แสงระวี….บทที่ 28 (รีไรท์)

กระทู้สนทนา

.

                   กลับจากโรงพยาบาลหนึ่งเงียบไปพักใหญ่ ไม่ค่อยคุยถามคำตอบคำ แสงระวีไม่ค่อยเข้าใจหนึ่งเท่าไหร่ ไม่เข้าใจว่าเป็นอะไรนักหนา รู้สึกตลกมากกว่าที่จะโกรธ ตลกอากัปกิริยาท่าทางน้อยใจและงอนของหนึ่ง ตนเองไม่ได้ผิด สุดท้ายเรื่องนี้แสงระวีต้องเป็นฝ่ายง้อ ทั้งที่ไม่ได้ทำผิดอะไร ง้อเพื่อให้หนึ่งหายงอน เพื่อกลับมาคุยกันเหมือนเดิม

                    “หนึ่ง… ตัวเองจะมางอนเค้าทำไมเนี่ย” แสงระวียืนที่ปลายเตียงก่อนจะนั่งลง มือแตะที่เท้าเขาก็ขยับหนีอย่างเร็ว แสงระวีหัวเราะกับการอากัปกิริยาของสามี งอนเป็นเด็กไปได้ “เค้าผิดเหรอตัวเอง ก็มันไม่มีอ่ะ จะมาโกรธเค้าทำไม”

                     “ไม่ต้องมาพูด” ตอบเสียบเรียบ

                       “ก็หนึ่งงอนวีอ่ะ” เม้มปากหัวเราะ ไม่ยอมขยับเข้าไปใกล้หนึ่งอีก เจ้าตัวนอนตะแคงหันหลังให้เธอพร้อมกอดอกตัวเองไว้ “โอ้ย ! กูจะบ้าตาย ! ตัวเองจะโกรธเค้าทำไม เค้าผิดเหรอก็มันไม่มีจะบังคับมันได้เหรอ”

                           “ได้ !” เขาตอบกลับมาด้วยคำพูดห้วน ๆ “ก็เลิกกินยาดิ”

                        “ไม่ !” คราวนี้เธอตอบแบบจริงจัง ไม่ตลกไปกับเขาอีก นั่งมองหนึ่งขณะที่หนึ่งนอนตะแคงหันหน้าชนฝาผนังห้อง เธอเงียบไม่พูดอะไรต่อพร้อมนอนลงข้าง ๆ เอื้อมมือไปกอดหนึ่งจากด้านหลัง แม้ไม่อยากจะทำก็ต้องทำ เธอรู้สึกว่ามันไร้สาระมาก ดูท่าทีหนึ่งคงงอนอีกนานถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง เรื่องไร้สาระทำไมต้องเอามาเป็นเรื่องให้ทะเลาะกันด้วย “ขอโทษ... ก็มันไม่มีอ่ะ หนึ่งจะให้วีทำยังไง” เธอพูดผ่านแผ่นหลังของเขา

                     “วีไม่อยากมีลูกกับหนึ่งเหรอ” เขาหันหน้ามาคุยกับเธอ ก่อนจะพลิกตัวมาประจันหน้ากัน “วียังโกรธเค้าอยู่ใช่มั้ย หนึ่งขอโทษ ” หนึ่งมองหน้าเธอใบหน้าเศร้าแววตาเศร้าลงทันที

                      “ไม่เลย! วีไม่โกรธหนึ่งแล้ว และไม่ใช่แบบที่หนึ่งคิดด้วย” เธอตอบทันที สายตาจ้องหน้าหนึ่งใบหน้าของเธอกับเขาอยู่ห่างกันไม่กี่คืบ “วียังไม่อยากมีลูกอ่ะ หนึ่งจะงอนวีทำไมเนี่ย มันใช่เรื่องที่ต้องมางอนมั้ย”

                       “รักเมียคนเดียวเนี่ย ทำไมไม่เชื่อใจกันเลยว๊า” เขามองหน้าเธอหอมหน้าผากไปหนึ่งทีและลุกขึ้นนั่ง “จะให้รอนานแค่ไหน”

                      “จนกว่าจะมั่นใจในตัวหนึ่ง รอบไปบุรีรัมย์ก็ยังทำตัวไม่น่าเชื่อถือ ไม่รวมไปที่อื่นที่ไม่เห็นนะ จะให้วีมั่นใจหนึ่งได้ยังไง เจ็บแล้วจำอยู่นะ ! “

                      “เอ้า ! ขอโทษ ! อย่างนี้มันต้องไถ่โทษซะแล้ว”

                       “หนึ่งอย่า !” แล้วไฟรักของพวกเธอสองคนก็ปะทุขึ้นอย่างร้อนแรง ราวกับว่ามันต้องการที่จะมอดไหม้ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในห้องนี้

                      .………………………………

                       การใช้ชีวิตประจำวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนเอง ไม่มีอะไรพิเศษไปกว่าแสงระวีกลับมาแล้วเจอหนึ่งอยู่ในห้อง และไม่มีอะไรเศร้าไปกว่ากลับมาแล้วหนึ่งไม่อยู่

                     คนเราไม่สามารถล่วงรู้อนาคตข้างหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น หนึ่งกับเธอต่างก้มหน้าก้มตาทำงาน ถึงจะมีบางครั้งทำให้ไม่สบายใจ ก็ไม่เคยเกินเลยจนเกิดเรื่องทะเลาะกัน สุดท้ายเรื่องที่คิดว่ามันไม่น่าเกิดมันก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เรื่องที่คิดว่ามันจบไปแล้วมันย้อนกลับมาอีก

                       ผู้หญิงคนนั้นกลับมาอีกครั้งหลังหายไปเป็นปี ๆ บางครั้งเธอแอบมองโลกในแง่ร้าย แอบคิดว่าหนึ่งปลอมเอกสารการพิสูจน์ดีเอ็นเอมาให้เธอดูหรือเปล่า หนึ่งจะทำแบบนั้นไปทำไม ถ้าปลอมถ้าเป็นพ่อลูกกันจริง ๆ ผู้หญิงคนนั้นคงตามมาทวงสิทธิ์คืนไปนานแล้วล่ะ ไม่พึ่งปรากฎตัวเอาตอนนี้หรอก  

                     ผู้หญิงคนนั้นปรากฏตัวกับหนึ่งอีกครั้ง มีผู้หญิงมากมายเป็นเพื่อนกับหนึ่ง แม้กระทั่งคนก่อนหน้าที่หนึ่งเคยคุยช่วงเรียนนายสิบ เธอยังไม่คิดมากเท่าผู้หญิงคนนี้เลย หนึ่งกับผู้หญิงคนนั้นเป็นเพื่อนในโลกออนไลน์กันตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอจำได้ว่าเธอสั่งให้หนึ่งตัดขาดกับผู้หญิงคนนี้ไปตั้งนานแล้ว ทำไมวันนี้ยังเป็นเพื่อนกันอยู่

                    แสงระวีแอบเข้าไปค้นข้อมูลของผู้หญิงคนนั้นเรื่อย ๆ ผู้หญิงคนนั้นเปิดสาธารณะเอาไว้เหมือนตั้งใจอยากให้ใครเข้ามาดู พร้อมสังเกตพฤติกรรมของหนึ่งควบคู่กันไปด้วย

                    สัญญากับตัวเองว่า ถ้าเธอจะเสียใจรอบที่สองก็คงต้องวัดกันก่อน ก่อนที่เธอจะปล่อยเขาไป อยากถามว่าหัวใจทำด้วยอะไร นี่คือสิ่งที่เธอคิดเอาไว้ล่วงหน้า ทั้งที่เหตุยังไม่เกิด

                    ความจริงแสงระวีไม่เคยรู้ข้อมูลของผู้หญิงคนนี้เลย ไม่เคยคิดจะตามหา ไม่เคยถามถึง ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป แค่หนึ่งอย่ากลับไปทำอย่างนั้นอีกก็พอ ตอนเกิดเรื่องแสงระวีพาตัวเองหายไปจากชีวิตของหนึ่ง กลับมาคบกันอีกก็ไม่เคยถามอะไรให้รู้สึกผิดหรือเสียใจ แสงระวีรู้เท่าที่หนึ่งอยากให้เห็นและรับรู้

                      สุดท้ายวันที่กลัวที่สุดก็มาถึง ไม่รู้ว่าโชคเข้าข้างเธอหรือลงโทษกันแน่ ในวันที่ผู้หญิงคนนั้นส่งข้อความมาหาหนึ่ง โทรศัพท์ของหนึ่งอยู่ในมือของเธอพอดี อย่างกับว่าผู้หญิงคนนั้นล่วงรู้

                    แสงระวีกดอ่านอย่างรวดเร็ว หน้าแดงรู้สึกร้อนที่ใบหน้า ใจสั่นตัวสั่นไปหมด

                    “ลืมกันแล้วหรือยัง ยังจำหน้ากันได้อยู่มั้ยเนี่ย ส่วนเราจำได้เสมอนะ” ข้อความที่ผู้หญิงคนนั้นส่งมา เธอกดอ่านแต่ไม่ตอบกลับ

                      “สบายดีมั้ย ขอโทษที่ทำให้ชีวิตวุ่นวาย นะเพื่อน” พอผู้หญิงเธอคนนั้นส่งข้อความมา เธอก็รีบกดอ่าน และ ค้นดูข้อมูลส่วนตัวของผู้หญิงคนนั้น เจอรูปที่ถ่ายตนเองลงเอาไว้ เจอรูปเด็ก เธอแอบพินิจพิจารณา ไม่เหมือน ! หน้าไม่เหมือนหนึ่ง

                        เพื่อนเหรอ ! เธอกดอ่านไปใจก็ยังสั่น หัวใจเต้นเร็วหายใจไม่ทั่วท้อง ไม่อยากจะคิดอะไรทั้งนั้นตอนนี้ เปิดอ่านข้อความเรื่อย ๆ ที่เธอคนนั้นส่งมา “ขอโทษที่ทำให้โกรธ ไม่พอใจ กับแฟนสบายดีมั้ย รู้ว่ากลับไปคืนดีกับแฟนได้ก็ดีใจด้วยนะ !”

                     โกรธจนหน้าแดง ไม่รู้ว่าโกรธใครกันแน่ระหว่างหนึ่งกับผู้หญิงคนนี้ อีกความรู้สึกเธอไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนหน้าด้านเท่าผู้หญิงคนนี้มาก่อน ถ้าเป็นตัวเธอเกิดเรื่องขึ้นแบบนี้ไม่ยอมกลับมาสู้หน้าเด็ดขาด

                     แสงระวีจำได้ว่าหนึ่งบล็อกคนนี้ไปนานแล้ว วันนี้ทำไมถึงเป็นเพื่อนกันได้ แสงระวีค้นข้อความเก่าไม่มี ข้อความนี้เป็นข้อความแรก หรืออาจจะไม่ใช่หนึ่งอาจจะลบไปแล้ว และ ที่สำคัญนี่มันไลน์ มันต้องมีเบอร์ มีไอดีมันถึงจะเป็นเพื่อนกันได้ ไม่ใช่เฟสบุ๊กที่ค้นหาชื่อก็เจอ

                      เธอคนนั้นคงเห็นว่าหนึ่งอ่านแต่ไม่ยอมตอบ จึงหยุดพิมพ์ข้อความส่งมา จบด้วยสติกเกอร์ร้องไห้ แสงระวีรอข้อความต่อไปอยู่นาน พอมั่นใจว่าเธอคนนั้นไม่ส่งมาแล้วจึงตัดสินใจถามหนึ่ง วันนี้ต้องคุยให้รู้เรื่อง

                       “นี่อะไร” เธอลุกจากโซฟายื่นหน้าจอโทรศัพท์ให้หนึ่งดู โดยลืมระงับสติอารมณ์เหมือนทุกครั้งที่เจอเธอคนนี้ในโซเชียลของหนึ่ง วันนี้ถึงกับทักมาเธอจะไม่ทนมันอีกแล้ว

                     หนึ่งกำลังเล่นเกมอย่างเอาเป็นเอาตายในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ไม่สนใจหันมาดูที่เธอยื่นให้สักนิด “กูถามว่านี่คืออะไร !” หนึ่งหันมาอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เพราะตกใจ แต่หันมาเพราะคำพูดของเธอที่พูดเมื่อสักครู่

                        “อะไรล่ะ ! กำลังจะยิงแล้วอ่ะ โห่วี !” หนึ่งหงุดหงิดที่เธอกวนได้เวลาพอดิบพอดี ในขณะที่ตนเองกำลังเล่นเกมกับเพื่อนอย่างเอาเป็นเอาตาย “อะไรตัวเอง เก้ามืงไปก่อนกูเลย กูขอเคลียร์ก่อนเป็นอะไรนักหนา แล้ววีเป็นอะไรถึงกับต้องขึ้นกูขึ้นมืงอ่ะ”

                       “นี่อะไร คืออะไร” เธอโยนโทรศัพท์ให้ หนึ่งรับไม่ทันทำให้โทรศัพท์ร่วงลงพื้นเสียงดัง หนึ่งไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะยังไม่เห็นข้อความ โทรศัพท์มันร่วงลงพื้นเสียก่อนที่จะหยิบทัน

                    “อะไรของตัวเองอ่ะ” หนึ่งขมวดคิ้วเข้าหากันไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอทำ หนึ่งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอโทรศัพท์แตกเป็นรอยร้าว “วีแตกเลยเห็นมั้ย ! หนึ่งพึ่งเปลี่ยนมาอ่ะ แล้วเป็นไร ! ขึ้นกูขึ้นมืงนี่เป็นอะไร หนึ่งทำอะไรผิด” หนึ่งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าแชทมันหายไปเพราะอาจจะโดนมือเธอกดออกโดยไม่ทันตั้งตัว

                      ตั้งแต่หนึ่งทำผิดในครั้งก่อน หนึ่งยอมรับผิดเสมอมา ไม่เถียง ไม่โวยวาย ยอมรับผิดทั้งที่ไม่ผิด ใจเย็นมากขึ้น ผิดกับเมื่อก่อนมาก

                       “ดูดิใครแชทมา” พูดพร้อมจ้องหน้าหนึ่ง วันนี้ต้องเอาเรื่องให้ได้ เธอพร้อมปะทะอารมณ์กับหนึ่งเต็มที่ มันบอกความรู้สึกตอนนี้ไม่ถูก ทั้งโมโห ทั้งโกรธ ทั้งน้อยใจ และ ทั้งกลัว “คืออะไร ! ไหนบอกตัดขาดกันแล้วไง ไม่ติดต่อกันแล้วบล็อกกันไปแล้ว และนี่คืออะไรหนึ่ง”

                       หนึ่งกดเข้าไปอ่านข้อความเลื่อนหน้าจออ่านทุกข้อความ พร้อมหันหน้ามามองเธอ ไม่พูดอะไร หนึ่งมองหน้าเธอด้วยความรู้สึกผิด หน้าเจื่อน ๆ คงไม่คิดว่าเธอจะจับได้ หรือ คงไม่คิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะทักแชทมาวันนี้

                      ตอนนี้แสงระวีเดาความคิดของหนึ่งไปมั่ว ๆ คิดในแง่ลบด้วยความโกรธของตนเอง ที่มันกำลังปะทุเดือดในใจ หนึ่งลุกขึ้นสวมกอด ดันให้ถอยหลังไปนั่งลงโซฟา นั่งคุกเข่าลงกับพื้นกอดเธอไม่ยอมปล่อย “มันไม่ได้เป็นอย่างที่วีเข้าใจนะ”

                      “มันเป็นยังไงล่ะ ต้องให้มีลูกด้วยกันจริง ๆ อีกรอบเหรอ ถึงจะเป็นอย่างที่วีเข้าใจอ่ะหนึ่ง” แสงระวีพูดเรียบ ๆ  ภาพเหตุการณ์ครั้งก่อนมันกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง มันกำลังจะเกิดขึ้นในรอบที่สองอย่างนั้นหรือ และ เป็นคน ๆ เดิมอย่างนั้นหรือ แสงระวียังไม่โวยวายตอนนี้ และ คงไม่ยอมปล่อยไปง่าย ๆ แน่นอนในรอบนี้ “ทำไมเป็นเพื่อนในไลน์ล่ะ กลับมาคุยกันตั้งแต่เมื่อไหร่”

                     “ไม่ได้คุย ! สาบานเลยหนึ่งไม่ได้คุย วีจะพาหนึ่งไปสาบานที่ไหนก็ได้ ไม่เคยกลับไปคุยกันเลย” หนึ่งเงยหน้ามองเธอ มือยังกอดเธอไว้ หน้าเศร้า แววตาเศร้า

                      เธออยากจะเชื่อทุกอย่างที่หนึ่งพูด แต่มันก็มีบางอย่างที่ขัดแย้งกัน หนึ่งกลับมาเป็นเพื่อนในไลน์กับผู้หญิงคนนั้นได้อย่างไร หนึ่งก็รู้ว่าถ้าเธอรู้จะต้องไม่พอใจ อาจจะโกรธจนเลิกกันไปอีกก็ได้ หรือว่าหนึ่งกับผู้หญิงคนนั้นกลับมาคุยกันจริง ๆ

                     “วีเชื่อเค้านะเค้าสาบานเลย”

                      “ทำไมมีไลน์กันอีก นึกว่าบล็อกไปตั้งนานแล้วหนิ” แสงระวียังพยายามคุยดี ๆ ไม่โวยวาย ไม่ด่าสาดเสียเทเสีย พยายามระงับอารมณ์ให้นิ่งที่สุด พูดไม่มองหน้าเขา ใจลอยคิดไปเรื่อย ๆ ว่าอะไรจะเกิดขึ้นอีกหลังจากนี้

                       “ก็เค้าเพิ่มเพื่อนมา หนึ่งก็กดรับไป ไม่เคยคุยกันเลยจริง ๆ ไม่คิดอะไรด้วย ใครจะไปรู้ว่าเค้าจะทักมา ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้หนึ่งก็ไม่รับเพื่อนหรอก” หนึ่งพูดจริงหรือไม่จริงเธอสับสนไปหมด รู้แค่ว่าตอนนี้เธอโกรธและไม่พอใจมาก รู้ทั้งรู้ทำไมยังทำแบบนี้

                  “ไม่เชื่อหรอก แอบกลับมาคุยกันก็บอก เพื่อน ! หึ ! กลับมาทวงสิทธิ์ความเป็นพ่อเหรอ “ แสงระวีแกะมือหนึ่งออก ลุกขึ้นเดินมานั่งบนเตียงนอน หันหลังให้ หนึ่งมองตามและเดินตามเธอมาอีก นาทีนี้แสงระวีอยากออกไปจากห้องมากที่สุด สุดท้ายก็ไม่ทำ

                     “วี !”  หนึ่งตามเธอมานั่งลงข้าง ๆ กอดเธอไว้อีกครั้ง “หลักฐานก็มีทำไมชอบว่าเค้าเรื่องนี้ตลอด ถามแม่มั้ย ! ถามพี่นิวก็ได้ ก็ไปด้วยกันวันที่คลอดอ่ะ ครอบครัวหนึ่งไปหมดทุกคน หนึ่งจะโกหกเพื่ออะไร”
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่