ริษยารักข้ามภพ บทที่ 4









 ตอนที่ 4

ห่างจากตัวเวียงออกไปทางทิศใต้เกือบสิบกิโลเมตร มีบ่อน้ำพุร้อนตามธรรมชาติอยู่หลายบ่อ และยังมีแอ่งน้ำอุ่นอีกหลายแอ่ง ซึ่งเกิดจากน้ำพุร้อนไหลมาตามร่องหิน ผสมเข้ากับน้ำเย็นจากธารน้ำตกใกล้กัน มีแอ่งหนึ่ง กว้างและลึกเกือบท่วมหัวคน สามารถแหวกว่ายเล่นได้ รอบแอ่งมีโขดหินน้อยใหญ่เรียงราย ถัดไปไม่ไกลเป็นป่า มีต้นไม้ขึ้นหนาทึบ เจ้าฟ้าจึงโปรดให้ทำรั้วไม้ไผ่กั้นไว้รอบแอ่ง เพื่อแบ่งอาณาเขตระหว่างคนกับสัตว์ที่อาจพลัดหลงเข้ามา อากาศบนดอยขาบอันเป็นที่ตั้งของหอหลวง มักหนาวเย็นอยู่เกือบตลอดทั้งปี สถานที่แห่งนี้จึงเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าเจ้านายในหอคำ

หลายวันแล้วที่เจ้านางม่านมณีนอนป่วยอยู่แต่ในห้องพัก วันนี้รู้สึกแข็งแรงพอจะลงมานั่งรถเที่ยวเล่นกับเจ้าชายคู่หมั้น และเหล่าโอรสองค์น้อยของเจ้าฟ้า ที่เจ้าชายพรหมภูมินทร์พามาด้วยได้

เมื่อมาถึงแอ่งน้ำอุ่น เจ้าชายจัดให้คู่หมั้นสาวนั่งพักอยู่บนโขดหิน ห่างจากขอบแอ่งพอประมาณ แล้วจึงพาเจ้าจุมมณี เจ้าสิงหาและเจ้ายอดขุน โอรสทั้งสามของเจ้าแม่อุข่าที่อยู่ในวัยกำลังซน ลงสรงสนานในแอ่ง

เจ้านางผู้ซึ่งยังอ่อนแอ มองการเล่นสนุกของเหล่าเจ้าชายด้วยความเพลิดเพลิน พักตร์ละมุนแย้มยิ้มเป็นระยะต่อภาพน่าเอ็นดูเบื้องหน้า สักครู่จึงรู้สึกเหมือนมีคนเข้ามาอยู่ใกล้ ๆ ครั้นพอหันไปมองก็พบเจ้านางคำหยาดฟ้ายืนเยื้องไปทางด้านหลัง มีบัวตองยืนถือปิ่นโตใส่อาหารและตะกร้าใส่ผลไม้ใบย่อมอยู่ข้าง ๆ

“เจ้าพี่เล่นเป็นเด็กเลย ดูสิ” สตรีผู้มาใหม่เอ่ยทักทาย พลางชี้ชวนให้ดูเหล่าเจ้าชายในแอ่งน้ำอุ่น วักน้ำสาดใส่กันชุลมุน เจ้านางม่านมณีแม้ยังคลางแคลงใจต่อท่าทีของเจ้าหญิงคู่แข่ง แต่ก็มองตามอย่างเปี่ยมสุข แว่วเสียงคนข้าง ๆ เล่าว่า

“เพิ่งรู้จากเจ้าอาว่าเจ้าพี่พาพวกท่านมาเล่นน้ำที่นี่ ข้าเกรงว่าจะหิว ก็เลยเอาอาหารกับผลไม้ตามมาให้” 

“ยินดีนักแล้วที่ท่านมีความเอื้อเฟื้อแก่พวกเรา ข้าเจ้าก็ได้เตรียมมาบ้างเหมือนกัน แต่คงไม่น่ากินเหมือนของเจ้านาง ข้าทำอาหารไม่เก่งและยังไม่ค่อยแข็งแรงดีนัก” ประณมไหว้ตามมารยาท ด้วยท่าทีประดักประเดิด เนื่องจากไม่ค่อยสนิทกับอีกฝ่าย ด้วยต่างเคยวางท่าต่อกันมาตั้งแต่สมัยยังเยาว์

“ไม่เป็นไรหรอก ข้าเห็นใจ เจ้านางเองไม่ค่อยสบายก็อย่าหยิบจับอันใดจนวุ่นวายเลย จงเร่งรักษาตัวให้หายโดยไวเถิด ทุกคนจะได้สบายใจเสียที” พระธิดาเจ้าฟ้ายิ้มอ่อนหวาน พร้อมบอกด้วยถ้อยคำที่ฟังดูเหมือนปรารถนาดี แต่คนฟังกลับเกิดฉุนกึกกับความหมายของมัน

“ข้าเจ้าเกือบหายดีแล้ว หมอสมิธมาดูอาการให้เมื่อวาน เขาบอกว่าร่างกายของข้าตอบสนองต่อยา และการรักษาได้ผลดี เจ้านางวางใจเถิด อีกไม่นานข้าคงได้ทำหน้าที่เป็นแม่ศรีเรือนให้แก่เจ้าพี่เสียที” 

เริ่มโต้ตอบด้วยเสียงที่ชักแข็งขึ้น แม้เป็นเพียงผู้อาศัยก็ใช่จะไร้ซึ่งศักดิ์ศรี ยอมให้คนอื่นดูหมิ่นเอาได้ ในความรู้สึกฉับไวของอิสตรี ทำไมจะไม่รู้ถึงน้ำพระทัยของพระธิดาองค์ใหญ่ ว่ามีความอิจฉา อยากครอบครองชายคนรักแทนที่ตน จึงแสร้งเหน็บเอาบ้างด้วยน้ำเสียงติดประชด

“ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ข้าก็ดีใจด้วย...” ซึ่งก็ได้ผล ผู้ถูกประชดมีท่าทีเย็นชาลง เอ่ยแสดงความยินดีออกมาอย่างเสียไม่ได้ พักตร์งามเชิดสูงขึ้นตามโทสะที่พุ่งแรง แต่แล้วคล้ายนึกอะไรได้ ท่าทีของพระธิดาเจ้าฟ้าจึงเปลี่ยนไป เปรยเสียงนุ่มลง พลางพยักพเยิดไปทางดงไม้หลังรั้วไม้ไผ่

“เออแน่ะ ผ่านมาทางโน้น เห็นเอื้องแซะ เอื้องสามปอยหลวง แข่งกันบานเป็นพุ่มเป็นพวงอยู่บนคบไม้ อยากให้เจ้าม่านได้เห็นจัง มันอยู่ไม่สูงเท่าใด ถ้าได้ไปเก็บมาให้เจ้าพี่ ท่านคงชอบใจนัก” 

นัยน์กลมโตของผู้กำลังจะตกหลุมพราง กระจ่างวาบขึ้น พร้อมกับมีท่าทีกระตือรือร้น อยากไปขึ้นมา นานแล้วที่ตัวเองต้องตกเป็นภาระให้คนอื่นคอยดูแล อยากจะทำอะไรให้เจ้าพี่ได้ทึ่งในตนเองบ้าง ไม่ใช่เอาแต่นอนป่วยไข้เสมือนเป็นคนไร้ค่าน่ารำคาญ

คิดแล้วจึงถึงกับเอ่ยชวนผู้หญิงที่ตนไม่ใคร่ชอบหน้านัก พากันลัดเลาะโขดหินไปเก็บเอาพันธุ์เอื้องป่าในดงไม้ข้างหน้า หวังเอามากำนัลคู่หมั้นผู้ชอบเพาะพันธุ์กล้วยไม้เล่น  

(มีต่อ)
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่