คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
จากงานวิจัยของ นายตะวัน(ผมเอ๊งง)
นำมาใช้ตอบคำถาม จขกท.
อ่านแล้วอาจจะดูเหมือนง่ายซึ่งจริงๆก็อาจจะยาก แต่มันผลของมันคือ จริง
... ดังนี้...
1. ยอมรับความจริงซะเถอะ ว่า.......
2. ทบทวนเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น หลับตาลง แล้วพาตัวคุณเองนั่งไทม์แมชชีน ย้อนกลับไปดูไปวิเคราะห์เรื่องราวที่มันเคยเกิด
.... ข้อนี้ยากหน่อยนะ เผลอๆอาจเสียเวลาบ้าง มาก, น้อย แล้วแต่คุณเลย แต่ถ้าทำสำเร็จ มันจะช่วยสนับสนุนให้ข้อ(1.) มีประสิทธิภาพ, ประสิทธิผล
แล้วสุดท้ายข้อ 3.) เมื่อข้อ2และข้อ1 สำเร็จ คุณแทบจะไม่ต้องรู้ก็ได้ ว่าข้อ 3. มันคือ "การปล่อยวาง"... เคยรู้สึกมั้ย.. ว่าเราไม่รู้สึกรู้สากับเรื่องๆหนึ่งแล้ว จะเกิดอะไรก็ "ช่างแม่**มัน"
..... เคล็ดลับที่ผู้เขียนจะแนะนำเพิ่มเติมคือ ทุกขันตอน 1,2,3 ต้องเข้าใจเสียก่อนว่า ใดๆก็ตาม ปัจจัยตัวแปร คือ "เวลา" ซึ่งมันเร่งไม่ได้ ฝืนไม่ได้...ต้องใช้เวลาแล้วสักวันจะปล่อยวางเอง.. สู้ๆ
นำมาใช้ตอบคำถาม จขกท.
อ่านแล้วอาจจะดูเหมือนง่ายซึ่งจริงๆก็อาจจะยาก แต่มันผลของมันคือ จริง
... ดังนี้...
1. ยอมรับความจริงซะเถอะ ว่า.......
2. ทบทวนเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น หลับตาลง แล้วพาตัวคุณเองนั่งไทม์แมชชีน ย้อนกลับไปดูไปวิเคราะห์เรื่องราวที่มันเคยเกิด
.... ข้อนี้ยากหน่อยนะ เผลอๆอาจเสียเวลาบ้าง มาก, น้อย แล้วแต่คุณเลย แต่ถ้าทำสำเร็จ มันจะช่วยสนับสนุนให้ข้อ(1.) มีประสิทธิภาพ, ประสิทธิผล
แล้วสุดท้ายข้อ 3.) เมื่อข้อ2และข้อ1 สำเร็จ คุณแทบจะไม่ต้องรู้ก็ได้ ว่าข้อ 3. มันคือ "การปล่อยวาง"... เคยรู้สึกมั้ย.. ว่าเราไม่รู้สึกรู้สากับเรื่องๆหนึ่งแล้ว จะเกิดอะไรก็ "ช่างแม่**มัน"
..... เคล็ดลับที่ผู้เขียนจะแนะนำเพิ่มเติมคือ ทุกขันตอน 1,2,3 ต้องเข้าใจเสียก่อนว่า ใดๆก็ตาม ปัจจัยตัวแปร คือ "เวลา" ซึ่งมันเร่งไม่ได้ ฝืนไม่ได้...ต้องใช้เวลาแล้วสักวันจะปล่อยวางเอง.. สู้ๆ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
How to move on