เราต่างก็รู้กันดีว่ามนุษย์นั้นแตกต่างจากสิ่งอื่นอย่างไร
ผมจะมาทำให้ส่วนที่ว่าเด่นชัดขึ้นมาอีกที
ในมุมมองของผม
ใช่เรามีความคิดต่างจากเดียรัจฉานที่ใช้ความต้องการของตัวเองเป็นตัวควบคุมพฤติกรรม เราใช้สมองในการไตร่ตรองว่าสิ่งใดควรหรือไม่ควร ตามแต่ละบุคคลจะบันญัติมัน หรือบางทีอาจจะเป็กฎเกณฑ์ของสังคมที่ตีกรอบเราไว้ ทั้งนี้ทั้งนั้นที่กล่าวมาล้วนแล้วแต่เพื่อทำให้มนุษย์อยู่รวมกันได้ แต่ถึงเราจะใช่สมองในการตั้งกฎกติกาขึ้นมา แต่เราก็ไม่ได้มีแค่สมองเหมือนโรบอท เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ อะไรเทื่อกนั้นเสียทีเดียว เรามีจิตวิญญาณ เรามีความรู้สึกนึกคิด ที่ถูกพัฒนามาเรื่อยๆตามแต่อายุ ประสบการณ์ มันทำให้เราต่างจากสิ่งที่ผมได้กล่าวไปแล้วข้างต้น ไม่เพียงแค่นั้นเราทุกคนบนโลกใบนี้ไม่มีใครเหมือนใคร "ต่างพ่อต่างแม่" เชื่อว่าทุกคนที่ผ่านมาอ่านจะเคยได้ยินประโยคนี้ผ่านหูผ่านตาอยู่บ้าง กระผมเชื่ออย่างสุดซึ้ง
ถึงเราจะมีมันสมองคิดคำนวนและมีอารมความรู้สึก ทุกคนคงจะบอกใช่ไหมครับว่ามันเป็นสิ่งที่ดี มนุษย์ดีเลิศทุกสิ่ง แต่อย่าลืมว่าเราไม่เหมือนกัน เราไม่เคยเท่ากันเลย...
นี้ล่ะครับมันคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้มนุษย์ทุกข์ทรมาณ
คิดดูสิครับ ในระบบนิเวศหนึ่งๆ มีสิ่งโตเป็นสัตว์ที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหารและมีกระต่ายน้อยซึ่งเป็นสัตว์กินพืช จิตใจของกระต่ายและสิงโตจะเป็นอย่างไร
ใช่สิ่งโตอาจจะกินกระต่ายเป็นอาหารเป็นเรื่องปกติตามธรรมชาติ แล้วกระต่ายล่ะ มันก็คงต้องหากินตามประสา แล้วต้องคอยระเเวงสัตว์กินเนื้ออย่างสิงโตไปด้วย คุณคิดว่าสภาพจิตใครดีกว่ากัน แน่นอนว่าพวกเราก็รู้ๆกันอยู่
มันเป็นสัจชีวิต
มนุษย์มีจริตที่ยากแท้จะเข้าใจ ปากหวานก้นเปรี้ยว มองผิวเผินอาจะไม่รู้ได้ในทั้นทีว่าคนที่พึ่งเจอกันนั้นเป็นคนแบบใหน อ่า...นี้ล่ะคือส่วนที่สวยงามที่สุดสำหรับการเป็นมนุษย์ ผมเคารพทุกตัวตนของคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ไม่ตัดสินในทันทีที่เขาทำดีด้วยหรือพูดคำยาบใส่ทั้งๆที่พึ่งเจอหน้ากันไม่กี่นาที (แต่ผมว่ามารยาทนิดหนึ่งก็ดีครับ) ผมได้กล่าวคร่าวๆไปแล้วว่าเราโตมาต่างกัน กว่าจะอายุเท่านี้ได้ผ่านพบอะไรมาบาง สิ่งนี้ล่ะจะเป็นตัวเกลาความคิดและการกระทำของเรา โดยพื้นฐานแล้วมนุษย์อย่างเราๆนั้นเติบโตมาด้วยได้เพราะการเลี้ยงดูของพ่อแม่ ฉนั้นพ่อแม่คืออิทธิพลใหญ่ๆเลยที่ส่งผลต่อตัวเรา ต่อมาก็คงเป็นสังคม สถานการณ์ปัญหาต่างๆที่พบเจอในชีวิต บางคนรับมื้อกับสิ่งต่างๆที่เข้ามากระทบได้ดี บางคนรับมือไม่ได้และเอาแต่จมปักกับปัญหา กลายเป็นป่มด้อยในใจ อาจจะส่งผลมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับตัวบุคคลนั้นอีกอยู่ดี
นิยามของสิ่งต่างๆรอบตัวไม่เหมือนกัน การรับรู้ถึงควารู้สึกแตกต่างกัน บางคนรู้สึกแย่จนร้องไห้ออกมาแต่อีกคนอาจจะนิ่งเงียบไม่พูด ไม่บ่น ไม่แสดงอาการ ทั้งๆที่ความรู้สึกอาจจะอยู่ในระดับเดียวกัน บางก็ตัดสินว่าการผิดเพศนั้นไม่สมควรจะเป็น แต่บางคนอาจจะยอมรับและเข้าใจได้ ไม่ได้สนใจใส่ใจด้วยซ้ำ ความลึกตื้นของจิตใจเรานั้นยากที่จะตัดสิน มันดูลึกลับจนหน้าฉงนใจ
จากทั้งหมดที่พยายามเขียนมาทั้งหมด
แค่อยากจะให้เรารับรู้ และระลึกไว้เสมอว่า
.
.
.
.
.
มนุษย์นั้นสวยงาม
ถึงเราจะเป็นคนห่วยคนนึ่งแต่มันก็คือตัวเรา รับรู้ไว้และพัฒนาตัวเอง ให้ดีกว่า...
เรามีด้านที่ดีและไม่ดี เเต่มันก็คือตัวเรา...
มีสิ่งที่ไม่อยากบอกใคร และสิ่งที่อยากให้ทุกคนมองเห็น
เราทุกคนมีเรื่องราวและสิ่งที่ต้องการเป็นของต้วเอง...
เคารพตัวเองและผู้อื่น...
ปรับตัวให้อยู่ให้ระบบนิเวศเเห่งนี้ อย่างมีความสุขเถอะ...
ความสวยงามของการเป็นมนุษย์
ผมจะมาทำให้ส่วนที่ว่าเด่นชัดขึ้นมาอีกที
ในมุมมองของผม
นี้ล่ะครับมันคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้มนุษย์ทุกข์ทรมาณ
คิดดูสิครับ ในระบบนิเวศหนึ่งๆ มีสิ่งโตเป็นสัตว์ที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหารและมีกระต่ายน้อยซึ่งเป็นสัตว์กินพืช จิตใจของกระต่ายและสิงโตจะเป็นอย่างไร
ใช่สิ่งโตอาจจะกินกระต่ายเป็นอาหารเป็นเรื่องปกติตามธรรมชาติ แล้วกระต่ายล่ะ มันก็คงต้องหากินตามประสา แล้วต้องคอยระเเวงสัตว์กินเนื้ออย่างสิงโตไปด้วย คุณคิดว่าสภาพจิตใครดีกว่ากัน แน่นอนว่าพวกเราก็รู้ๆกันอยู่
มันเป็นสัจชีวิต
มนุษย์มีจริตที่ยากแท้จะเข้าใจ ปากหวานก้นเปรี้ยว มองผิวเผินอาจะไม่รู้ได้ในทั้นทีว่าคนที่พึ่งเจอกันนั้นเป็นคนแบบใหน อ่า...นี้ล่ะคือส่วนที่สวยงามที่สุดสำหรับการเป็นมนุษย์ ผมเคารพทุกตัวตนของคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ไม่ตัดสินในทันทีที่เขาทำดีด้วยหรือพูดคำยาบใส่ทั้งๆที่พึ่งเจอหน้ากันไม่กี่นาที (แต่ผมว่ามารยาทนิดหนึ่งก็ดีครับ) ผมได้กล่าวคร่าวๆไปแล้วว่าเราโตมาต่างกัน กว่าจะอายุเท่านี้ได้ผ่านพบอะไรมาบาง สิ่งนี้ล่ะจะเป็นตัวเกลาความคิดและการกระทำของเรา โดยพื้นฐานแล้วมนุษย์อย่างเราๆนั้นเติบโตมาด้วยได้เพราะการเลี้ยงดูของพ่อแม่ ฉนั้นพ่อแม่คืออิทธิพลใหญ่ๆเลยที่ส่งผลต่อตัวเรา ต่อมาก็คงเป็นสังคม สถานการณ์ปัญหาต่างๆที่พบเจอในชีวิต บางคนรับมื้อกับสิ่งต่างๆที่เข้ามากระทบได้ดี บางคนรับมือไม่ได้และเอาแต่จมปักกับปัญหา กลายเป็นป่มด้อยในใจ อาจจะส่งผลมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับตัวบุคคลนั้นอีกอยู่ดี
นิยามของสิ่งต่างๆรอบตัวไม่เหมือนกัน การรับรู้ถึงควารู้สึกแตกต่างกัน บางคนรู้สึกแย่จนร้องไห้ออกมาแต่อีกคนอาจจะนิ่งเงียบไม่พูด ไม่บ่น ไม่แสดงอาการ ทั้งๆที่ความรู้สึกอาจจะอยู่ในระดับเดียวกัน บางก็ตัดสินว่าการผิดเพศนั้นไม่สมควรจะเป็น แต่บางคนอาจจะยอมรับและเข้าใจได้ ไม่ได้สนใจใส่ใจด้วยซ้ำ ความลึกตื้นของจิตใจเรานั้นยากที่จะตัดสิน มันดูลึกลับจนหน้าฉงนใจ
จากทั้งหมดที่พยายามเขียนมาทั้งหมด
แค่อยากจะให้เรารับรู้ และระลึกไว้เสมอว่า