่าย เขาก็บอกว่าตอนขับก็ใส่อยู่ตลอด เรากังวลว่าเขาจะติดมาจากผู้โดยสารก็ส่วนหนึ่ง แต่ที่จริงเรากลัวเค้าติดจากเพื่อนที่เขาชอบไปนั่งดื่มด้วยกันทุกเย็นมากกว่า ก่อนหน้านี้ทางบ้านบอกให้หยุดขับเพราะกลัวเขาติด เขาก็หยุด แต่พอตกหัวค่ำเพื่อนโทรตามก็ออกไป กลับมาอีกที 4-5ทุ่ม พอมีประกาศเคอร์ฟิวก็กลับเร็วหน่อย แต่ก็เลยกำหนดอยู่ดี ประมาณ 3ทุ่มกว่าเกือบ4ทุ่ม พอว่าหรือห้ามเขาก็หาว่าไปขัดความสุขเขา บอกว่าพวกเรากลัวกันเกินเหตุ คนอย่างเขาไม่เป็นอะไรง่ายๆหรอกผ่านมาได้ตั้งกี่รอบแล้ว 

คือเราไม่รู้จะทำยังไงแล้ว พูดดีก็แล้ว ดุก็แล้ว จนล่าสุดเราพูดกับเขาว่า "พ่อมีความสุขที่ได้กินเหล้าอยู่กับเพื่อน แต่กำลังสร้างความทุกข์ให้คนในบ้านอยู่ไม่สงสารกันบ้างหรอ หรือถ้าอยู่กับเพื่อนแล้วมีความสุขลองออกไปอยู่กับเพื่อนสักพักดีมั้ย" เขาก็โมโหแล้วประชดด้วยการนอนกลางบ้านแทนการนอนในห้องของตัวเอง เรารู้ว่าพูดแบบนั้นมันไม่ดีแต่เราไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว เราเป็นห่วงแม่ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวแบกรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ในบ้านแล้วยังต้องแบกรับความเครียดอีก น้องเราอีก2คนก็ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ตัวเราเองกับพ่อก็ยังไม่ได้ฉีดเพราะถูกเลื่อน แถมเขายังสูบบุหรี่จัดปอดก็ไม่ดี ตอนนี้เขาไม่ฟังใครนอกจากแม่ที่เขาจะยอมอ่อนลงมาหน่อยเวลาขอเงินเพราะตอนนี้ขับรถหาเงินไม่ค่อยได้ แต่พอแม่พูดเรื่องกินเหล้ากับเพื่อนก็โดนสั่งให้หยุดพูดเหมือนกัน

ตอนนี้เราเชื่อว่าต่อให้พูดยังไงเขาก็ไม่ฟัง เพราะพ่อเราเป็นคนประเภทที่ฟังแต่เสียงในหัวตัวเอง แล้วก็คิดว่าอะไรที่ทำแล้วตัวเองมีความสุขเป็นสิ่งที่ถูกแล้ว (อันนี้แม่เป็นคนพูดระบายกับเราเอง)

อาจจะเหมือนเป็นการระบายนะคะเพราะเราอัดอั้นมากจริงๆ

เราอยากรู้ว่าคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันมีวิธีจัดการกับปัญหานี้ยังไงคะ เรากับคนในบ้านเครียดมากจริงๆ หรือว่าเป็นเรากับคนในบ้านที่คิดมากไปเอง ?

* ขอแก้ไขเพิ่มเติมนะคะ
ความจริงคือพ่อแม่เราหย่ากันตั้งแต่น้องคนเล็กเราอยู่ป.2แล้วค่ะ แต่ยังอยู่ด้วยกันทำไมอันนี้เราก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ 😂 เหมือนเขาใช้ชีวิตคู่ปกติ แต่แค่หย่ากับแยกห้องนอนกันเฉยๆ

แล้วก็เกือบ4เดือนแล้วค่ะที่พวกเรา(ยกเว้นพ่อ) ใส่แมสก์เวลาอยู่ในบ้าน แล้วก็แยกห้องนอนกัน ซึ่งเรากับน้องๆจะอยู่แต่ชั้นบนของบ้าน แยกข้าวของเครื่องใช้โดยเฉพาะจาน ชาม หม้อหุงข้าวมาไว้ข้างบน ห้องน้ำก็แยกกันใช้โดยทุกคนใช้ห้องข้างบน ส่วนเขาใช้ห้องข้างล่างคนเดียว ส่วนแม่มีถอดแมสก์บ้างตอนทำอาหารข้างล่าง แล้วก็ต้องออกไปซื้อของใช้จำเป็นบ้างนานๆที พากเราพยายามทำทุกอย่างแล้วค่ะ ยกเว้นแจ้งตำรวจ ซึ่งใจก็ไม่กล้าพอที่ทำแบบนั้นจริงๆค่ะ

เราสงสารที่สุดคงเป็นน้องเราคนกลาง เครียดเรื่องเรียนออนไลน์ แล้วก็ไม่ค่อยออกจากห้องเพราะกลัวติดจากพ่อ เขาก็ถามนะคะว่า ทำไมคนพวกเขาต้องเป็นคนป้องกันอะไรขนาดนี้ ในขณะที่คนเสี่ยงติดและแพร่เชื้ออย่างพ่อถึงใช้พื้นที่ได้ทุกมุมของบ้าน เราก็ไม่รู้ว่าจะตอบเขายังไง ได้แต่เดินไปดูในห้องบ้าง ไปชวนเล่น tiktok บ้างให้คลายเครียด 

พอได้อ่านความเห็นของแต่ละท่านตอนนี้ก็สบายใจขึ้นหน่อยแล้วค่ะว่าเราทุกคนในบ้านทำดีที่สุดแล้ว พอดีเมื่อคืนพ่อเราเขาเมามาแล้วตะโกนชวนทะเลาะ เลยเครียดไปหน่อย 

ขอบคุณทุกความคิดเห็นรวมถึงทุกคำแนะนำนะคะ ขอบคุณมากๆค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่