แสงระวี….บทที่ 17 (รีไรท์)

กระทู้สนทนา

.

                สาย ๆ ของวันเสาร์แสงระวีตื่นด้วยเสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งในโทรศัพท์ ตั้งปลุกเวลาเก้านาฬิกาพอดี ถัดไปข้าง ๆ กันปุ้มนอนหลับสนิท ที่พื้นห้องข้างเตียงเจนกับเจลนอนหลับยังไม่ตื่นเช่นกัน

                 เพราะภายใต้จิตสำนึกบอกว่าวันนี้เป็นวันหยุดหรืออย่างไร ทั้งสามคนถึงได้นอนเหมือนซ้อมตายขนาดนี้

                 มีสายโทรเข้าจากหนึ่ง เธอมองดูโทรศัพท์สั่นโดยไม่หยิบขึ้นมารับสาย และ ปล่อยให้เงียบไปเอง แต่หนึ่งก็ยังไม่หยุดโทรมาอีก สายแรกจบไปตามด้วยสายที่สองโทรเข้าอีก เธอจึงกดรับเพราะไม่อยากมีปัญหาภายหลัง

                 แสงระวีดันตัวเองให้ลุกขึ้นอย่างยากลำบากด้วยความง่วง หรี่ตาค่อย ๆ ลืมขึ้นมาก่อนจะสลัดความง่วงออกไปจากความรู้สึก แสงระวีคุยกับหนึ่งสองสามประโยคจึงวางสาย หยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำ กะว่าแต่งตัวเสร็จถึงจะปลุกปุ้มให้ตื่น ปล่อยให้นอนแบบนั้นไปก่อน

                      เธอรีบอาบน้ำอย่างรวดเร็ว อาบเสร็จนุ่งผ้าเช็ดตัวออกมาจากห้องน้ำ มองเห็นเพื่อนทั้งสามคนยังหลับสนิทอยู่เลย เธอจึงยังไม่ปลุกกะแต่งตัวให้เสร็จก่อนค่อยปลุกทุกคน จากนั้นจึงรีบแต่งตัวใส่เสื้อผ้าให้เสร็จสรรพ

                   พอตนเองแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว จึงเดินไปปลุกปุ้มให้ตื่นก่อนสองฝาแฝด ไม่อยากให้หนึ่งรอนาน โดยเฉพาะพี่นิว เธอเกรงใจ พี่นิวก็จะไปส่งเธอด้วย ปุ้มตื่นและเดินเข้าห้องน้ำอาบน้ำแต่งตัวแบบไม่รีรอเช่นกัน ระหว่างรอปุ้มอาบน้ำ เธอเก็บข้าวของเสื้อผ้าใส่กระเป๋าให้เรียบร้อย

                    เมื่อปุ้มอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว เธอจึงโทรหาหนึ่งให้มารับ ก่อนไปปลุกเจนให้ตื่นบอกว่าพวกตนสองคนจะกลับบ้านแล้ว ปลุกให้ลงมาส่งที่หน้าหอพัก ปล่อยให้เจลนอนอยู่อย่างนั้นคนเดียว

                 รอไม่นานรถเก๋งซิตี้สีดำก็ขับเลี้ยวเข้ามาจอดตรงหน้าหอพัก ขับมาจอดตรงที่พวกเธอนั่งรออยู่ หนึ่งลดกระจกฝั่งคนขับลงให้รู้ว่าเป็นตนเอง แสงระวีกับปุ้มสวัสดีพี่นิวอีกครั้ง ก่อนจะลาเจนกลับบอกให้เจนขึ้นตึกไปนอนต่อเลย

                พวกเธอสองคนเข้าไปนั่งตรงเบาะด้านหลัง มีแพมนั่งรอก่อนแล้ว พี่นิวและแพมแต่งตัวสวยมาก ทั้งสองคนจะไปเที่ยวต่อหลังจากไปส่งเธอที่บ้าน ส่วนเธอยังไม่แน่ใจว่าจะไปกับพวกหนึ่งด้วยหรือเปล่า ที่แน่ ๆ ตอนนี้อยากกลับไปถึงบ้านให้เร็วที่สุดมากกว่า

                 “เมื่อคืนแพมค้างที่บ้านกับพี่นิวเหรอ” ปุ้มถามแพม เป็นคำถามที่โดนใจเธอมาก เธออยากถามแต่ไม่กล้า ทุกคนคุยกันระหว่างนั่งรถ ยกเว้นเธอที่เงียบไม่รู้จะคุยอะไรด้วย รู้สึกเกร็งพี่นิวพี่สาวของหนึ่งอีกแล้ว

                 “ไม่อ่ะ หนึ่งกับพี่นิวไปส่งบ้าน” เมื่อได้ยินคำตอบ แสงระวีทำหน้าสงสัยและมีคำถามในใจผุดขึ้นมาอีก ไหนบอกจะกลับบ้านกลับไปนอน ทำไมไปส่งแพมได้ หรือว่าที่พี่นิวชวนหนึ่งกลับเร็วเป็นเพราะจะให้ไปส่งแพม คงจะเป็นแบบนั้น

                 แสงระวีคิดและถอนหายใจออกมาเบา ๆ เมื่อคืนที่ส่งฝันดีมาให้คือยังไม่นอนงั้นเหรอ และแอบไปส่งแพม บอกกันดี ๆ ตรง ๆ ไม่ได้หรืออย่างไร ทำไมต้องโกหก นั่งคิดไปเรื่อยเปื่อยคนเดียวเงียบ ๆ ไม่ได้หวงแค่รู้สึกไม่ชอบใจที่หนึ่งไม่ยอมบอกกันว่าทำอะไรอย่างไรนี่แหละ

               “วีไปเขื่อนด้วยกันมั้ย” พี่นิวหันมาคุยกับเธอ หนึ่งเปิดเพลงเบา ๆ เพื่อทำลายความเงียบ ขณะนั่งรถ ไปตามทางเธอนั่งเงียบมาตลอด พวกเธอไปส่งปุ้มที่บ้านก่อน ปุ้มขออนุญาตไม่ไปเที่ยวด้วย

                “วีไม่รับปากนะคะพี่นิว ขอวีกลับไปถึงบ้านก่อนนะ นี่ยังไม่รู้จะโดนบ่นหรือเปล่ากลับบ้านสายอ่ะ” แสงระวีตอบคำถามพร้อมยิ้มให้พี่นิว ตอนนี้ยังไม่คิดถึงเรื่องเที่ยว ใจลอยไปถึงบ้านเพียงอย่างเดียว ไปถึงจะโดนพ่อกับแม่บ่นหรือเปล่า

                  ขับมาได้ไม่นานหนึ่งก็เลี้ยวรถมาจอดหน้าบ้านปุ้ม หนึ่งและทุกคนลงจากรถเพื่อมาไหว้สวัสดีพ่อแม่ของปุ้ม เมื่อส่งปุ้มถึงบ้านเรียบร้อยทุกคนก็ขอลากลับทันที ปลายทางต่อไปคือที่บ้านของเธอ

                 หนึ่งขับรถมาเรื่อย ๆ ภายในรถมีเพียงแพมกับพี่นิวคุยกัน เธอกับหนึ่งเป็นผู้ฟังเงียบ ๆ มาตลอดทาง สองคนนี้คุยกันไปเรื่อยเปื่อย บางจังหวะมีเอื้อมมือมาแกล้งกันด้วย เธอก็เผยยิ้มนึกตลกไปกับทั้งคู่

                  แสงระวีสังเกตแววตาที่หนึ่งมองทั้งสองคน  หนึ่งอาจไม่ชอบความรักประเภทนี้ แต่เพราะเป็นพี่สาวของตนเอง แถมพ่อแม่ยังอนุญาต เป็นแค่น้องชายจะมีสิทธิ์อะไรไปห้าม

                 เธอสังเกตว่าทุกทีที่พี่นิวหยอกเล่นกับแพมแบบถึงเนื้อถึงตัว หนึ่งจะชอบมอง พี่นิวก็จะหยุดเล่นแบบนั้นกับแพมทุกที ทั้งสองคนคุยกันตลอดทาง ส่วนเธอกำลังคิดว่ากลับไปจนโดนบ่นหรือเปล่า หรือพ่อแม่จะออกไปทำงานแล้วจะอย่างไรก็ไม่รอด พ่อแม่กลับเข้าบ้านตอนเย็นก็โดนอยู่ดี

                  หนึ่งเลี้ยวรถเข้ามาจอดหน้าบ้านของเธอ ทุกคนลงจากรถมานั่งที่แคร่หน้าบ้าน น้องวายเดินออกมาต้อนรับ เดินมายืนใกล้ ๆ เกาะแขนของเธอเอาไว้ น้องวายมองแขกผู้มาเยือนไม่ละสายตา อาจจะไม่เคยเห็นแพมกับพี่นิว

                  “เมื่อคืนพี่วีไปไหนมา” น้องวายถามพี่สาวมือยังเกาะเอวพี่สาวไว้ สายตามองไปที่แขกผู้มาเยือน หนึ่งยิ้มให้น้องวาย เจ้าตัวก็ไม่ยิ้มตอบ ช่างขัดใจเธอจริง ๆ ทั้งที่ทุกทีหนึ่งมาก็เล่นด้วยกันตลอด วันนี้ทำเป็นนิ่ง ๆ ไม่ยอมเข้าหาหนึ่งเลย

                  พี่นิวกับแพมหัวเราะให้กับท่าทางของน้องวาย “หวงพี่สาวก็เป็นนะเนี่ย ตัวแค่นี้ เดี๋ยวให้พี่หนึ่งขโมยพี่วีไปไว้บ้านเลย” แพมต่อล้อต่อเถียงกับน้องวายอย่างนึกสนุกขึ้นมา

                  “ไม่ให้ !” น้องวายขึ้นเสียงกัดริมฝีปากพร้อมกอดพี่สาวไว้แน่น ทำเอาทุกคนหัวเราะชอบใจกับท่าทางของน้องวายกันใหญ่ โดยเฉพาะแพม แววตาของแพมนึกสนุกเหมือนจะแกล้งแหย่น้องวายให้อารมณ์เสีย ส่วนเจ้าตัวก็เหลือเกิน แหย่นิดแหย่หน่อยไม่ได้

                   “วาย ! พี่แพมล้อเล่นน่า” แสงระวีปรามน้องชายกับท่าทางเอาจริงเอาจังของเขา

                   “พูดจริง ! เดี๋ยวให้พี่หนึ่งขโมยพี่วีไปเลย คอยดูนะเย็นนี้ไม่เจอพี่วีแน่” แพมยังไม่หยุดแหย่น้องวายเล่น น้องวายกระฟัดกระเฟียด หน้าบึ้งจ้องหน้าแพมไม่ลดลาวาศอก

                   “หยุดเลยทั้งสองคน” แสงระวีห้ามทัพไว้ก่อน ๆ ที่น้องชายของตนจะร้องไห้งอแง “หนึ่งจะไปเขื่อนเลยมั้ย วีคงไม่ได้ไปด้วยหรอก นี่มาไม่ทันพ่อไปทุ่งเลย ขืนตอนเย็นกลับมาไม่เห็นวีอีก โดนด่าแน่” แสงระวีมีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด การที่กลับบ้านสายพ่อไม่ได้ว่าอะไร ขืนไปเที่ยวต่อพ่อกลับมาตอนเย็นไม่เห็นอยู่บ้านมีหวังพ่อเอาตายแน่นอน

                 หนึ่งทำหน้าครุ่นคิด หันไปมองหน้าพี่นิวกับแพมก่อนจะตัดสินใจพูด “พ่อเข้าบ้านกี่โมงนะวี” อยากให้เธอไปด้วยกัน พี่สาวกลับบ้านทั้งทีไปเที่ยวก็อยากให้แฟนไปด้วย

                 “สี่โมงเย็นอ่ะ สี่โมงเย็นพ่อก็เข้าบ้านแล้ว ถ้าวีไปด้วยแป๊บเดียวก็ได้กลับและ รีบไปรีบกลับมันไม่สนุกหรอก น้อพี่นิว” แสงระวีตอบหนึ่ง ใบหน้าเรียบเฉยไม่ตื่นเต้นที่จะไปด้วยสักนิด อยากไปแต่ก็ไม่อยากโดนบ่น อีกอย่างขืนไปด้วยก็คงไม่ทันได้ผ่อนคลายก็ต้องรีบกลับกันแล้ว เกรงใจแพมกับพี่นิวมาก

                  “ทันดิไปแต่งตัวเลย” ถึงอย่างไรก็จะให้แฟนสาวไปด้วยให้ได้ ตนเองจะไม่ทำให้แสงระวีต้องเดือดร้อนแน่นอน “น้องวายไปแต่งตัวหรือจะไปทั้งชุดนี้ น้องวาไปเขื่อนลำปาวมั้ย ไปหาดดอกเกดกับพี่หนึ่งมั้ย ถ้าไปก็แต่งตัวเลย” หนึ่งชะโงกหน้าเข้าไปในบ้านถามน้องวา น้องวาหันมามองตามเสียงพูดของหนึ่ง ลุกเดินออกมาหาพี่สาวที่หน้าบ้าน

                 “พี่วีจะไปไหนกับพี่หนึ่ง” น้องวาเดินมาหยุดตรงประตู ถามเธออีกรอบ ได้ยินที่หนึ่งพูดแค่อยากถามอีกครั้งเฉย ๆ

                  “ไปหาดดอกเกดกับพี่หนึ่งมั้ยถ้าไปก็แต่งตัวหรือจะไปชุดนี้” หนึ่งย้ำอีกครั้ง

                 “น้องวานี่พี่นิวกับพี่แพม” แสงระวีนึกได้ตั้งแต่มาถึงน้องวาไม่ยอมลุกมาต้อนรับแขกเลย เอาแต่นอนดูทีวีในบ้าน

                 น้องวายกมือไหว้คนทั้งสองตามที่เธอบอก ทั้งที่ยังยืนอยู่ขอบประตูบ้าน “ไป ! ไปชุดนี้เลย”

                   “เฮ้ย ! พ่อจะไม่ว่าเราเหรอวา” แสงระวีทำตาโต ทำไมน้องสาวถึงตกลงไปด้วยง่ายขนาดนี้

                   “ไม่ว่าหรอกวี… หนึ่งพามาส่งทันแน่นอนถ้าไม่ทันหนึ่งรับผิดชอบเอง สัญญาว่าจะไม่ทำให้วีเดือดร้อน นะ ! ไปด้วยกันนะพี่นิวอุตส่าห์กลับบ้าน” หนึ่งคงอยากให้เธอไปด้วยจริง ๆ  จะรับผิดชอบอะไรไหวถ้าพ่อกับแม่จะบ่น

                  “โห่ ! นี่ใช้คำว่าอุตส่าห์เลยเหรอไอ้หนึ่ง” พี่นิวค่อนขอดให้น้องชายอย่างตลก “ชั้นออกจะกลับบ้านบ่อยอยู่นะแก แค่มาบ้านแล้วอยู่แต่บ้านเท่านั้นเอง” คนโดนค่อนขอดอมยิ้ม

                  “ก็นั่นแหละ มาบ่อยแต่ไม่ค่อยได้ไปไหน ก็จะพาไปอยู่นี่ไง นะวี นะตัวเอง” ตอบพี่สาวและหันมาง้อแฟนสาวอีกคน

                    “ก็ได้ ! ไม่แต่งตัวใหม่หรอกไปชุดนี้แหละเดี๋ยวเสียเวลาไปมากกว่านี้” ในที่สุดเธอก็ตอบตกลงไปด้วยกัน กลับมาสักบ่ายสามก็ยังทัน อีกทั้งมีน้อง ๆ ไปด้วยเป็นเกราะกำบังไม่โดนดุแน่นอน อย่างมากก็แค่บ่นเบา ๆ

                    “โอเค… งั้นทุกคนไปขึ้นรถเลย” พี่นิวยิ้มพูดจบหันหลังเดินไปขึ้นรถก่อนใคร

                     หนึ่งพาทุกคนขับรถมายังเขื่อนลำปาวในเวลาอันรวดเร็ว เพราะเส้นทางนี้รถไม่เยอะ ขับรถใช้เวลาไม่นาน ทุกคนปรึกษากันว่าจะไปนั่งที่ไหนกันดี สุดท้ายตกลงกันได้ว่าไปหาดดอกเกดเลย ปูเสื่อนั่งได้บรรยากาศมากกว่ากัน

                  “เฮ้ยสวยอ่ะ ! หนึ่งขากลับแวะจอดให้พี่ถ่ายรูปตรงนี้ด้วยนะ สวยอ่ะ” เมื่อหนึ่งขับผ่านสันเขื่อนลำปาวที่มีความสูงพอสมควร  มีจุดชมวิวให้ถ่ายรูปด้วย พี่นิวชี้นิ้วไปตรงนั้นด้วยความตื่นเต้น แสงระวีปรายตามองด้วยความเอ็นดูในความตื่นเต้นของพี่นิว ท่าจะไม่ค่อยได้เที่ยวจริง ๆ อีกทั้งแพมด้วยที่ดูจะตื่นเต้นไปอีกคน

                     “โอเคครับพี่นิว ขากลับนะ ” สองพี่น้องคุยกันในระหว่างทางขับรถ แสงระวีนั่งเงียบฟังทั้งสองคุยกันอย่างเดียว มีพูดบ้างที่เวลาหนึ่งถาม ส่วนน้องวายเล่นกับแพมเริ่มคุ้นเคยกันบ้าง ด้วยความที่แพมชอบแกล้งชอบแหย่น้องวาย ทำให้บรรยากาศในรถไม่เหงียบจนเกินไป ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด น้องวาเองก็ไม่พูดอะไรเลย มีบ้างที่พี่นิวกับแพมถามก็ตอบเท่าที่ถาม รายนี้ถามคำตอบคำเช่นกัน

                    หนึ่งขับรถมาได้สักระยะใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็มาถึงหาดดอกเกด เลี้ยวรถเข้ามาหาที่จอดได้ตามสบาย จะนำรถเข้าไปจอดด้านในใกล้ตัวหาดยังได้ เพราะไม่ใช่ช่วงสงกรานต์หรือปีใหม่ หรือ ช่วงเทศกาลอื่น ๆ ถ้าเป็นช่วงนั้นรถติดยาวไม่มีที่ให้จอดเลย

                    หนึ่งนำรถไปจอดตรงลานจอดรถ มีรถกระบะรถเก๋งและมอเตอร์ไซค์จอดเรียงรายกันอยู่ก่อนหน้า แสดงว่าวันนี้น่าจะมีคนมาเที่ยวเยอะพอดู น่าจะไม่เงียบสงบอย่างที่แสงระวีคิดมาตลอดทาง ทั้งหมดลงจากรถดูความเรียบร้อยของตัวเองก่อนพากันเดินมุ่งหน้าไปยังชายหาด

                    ระหว่างทางมีร้านรวงตั้งแผงขายชุดว่ายน้ำสำหรับเด็ก ๆ เสื้อผ้าหมวกและแว่นตากันแดด มีให้เลือกเยอะแยะมากมาย น้องวายดูสนใจของเล่นพวกปืนและดาบเป็นพิเศษ แต่แสงระวีไม่ยอมให้ซื้อเห็นว่าเป็นการสิ้นเปลืองเงินเปล่า ๆ ที่บ้านมีเยอะแล้ว

                  พวกเธอเดินมาถึงบริเวณชายหาด นานเท่าไหร่แล้วที่เธอไม่ได้มาเที่ยวหาดแห่งนี้ มาเขื่อนลำปาวตลอดแต่มาไม่ถึงหาดดอกเกดสักที มาถึงแค่ตรงสปริงเวย์แล้วก็กลับ เป็นสถานที่สำหรับวัยรุ่น ส่วนเด็ก ๆ กับผู้ใหญ่มักจะมานั่งรับลมแดดกันที่นี่

                  ทางลงชายหาดมีป้ายบอกชื่อหาดประดับตกแต่งสวยงาม ทำไว้เพื่อใช้เป็นจุดให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป นอกเหนือจากจุดนี้ยังมีอีกหลายจุดที่เจ้าหน้าที่จัดทำขึ้นให้เป็นจุดถ่ายรูปเป็นมุมสวย ๆ ทั้งนั้น
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่