เรื่องบนแล้ว ต้องรักษาคำพูด

กระทู้คำถาม
ผมชื่อต่อครับ เป็นคน อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ ปัจจุบันผมอายุ 29 ปี เหตุการณ์ที่ผมจะเล่าในครั้งนี้ เป็นประสบการณ์ตรงของผม ที่เจอมาด้วยตัวเอง ในอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 8 ปีที่แล้วครับ ตอนนั้นผมอายุ 21 ปี ผมทำงานเป็นเด็กติดรถส่งของ หรือที่เขาเรียกกันสั้นๆว่า.. เด็กรถนั่นเอง ผมก็ไปส่งของตามจังหวัดข้างเคียงนี่แหละครับ เช่นกรุงเทพอะไรงี้ ผมก็ทำไปพลางๆไปได้สักพัก จนถึงเวลาช่วงเดือนเมษา ที่ผมนั้นต้องไปเกณฑ์ทหาร เพราะตอนนั้นผมอยู่ในวัยที่จะต้องเกณฑ์ทหาร พ่อก็ขับรถพาผมไปถึงตัวอำเภอ ก็ไปจับใบดำใบแดง แล้วทีนี้ด้วยความที่ผมนั้นไม่อยากโดนใบแดง ผมก็เลยยกมือท่วมหัว และบ่นในใจว่า.. ข้าแต่พระพุทธเจ้า และเหล่าพระอรหันต์สาวก  ถ้าลูกจับได้ใบดำ ลูกจะบวชให้ 1 พรรษา เหตุที่บนไว้แบบนั้น เพราะตำบลของผมเป็นตำบลสุดท้ายแล้ว และเพื่อนๆที่ไปเกณฑ์ทหารด้วยกัน ก็เหลือไม่กี่คนแล้ว บางคนได้ใบแดง ก็ถึงกับทรุดไปเลยก็มี แต่พอผมไปสุ่มก็ปรากฏว่า ผมได้ใบดำจริงๆอย่างที่บนเอาไว้ ผมดีใจมากเลย จนเวลาเนื่อ..ก็ผ่านไปหลายเดือน จนถึงเดือนมิถุนายน เหตุการณ์ไม่ดีในชีวิตผมก็เกิดขึ้น! มันเป็นเหตุการณ์ที่บีบคั้นให้ผมอยู่ยากขึ้นทุกวัน  เพราะอยู่ดีๆพี่ชายผม ก็หาเรื่องผม โดยขุดเรื่องเก่าๆมาพูดให้ผมไม่พอใจ ทั้งๆที่ผมไม่ได้หาเรื่องอะไรเขาก่อนเลย สุดท้ายก็มีปากมีเสียงกับพี่ชาย จนผมต้องย้ายออกมาหาห้องเช่าอยู่คนเดียว เพราะตอนนั้นเนี่ย ผมเกือบจะฆ่าพี่ชายแล้ว เพราะถือมีดออกมาวิ่งไล่ฟันพี่ชาย กะจะเอาให้ตายเลย.. จนแม่ต้องเข้ามาห้าม แม่ได้ลงความเห็นว่าผมนั้นทำไม่ถูก ผิดก็คือผิดครับ ผมยอมรับ ผมก็เลยหาห้องเช่าในอำเภอกระทุ่มแบน เป็นห้องเช่าเล็กๆ ค่าเช่าถูกห้องที่สุดในหอนั้น เพราะเป็นห้องค่อนข้างแคบ โดยห้องอื่นค่าเช่าจะอยู่ที่ 1,300 บาท แต่ค่าห้องของผมนั้นแค่ 800 บาทเอง ด้วยความที่ว่าห้องมันเล็ก ผมก็เลยไม่ได้สงสัยอะไร และอีกอย่างผมคิดว่าห้องนี้ น่าจะเคยเป็นห้องเก็บของๆเจ้าของหอมาก่อน ก็เลยไม่ได้สนใจ วันแรกที่เข้ามา เจ้าของหอก็พูดจาทะยาไสดีมาก เหมือนผมเป็นลูกเป็นหลานเขาเลย มาวันแรกก็มีคนซุบซิบกัน ผมก็ไม่ได้แปลกใจอะไรที่เพื่อนบ้าน เห็นคนมาอยู่ใหม่ ก็คงต้องซุบซิบพูดคุยกันเป็นเรื่องธรรมดาเวลาที่มีคนมาอยู่ใหม่ ผมเองก็ยิ้มให้เขา แต่เขายิ้มแบบเจื่อนๆ ผมก็รู้สึกว่ามันแปลก.. ยังไงอยู่ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากเกินไป นาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้าไปในห้อง ก็รู้สึกว่า ห้องมันมีกลิ่นฉุนแปลกๆยังไงอยู่ ผมรู้สึกว่ามันหนาวๆร้อนๆ แปลกมาก และเสียวสันหลังอย่างบอกไม่ถูกเลย  แต่ผมก็พยายามไม่คิดอะไรมาก และจ่ายค่ามัดจำ 1,000 บาท และขนของเข้าห้องทันที พอเสร็จจากการขนของเข้าห้องแล้วผมก็อาบน้ำ ผมก็รู้สึกว่า? เหมือนมีใครบางคน..มารื้อของผมในกระเป๋า ที่ผมยังไม่ได้เอาออกมาจัดวาง ซึ่งมันก็น่าแปลกทั้งๆที่ห้องผมก็ล็อคแล้ว  แต่ผมพอเดินออกไป ก็ไม่มีใครอยู้ตรงนั้นพวกข้าวของเครื่องใช้ ก็ยังอยู่ในกระเป๋าเหมือนเดิม ผมเลยรู้สึกงงมากเลย ผมก็คิดว่า ข้างห้องอาจจะทำอะไรกันอยู่ แต่ก็ไม่น่าจะเสียงดังขนาดนี้ ผมก็ได้แต่ยิ้ม แล้วอาบน้ำต่อให้เสร็จ ช่วงบ่ายก็ออกไปหาซื้ออะไรกินข้างนอก จนดึกก็กลับมาที่ห้อง ก็อาบน้ำแปรงฟันอีกครั้งเพื่อเตรียมเข้านอน นอนคืนแรกก็ไม่มีอะไรนะครับ คงเพราะผมเหนื่อยมาก เพราะขนของเข้าห้อง คืนที่2ที่3 ก็ยังเหมือนเดิม ไม่มีอะไร แต่พอถึงคืนวันที่ 4 เนี่ย..รู้สึกเหมือนมีเงาของใครบางคน? กำลังเดินไปเดินมารอบๆ ที่นอนผม แต่พอผมลุกขึ้นเปิดไฟ เงานั้นก็หายไป ผมก็งง และคิดว่า ผมนั้นคงทำงานเหนื่อย ก็เลยตาฝาดคิดไปเอง ก็เลยสวดมนต์ แล้วนอนต่อ พอตื่นเช้ามาก็อาบน้ำแปรงฟัน เตรียมตัวไปทำงานตามปกติ พอออกจากห้องล็อคกุญแจแล้วกำลังจะออกจากหอไปทำงาน ก็เจอป้าเจ้าของหอแกก็ถามผมด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มตามปกติ ป้าถามผมว่า.. "นอนหลับสบายดีไหมหนุ่ม" ผมก็ตอบกลับว่า..หลับสบายดีครับ จนมืดค่ำแล้วกลับมาถึงห้อง ก็พบว่าข้าวของที่มันวางอยู่บนโต๊ะ อยู่ดีๆก็เหมือนมีใครสักคนมารื้อของผมวางระเกะระกะเต็มไปหมดเลย ผมแปลกใจมากเลย.. เพราะผมล็อคห้องไว้อย่างดี ทั้งคล้องแม่กุญแจ และล็อกลูกบิด ไม่น่าจะมีคนเข้าไปได้ ในนาทีนั้นที่ผมสับสนมาก และเริ่มรู้สึกว่ามันแปลกๆ และผมคิดว่ามันไม่มีใครเข้าไปได้อย่างแน่นอน เพราะแม่กุญแจนั้น เป็นแม่กุญแจที่ผมซื้อมาเอง ผมจึงโทรถามเจ้าของหอ และเจ้าของหอ ก็บอกว่าไม่มีใครเข้าไปได้หรอก กล้องวงจรปิดก็มี แล้วลุงเจ้าของหอก็เปิดภาพกล้องวงจรปิดให้ผมดู ก็ไม่มีใครเข้าไปจริงๆ แต่ลุงก็สีหน้าแปลกๆเหมือนมีอะไรสักอย่าง ที่อยากจะบอกผม แต่บอกไม่ได้? ลุงก็เลยบอกผมว่ามันคงเป็นเพราะหนู ที่มาตามท่อระบายน้ำน่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ลุงจะไปดูตามท่อ และจัดการให้นะ ผมก็เลยกลับไปที่ห้อง.. แล้วนอนอาบน้ำนอน ในคืนนั้น นั่นเอง..!! ผมก็ได้ยินเสียง..เหมือนมีใครบางคนเนี่ย..? กำลังเดินไปเดินมา ด้วยความที่ผมหงุดหงิด บวกกับความเหนื่อยที่ผมมี และความเครียดที่ผมยังสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องผม ผมเลยสบดออกไปว่า "เสียง ยิ้มอะไรวะ ! แค่นั้นแหละครับ โทรศัพท์ของผม ที่วางอยู่ตรงโต๊ะ.. อยู่ดีๆมันก็ตกลงมา.. และมีเสียง เหมือนเป็นมีเสียงใครสักคนด่ากลับมาว่า..!! "แล้วมาอยู่ห้องกูทำไม..!!" ออกไป..!!! แค่นั้นแหละครับ! "ผมสะดุ้งสุดตัวเลย ก็เลยลุกขึ้นมาเปิดไฟ และเปิดประตู เพื่อที่จะดูว่าเสียง นั้นมาจากไหน แต่พอหันเข้าไปในห้องของตัวเอง ก็ไม่เห็นมีอะไร ตัวผมในตอนนั้น..ทั้งมึนงง ? และสงสัยมาก ผมเลยเดินออกไปหน้าหอ เพื่อที่จะดูว่าห้องอื่นอาจจะ ทะเลาะกันอยู่รึป่าว.. แต่ห้องอื่นปิดไฟนอนหลับกันหมดแล้ว ผมก็เลยหยิบโทรศัพท์ที่ว่างอยู่ที่พื้นในห้องผม อามาวางไว้บนโต๊ะที่เดิม แล้วนอนต่อ พอนอนได้สักพักก็มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่ง มากระซิบที่ข้างหู แล้วพูดขึ้นว่า.. "กูจะทำให้อยู่ไม่ได้.!! และในตอนนั้นเอง ผมก็รู้สึกว่าผมจุกตรงบริเวณหน้าอก คล้ายเหมือนไม่มีของรึอะไรหนักๆ มาทับที่หน้าอกผม จนผมต้องลืมตาขึ้นมาดูก็ปรากฏว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งคร่อมตรงหน้าอกผม แสงจากไฟนีออนข้างหน้าหอส่องเข้ามาตรงบานเกล็ด ทำให้ผมเห็นใบหน้าเธอคนนั้น เธอเป็นคนค้านข้างหน้าตาดี คือสวยเลยก็ว่าได้ แต่เธอยิ้มให้ผมแบบหน้ากลัวมาก และเธอหัวเราะในลำคอเบาๆ หึๆๆ ตอนนั้นผมรู้สึกกลัวสุดๆเลย ขยับก็ไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ได้ ตอนนั้นได้แต่สวดมนต์ผิดๆถูกๆ เลยนึกขึ้นได้ว่าผมจะไปทำบุญให้ ผมเลยบอกเธอว่า เดี๋ยวไปทำบุญให้ อย่าทำอะไรผมเลย แต่เธอก็ยังไม่ออกไปจากหน้าอกผม แล้วก็หัวเราะใส่ผมอยู่อย่างนั้น หึๆๆๆ ผมเลยถามเธอในใจ ว่าผมไปทำอะไรให้ คราวนี้เธอเปลี่ยนจากนั่ง เป็นยืนอยู่บนหน้าอกของผมแทน แล้วเธอก็ชี้หน้าผมว่า แล้วพูดว่า.. ไม่รักษาคำพูด... ซึ่งผมงงมากเลย ว่าเธอหมายถึงอะไร ผมไม่รักษาคือพูดอะไร พอสิ้นเสียงของเธอๆ ก็หายไปทิ้งไว้แต่ความมึนงงในใจผม เลยพอผมหลุดจากเธอได้ ก็รีบลุกขึ้นมาเปิดไฟทันที และรีบไปเปิดประตูเสียงดังดึง จนคนข้างห้องเปิดประตูมาดู แล้วถามว่าทำอะไรเสียงดัง ไม่ทันที่ผมจะตอบ พี่คนข้างห้องก็รู้ได้ทันที แล้วถามผมว่า "โดนแล้วใช่ไหม" ผมเลยด่าสวนกลับไปทันที แล้วทำไมพี่ไม่บอกผมตั้งแต่แรก ปล่อยให้ผมโดนผีหลอกทำไม พี่ข้างห้องเลยบอกว่า พี่ก็อยากจะบอก แต่ก็บอกไม่ได้ เพราะกลัวเจ้าของหอเขาจะไม่พอใจเอา ก็เลยไม่บอกดีกว่า พี่บอกห้องข้างๆ ก็เลยปลอบใจผมยกใหญ่ และให้ผมนอนค้างที่ห้องเขาไปก่อน พอเช้าวันรุ่งขึ้นพี่ข้างห้อง แกเลยเล่าถึงเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง ว่าห้องเนี่ย..เมื่อก่อนมันเป็นห้องหลานสาวของเจ้าของหอเขา เธอโดนแฟนหนุ่มจ่อยิงเข้าที่ท้อง สาเหตุเป็นเพราะเธอนั้นบอกเลิกแฟนไป เพราะฝ่ายชายนั่นติดยาหนัก จนเธอทนไม่ได้ ก็เลยขอเลิกไป จึงทำให้แฟนของเธอนั้นยิงเธอจนเสียชีวิต หลังจากนั้น ป้าและลุงเจ้าของหอ ก็ทำเป็นห้องเก็บของไปสักระยะ และเก็บกระดูกเธอไว้ในห้องนั้นด้วย ไม่สังเกตบ้างรึไง ว่าตรงข้างๆหิ้งพระ จะมีผ้าห่อกระดูกเล็กๆวางอยู่ "พอผมกลับเข้าไปดู ก็จริงอย่างที่พี่เขาพูด คือมีผ้าห่อกระดูกวางอยู่จริงๆ และพี่เขาเล่าให้ฟังต่อ.. ว่าห้องนี้ส่วนใหญ่ คนที่จะอยู่ได้นาน ก็จะมีแต่ผู้หญิงทั้งนั้น และเป็นหญิงโสดซะส่วนใหญ่เลย ส่วนผู้หญิงที่มีสามี มักจะอยู่ได้ไม่นานย้ายก็ออกไป เพราะฝ่ายสามีโดนดวงวิญญาณเธอเล่นงานเอาทุกราย ผมก็งง และบ่นว่า แล้วผู้ชายโสดอย่างผมผิดด้วยเหรอ.. ตอนนั้นผมไม่พอใจมาก เลยเดินไปบอกป้ากับลุง ว่าทำแบบนี้ทำไม ป้าเลยพูดขึ้นว่า นานจนป่านนี้แล้วยังไม่ไปเกิดอีกเหรอลูก และป้ากับลุงก็พาผมเดินขึ้นไปบนบ้าน แล้วเอารูปหลานสาวให้ดู ผมนี่ตกใจแทบจะเป็นลมเสียให้ได้เลย เพราะเธอในรูปเป็นคนๆเดียวกับที่ผมเจอเมื่อคนนี้เลย ผมเลยถามลุงกับป้าว่า แล้วทำไมป้ากับลุงถึงไม่เอากระดูกเธอออกจากห้อง ป้ากับลุงเลยบอกว่า หลานสาวรักห้องนี้มาก เลยอยากให้หลานอยู่ในห้องนั้นไปตลอด และก่อนที่ผมจะเข้ามาลุงกับป้าก็ได้จุดธูปบอกหลานไว้แล้ว แต่ก็ไม่เข้าใจหลาน ว่าทำไมถึงมาหลอกผม ผมเลยเล่าเหตุการณ์ให้ลุงกับป้าฟัง ว่าเธอพูดแบบนี้ให้ผมนะ ลุงกับป้าเลยถามว่า เอ็งเคยได้บนอะไรเอาไว้รึป่าวหนุ่ม ผมเลยเล่าให้ถึงเหตุการณ์ที่ผมนั้นได้บนว่าจะบวช 1 พรรษา ลุงและป้าเลยถึงบางอ้อ ที่น่าแปลก คือเธอคนนั้น รู้ได้ยังไง ว่าผมเคยได้บนเอาไว้ในใจ ว่าผมจะบวช พอหลังจากนั้นผมเลยโทรไปหาพ่อกับแม่ บอกว่าพ่อ แม่..พาผมไปบวชในวัดป่า ที่ จ.ชัยภูมิหน่อยได้ไหมครับ พอพ่อกับแม่ได้ยินอย่างนั้นแล้ว แกดีใจมากเลย ก็เลยมารับผมไปฝากตัวกับหลวงพ่อ ให้บวชเป็นนาคไปก่อน และห้ามออกจากวัน เป็นเวลา 1เดือนเติม ก่อนที่จะได้อุปสมบทเป็นพระในที่สุด

ก็จบแล้วครับ กับเรื่องบนแล้ว ต้องรักษาคำพูด
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่