แสงระวี….บทที่ 27 (รีไรท์)

กระทู้สนทนา

.

                    หลังจากหยุดยาวกลับบ้านไปร่วมแสดงความยินดีงานแต่งปุ้มกับเก้า พวกเธอสองคนเข้าสู่ชีวิตปกติ แสงระวีทำงาน หนึ่งทำงาน

                     ความห่างไกลเวลาที่หนึ่งต้องเดินทางออกต่างจังหวัด ไม่เคยทำให้ระแวง เพราะมันเกินความระแวงมาแล้ว ความรู้สึกมันเผื่อใจเองอัตโนมัติเธอไม่คิดอะไรเลย ห่วงแค่ความปลอดภัยของหนึ่งเท่านั้น กลับมาปลอดภัยทุกครั้งก็พอ

                     สำหรับหนึ่งเองก็ไม่มีท่าทีเจ้าชู้เหมือนครั้งก่อน ไม่ทำให้เธอระแวงหรือสงสัยในตนเองสักนิด ไม่ทำให้เธอคิดมาก ไม่เป็นเหมือนที่เคยผ่านมา กลับมาเป็นหนึ่งคนเดิม คนที่เคยน่ารักและเอาใจใส่เหมือนคราวคบกันตอนมัธยม

                    บางครั้งเธอแทบร้องไห้ มันไม่ใช่ความรู้สึกดีใจที่เขากลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่มันเป็นความรู้สึกที่สับสน ไม่เข้าใจมากกว่าว่า ก่อนหน้านั้นเขาทำแบบนั้นไปทำไม นอกใจเธอทำไม ทำร้ายความรู้สึกของเธอแล้วแต่กลับมาทำแบบนี้ทำไมอีก เหมือนตบหัวแล้วลูบหลัง แต่ก็ไม่อยากพูดให้ผิดใจกันอีก ก็ดีแล้วที่เขากลับมาเป็นหนึ่งคนเดิมได้

                     “วีพรุ่งนี้หนึ่งไปบุรีรัมย์นะ ล็อกห้องอะไรให้เรียบร้อยด้วย ซื้อข้าวเข้ามาเลยตอนเลิกงานอ่ะ” หนึ่งกำชับ

                    เธอกับหนึ่งกำลังนั่งทานข้าวเที่ยงด้วยกันภายในห้องพักเล็ก ๆ หนึ่งยอมย้ายออกจากแฟล็ต มาอยู่กับเธอ ไม่ได้ลำบากอะไรนัก ทั้งสองคนนั่งทานข้าว พร้อมดูทีวีไปด้วย

                     “อือ เดี๋ยวเก็บกระเป๋าให้” แม้ตอบรับคำ แต่ นัยน์ตาเศร้าของเธอจับจ้องไปที่หน้าจอทีวีซึ่งกำลังเสนอข่าวให้ดูอยู่ในตอนนี้ ไม่ยอมมองหน้าเขา ไม่อยากให้ไป ห่วง  เหงา เธอบอกความรู้สึกของตัวเองไม่ถูก ที่แน่ ๆ ความต้องการคืออยากอยู่ด้วยกันทุกวัน อยากนอนด้วยกันทุกคืนไม่ใช่แบบนี้

                       “เศร้าทำไมเนี่ย ไปสองสามวันเดี๋ยวก็กลับแล้ว หนึ่งไปทำงานนะตัวเอง”  หนึ่งมองหน้าเธอ และยกมือขึ้นมายีผมของเธอเบา ๆ “เป็นห่วงเหรอ”

                     “อือ ทำไมต้องมาทำอันนี้ด้วย ทำไมไม่อยู่อำนวยการ ทำอันนี้เดินทางก็บ่อย เสี่ยง..” เธอหยุดไว้ที่ประโยคนี้ไม่พูดต่อ หนึ่งมองหน้าเธอเหมือนสงสัยและรอให้พูดต่อ แต่ก็ไม่ได้อะไร ถึงเธอจะเข้าใจทุกอย่าง ลึก ๆ มันก็ยังต้องการอยู่ดี มันก็ยังต้องการเวลามากกว่านี้ภายใต้ความเข้าใจ

                     “เสี่ยงอะไร เค้ามีของนะไปเรียนมา” แล้วหนึ่งก็หัวเราะให้กับคำพูดตัวเอง เพราะพูดติดตลกไม่ได้มีของขลังอะไรจริง ๆ ใส่แค่พระภูปอที่ไปเที่ยวด้วยกันปีนั้น บูชามาหนึ่งองค์ “นี่ไงของขลัง” หนึ่งโชว์พระนอนภูปอองค์เล็กอัดกรอบที่แขวนคอไว้ตลอดเวลากับสร้อยทอง

                     “เสี่ยงมีเมียน้อย” ประชดเล็กน้อย ประชดดักทางเอาไว้ก่อน เพราะหากกลับไปทำแบบนั้นอีก โอกาสรอบที่สองคงไม่มีให้อีกแล้ว

                     “แหนะ ! ยังไม่จบอีก นานแล้วนะวีนานแล้วนา “พูดพร้อมปรายตามองเธอ “รู้ว่ามันคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่วีจะกลับมาเชื่อใจหนึ่งอีก แต่วีจะไม่ให้โอกาสหนึ่งได้แก้ตัวเลยเหรอ วีลองให้โอกาสหนึ่งได้แสดงความจริงใจอีกครั้งสิ ” หนึ่งทำหน้าเศร้าลงทันทีอย่างเห็นได้ชัด เงียบและก้มหน้าก้มตาทานข้าวต่อไม่สนใจเธอ “นี่ไงเมียน้อยตัวน้อย ๆ เล็ก ๆ เมียใหญ่ก็ตัวใหญ่ ๆ อ่ะ” จากหน้าบึ้งก็คลี่ยิ้มออกมาเพราะแซวเธอ

                     งอนเองต้องหายเอง รู้ว่าหากเขางอนเรื่องนี้กับเธอ เธอจะไม่ง้อ

                     “ลูกบวชก็ไม่ลืม ล้อเล่น !” แสงระวียิ้มตาหยีให้หนึ่ง ไม่อยากให้ไม่สบายใจคิดมาก พรุ่งนี้ก็ต้องเดินทางแล้ว “ก็ถ้าไม่ให้โอกาสแล้วจะมาอยู่อย่างนี้เหรอ “ ค่อนขอดให้ “วีน่ะไม่ได้โง่นะหนึ่ง ที่ผ่านมาวีก็ไม่ได้โง่ เพียงแค่มันยังไม่ถึงที่สุด เพียงเพราะวียังรัก วีให้โอกาสคนที่วีรักได้เสมอแหละ ทุกคนย่อมทำผิดกันได้ แต่ ทุกอย่างมันก็มีขีดจำกัด โอกาสก็เช่นกัน ก็แล้วแต่หนึ่งจะเห็นคุณค่าของโอกาสที่วีให้หรือเปล่า เพราะถ้าพลาดอีกวีก็คงไม่เหลือให้หนึ่งอีกแล้ว”

                   “ขอโทษ…. “ เขาพูดพร้อมมองหน้าเธอ

                  เธอเผยยิ้มให้เขาด้วยความรักเต็มเปี่ยม “เก็บคำขอโทษของหนึ่งเอาไว้ใช้กับนายเถอะ หนึ่งขอโทษวีกี่ร้อยพันครั้งมันก็ไม่มีความหมายกับวีหรอก มันจะมีความหมายก็ต่อเมื่อ หนึ่งไม่กลับไปทำในสิ่งที่หนึ่งเคยขอโทษกับวีเอาไว้อ่ะ” จ้องไปที่ใบหน้าเกลี้ยงเกลานั้นไม่ละสายตา

                    “ครับ… เค้าสัญญานะว่าจะไม่! จะไม่ทำให้วีจับได้อีก ฮา “ หนึ่งพูดจบหัวเราะลั่นห้อง

                   “หนึ่ง ! มืงอยากตายใช่มั้ย” พูดปนยิ้มแต่โยนค้อนวงใหญ่ให้เขาไป

                   “ล้อเล่น ๆ “ แกล้งเอื้อมมือมายีผมเธอเล่น “เค้าขอโทษนะตัวเอง คำขอโทษของเค้ามันอาจจะดูไร้ค่าในสายตาวีและทุกคน แต่เค้าก็อยากจะพูด อยากจะขอโทษวีกับความผิดของเค้า วีจะไม่ลืมในสิ่งที่เค้าเคยทำผิดก็ได้ เค้าไม่ว่า แค่วีให้โอกาสเค้าได้แก่ตัวก็พอแล้วครับ” เธอยิ้มพยักหน้าให้กับเขา น้ำตาก็จะไหล มันจุก มันดีใจ มันสับสนไปหมด

                     หลังทานข้าวเสร็จ เธอจัดการเก็บกระเป๋าให้หนึ่งเรียบร้อย เตรียมความพร้อมให้ทุกอย่าง ถอนหายใจเบา ๆ เมื่อมองกระเป๋าสะพายหลังใบสีดำของหนึ่ง เธอต้องนอนคนเดียวอีกแล้ว โชคดีที่มีโซเชียลให้คอยติดตามได้ตลอดเวลา ได้เห็นหนึ่งตลอด มันไม่เคยชินเลยสักครั้ง ทั้งที่เธอควรจะชินแต่มันกลับไม่เคยชินแม้แต่น้อย มันยังเหงา ยังคิดถึงเสมอเวลาอยู่ห่างกัน

                     ทำไมช่วงเวลาที่มีค่ามันช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน ยังไม่ทันทำอะไรก็มืดค่ำเสียแล้ว แสงระวีไม่เคยชิน รู้สึกใจหายเมื่อต้องห่างกับหนึ่ง เมื่อต้องนอนคนเดียว กี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ไม่เคยชิน

                     “หนึ่งไปทำงาน ดูแลตัวเองด้วยล็อกห้องดี ๆ ใครมาเรียกเปิดม่านดูก่อนค่อยเปิดเข้าใจมั้ย” หนึ่งกำชับเธอ พูดระหว่างแต่งตัวหน้าตู้กระจกเช้านี้ต้องเดินทางแล้ว “ถ้าเป็นผู้ชาย หรือคนที่ไม่รู้จักเรียกเคาะห้องไม่ต้องเปิด ไม่ต้องตอบกลับ โทรหาพี่ปอ หรือ เพื่อนวีเลยเข้าใจมั้ย”

                   “หนึ่งนั่นแหละดูแลตัวเองดี ๆ ” แสงระวีนั่งที่ปลายเตียงมองเขาแต่งตัว ข้าง ๆ มีกระเป๋าเสื้อผ้าของเขาด้วย ทำไมต้องเศร้า ทำไมต้องรู้สึกเศร้า เขาต้องเดินทางตลอดอยู่แล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรก เผลอแสดงความเศร้าออกมาให้เห็นจนได้

                  “วีหนึ่งไปทำงานนา” หนึ่งพูดเบา ๆ เดินมาใกล้ ๆ เธอยืนขึ้น หนึ่งสวมกอดที่เอวของเธอ “หนึ่งไปทำงานสามวัน วันที่สามก็กลับแล้วไม่ลืมของฝากเหมือนเดิมสัญญา “

                     แสงระวีกอดเขาไว้แน่นเหมือนกัน ทำไมต้องร้องไห้ทั้งที่ไม่อยากร้อง น้ำตามันมาจากไหนทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจ “คิดถึงเป็นห่วงรู้มั้ย”

                     “เค้าไปทำงานนะตัวเอง อย่าร้องดิ” หนึ่งกอดเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย จูบศีรษะของเธอเบา ๆ กอดหนึ่งไม่ยอมปล่อยเหมือนกัน “ทำไมไม่เชื่อใจเค้าเหรอ หนึ่งไม่ทำตัวเถลไถลแบบนั้นอีกแล้ว หนึ่งสัญญาแล้วไง” หนึ่งคลายวงแขนออก จับตัวเธอผละออกห่างนิดหน่อย เช็ดน้ำตาให้เธอที่มันเปื้อนแก้ม “หนึ่งรักวีนะ หนึ่งขอโทษสำหรับที่ผ่านมา เห็นมั้ยขอโทษอีกแล้ว วีไม่เชื่อใจหนึ่งก็จะขอโทษเรื่อย ๆ ”

                     “ไม่ใช่แบบนั้น เค้าเป็นห่วง !” แสงระวีสวมกอดหนึ่งแล้วร้องไห้อีกครั้ง “ตอนเรียนก็รอแล้ว ตอนทำงานทำไมต้องห่างกันอีกด้วยอ่ะ อยู่ด้วยกันกินข้าวด้วยกันทุกวันไม่ได้เหรอ” ร้องไห้ออกมาจนได้ด้วยความน้อยใจ ด้วยความเป็นห่วงปะปนกันไปหมด

                     “เค้าทำงานนะวี” หนึ่งกอดเธอไว้แน่นอีกครั้ง ต่างคนต่างเงียบ ไม่พูดอะไร ยืนกอดกันอยู่นานสองนาน สักพักมีข้อความไลน์ตามตัวหนึ่ง ให้ออกมาได้แล้ว

                     แสงระวีเดินไปส่งหนึ่งที่รถ มองหนึ่งขับรถออกไปจนสุดสายตา ก่อนจะกลับขึ้นห้อง และกลับมาเหงาอีกครั้ง เป็นแบบนี้อยู่ประจำ ครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่เคยชิน นอนร้องไห้คนเดียวด้วยความคิดถึงจนกว่าจะรู้สึกดีและหยุดร้องไปเอง

                    ระหว่างที่ไปทำงานหนึ่งกับเธอวิดีโอคอลคุยกันตลอด คุยกันก่อนนอน ทำงานเสร็จก็กลับ ลักษณะการใช้ชีวิตของเธอสองคนเป็นแบบนี้เรื่อยมา

                     บางครั้งก็มีปัญหาเล็กน้อย ด้วยนิสัยรักสนุกของเขา “หนึ่งถ้าจะทำขนาดนี้ไม่นั่งตักกันเลยอ่ะ” เธอดูไลฟ์สดเพื่อนร่วมงานหนึ่ง เป็นรุ่นพี่ของหนึ่งที่ไปทำงานด้วยกัน ที่ร้านอาหารต่างจังหวัด มีสาวเชียร์เบียร์มาเสิร์ฟด้วย ยืนติดกับหนึ่งที่นั่งอยู่เก้าอี้ โอบไหล่เทเบียร์ปรนนิบัติให้

                     ก็เข้าใจว่าเป็นลูกค้าแต่ไม่จำเป็นต้องขนาดนี้ก็ได้ เธอแสดงความคิดเห็นในไลฟ์สดนั่น ไม่นานไม่ถึงสามนาทีหนึ่งก็โทรกลับมาหาเธอทันที น่าจะออกมาคุยในรถเพราะเสียงเพลงเบามาก

                     “ก็เขามาเติมเบียร์ให้ พี่ต้นบอกให้เขามาเติมให้อ่ะ” หนึ่งพูดด้วยท่าทางอารมณ์ดี หรือเมาแล้วเธอก็ไม่แน่ใจ ปฏิเสธเมื่อรู้ว่าเธอไม่พอใจอยู่ “หัวหน้าเลี้ยงน่าวี พี่ต้นเลี้ยงไง หึงเค้าเหรอ” เขาพูดและหัวเราะ ยังจะมาขำอีก เธอไม่ตลกด้วย

                     “เลี้ยงน่ะเลี้ยงเด็กอ่ะดิ มีกันอยู่ก็ช่วยเกรงใจกันบ้างก็ดีนะ ! “ ถึงเธอจะรู้สึกไม่ชอบใจกับการกระทำของหนึ่งเวลานี้ แต่อีกความรู้สึกมันก็เฉย ๆ อาจจะเป็นเพราะมีผู้ใหญ่ มีหัวหน้าของหนึ่งร่วมอยู่ด้วย หนึ่งคงจะเกรงใจคนพวกนั้น ขอให้แค่เป็นเรื่องของความเกรงใจผู้ใหญ่เถอะ อย่าให้เป็นเพราะนิสัยพาไปเลย  

                     “คร้าบ ! เค้ารักเมียเค้าคนเดียวนะ อย่าโหดหลาย” หนึ่งยิ้มให้เธอผ่านหน้าจอโทรศัพท์

                     “เหรอ ! อย่าให้เลยเถิดนะ อย่าให้ประวัติศาสตร์มันซ้ำรอย รอบนี้กราบตีนร้องไห้ให้ตายยังไงก็ไม่ให้อภัยแล้วนะ ไม่มีโอกาสให้ใครอีกแล้ว” แสงระวีอดขู่อดประชดไม่ได้เลย แม้จะไม่คิดอะไรใจมันก็ยังกลัว อยู่ห่างกัน ไกลกันแบบนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้เพราะเคยเกิดขึ้นมาแล้ว “รู้ว่าไม่ชอบก็ยังทำแบบนี้ ทำไมต้องทำตัวแบบนี้ด้วยหนึ่ง รู้ทั้งรู้ว่าวีไม่ชอบ”

                     “เอ้าตัวเองเค้าไม่ทำแบบนั้นหรอก วีเชื่อใจเค้ามั้ยที่ผ่านมา ไม่เคยเชื่อใจกันเลยใช่มั้ย เค้ารักวีคนเดียว ให้โอกาสกันแล้วก็เชื่อใจกันหน่อยดิ”  หนึ่งกลับเป็นฝ่ายน้อยใจแทน เหมือนจะร้องไห้คงเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ด้วย “ก็พี่ต้นหัวหน้าหนึ่งเค้าเลี้ยงไง จะให้หนึ่งปฏิเสธเหรอ”

                     “ก็ไม่ได้ให้ปฏิเสธ แต่ไม่ชอบให้ไปตัวติดพนักงานเสิร์ฟแบบนั้นอ่ะ เมื่อกี้ไม่นั่งตักกันเลยอ่ะ”

                     “ขอโทษ ! หนึ่งขอโทษนะวี”

                     “หนึ่ง ! ไอ้หนึ่งโว้ยทำไรวะ คุยโทรศัพท์ยังไม่เสร็จเหรอ จะพากลับแล้วครับอีกสองสามชั่วโมง ! “ เสียงตะโกนแทรกเข้ามาในโทรศัพท์ของเธอ เหมือนตั้งใจให้เธอได้ยินนั่นแหละ

                     “ครับพี่ ! แป๊บ ๆ ครับ “ หนึ่งตะโกนตอบไป “พี่ต้นเรียกแล้วหายโกรธเค้ามั้ย”

                     “เค้าเรียกแล้วก็ไปดิ”

                     “ไม่ ! หายโกรธเค้ามั้ย หายโกรธก่อน”

                     “อือ ! ไม่โกรธแล้ว แต่มืงห้ามแบตหมด ! มืงต้องไลฟ์สดให้กูดูด้วยจนกว่าจะกลับ ตามนั้นถ้าไม่ทำก็คอยดูกลับมา อย่าหาว่าไม่เตือน ถ้าไม่ทำก็ไม่ต้องมาคุยกัน” คิดว่าเธอจะยอมง่าย ๆ เหรอให้มันรู้ไป

                     “เฮ้ย ! อะไร ก็ได้เดี๋ยวเค้าเข้าไปก่อนนะ เดียวถ่ายทอดสดให้ดู” เธอวางสายหนึ่งไปและนั่งดูถ่ายทอดสดเฟซบุ๊กหนึ่งไปด้วย

                     ทุก ๆ ครั้งจะเป็นแบบนี้ตลอด ปล่อยไม่ได้ ถึงจะเชื่อถือได้ไม่เต็มร้อยก็ดีกว่าไม่สบายใจ และคิดไปเอง

                    ..…………………………………..
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่