เรื่องโควิดทำไมไม่จัดการต้นเหตุ

เป็นที่ทราบกันแพร่หลายผ่านสื่อและการวิเคราะห์ของบุคลากรทางไวรัสวิทยาหลายท่านในสื่อต่างๆ ว่าไวรัสที่สร้างปัญหาป่วนโลกตอนนี้ เป็นการผลิตในห้องแล็บของมหาอำนาจประเทศหนึ่ง ทำไมมหาอำนาจอีกฝั่งหนึ่งไม่ร่วมมือกันดำเนินการอะไรให้มันเด็ดขาดกับมหาอำนาจผู้ปล่อยเชื้อกันเสียที?

ประเทศผู้ปล่อยเชื้อลอยตัวจากปัญหาการระบาดเป็นลำดับแรกๆของโลกเลย เป็นหลักฐานยืนยันอันหนึ่งว่าทำเองและยังขายยาสูตรกระจอกๆ ให้ประเทศยากจน แบบฉีดไม่หายอีกด้วย
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 14
หลายรายการที่ออกสาธารณะเรื่องต้นต่อของโควิด
ซึ่งนักวิเคราะห์ในรายการเขาเชื่อจากข้อมูลเชองลึกว่ามีแนวโน้มที่โควิดทำการผลิตจากห้องแลปแล้วปล่อยออกมาแบบอาวุธเชื้อโรค
ซึ่งหลายคนในประเทศด้อยพัฒนา/ประเทศยากจน ไม่มีโอกาสหรือไม่แสวงหา ล้วนไม่เคยได้ดู แล้วหาว่า จขกท. มโนไปเอง
(แต่ไม่ว่ากัน คนไม่มีข้อมูลไม่ผิด แค่ไม่รู้เรื่อง)

ถ้ายังพอจำกันได้ ในระยะแรกโควิดติดมากที่อิหร่าน ช่วงที่สหรัฐอเมริกาส่งโดรนสังหารไปถล่มนายพลคาเซ็ม สุเลมานี อย่างกับในหนัง เกิดความขัดแย้งมาก และหลังจากนั้นอยู่ดีๆ ก็เกิดโรคนี้อย่างหนักในอิหร่าน จนช่วงนั้นติดอันดับโลก ก็ทำให้หลายคนนึกว่าโรคระบาดนี้สหรัฐอเมริกาผลิต แต่ต่อมาโรคระบาดนี้กลับกระจายหนักในสหรัฐอเมริกาเอง จนทรัมป์ไปต่อไม่ได้ ก็แสดงให้เห็นว่าไม่ใช่ฝีมือของทรัมป์ เพราะผู้ต้องการเป็น ปธน สมัยสอง
ย่อมไม่ทำลายตัวเองด้วยการปล่อยเชื้อให้ผู้สนับสนุน

ถ้าว่าโดยนโยบายปกป้องเศรษฐกิจของชาติ เขาเป็นตัวตั้งตัวตีในการออกนโยบายปฏิเสธการนำเข้าจากมหาอำนาจจีน และทำให้จีนเสียผลประโยชน์การค้าระดับโลกทั้งฝั่งสหรัฐและยุโรปเป็นมูลค่ามหาศาล และคาดว่าทรัมป์ยังคงทำแบบนั้นเมื่อได้เป็น ปธน. สมัยสอง

และต้องไม่ลืมว่าจีนมีนโยบาย Made in China (2018-2025 ผลิตกินใช้เอง และขายทำกำไรกับโลก ) หลายปีที่ผ่านมา จีนเกิดปัญหาลดลงของ GDP  หมายถึง การถดถอยทางเศรษฐกิจ ซึ่งสะเทือนความไม่พอใจกับรัฐบาล การประท้วงต่อต้านผลจากการบริหาร

ฉะนั้นการ lock down โลกด้วยเชื้อไวรัส เป็นปัจจัยเชิงบวกอันหนึ่ง ทำให้เขามีเวลาเตรียมตัวด้านฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในประเทศได้มากขึ้น

การให้ประเทศยากจนด้อยพัฒนาเพลี้ยงพล้ำไปด้วย จะช่วงลดการท่องเที่ยวและการลงทุนของประชาชนตน ในประเทศด้อยพัฒนา

ประเทศอินเดีย เป็นประเทศที่มีอนาคตด้านการค้าการลงทุน และมีเทคโนโลยีอวกาศที่สามารถก้าวขึ้นไปได้อีกมาก ผู้บริหารชาวอินเดียจำนวนมากเป็นผู้บริหารองค์กรมั่งคั่งของโลก

การเบรคอินเดียก่อนสัก 2-3 ปี ก็ทำให้มหาอำนาจบางประเทศอาจแก้ปัญหาภาวะเงินไหลออกไปลงทุนต่างประเทศได้ด้วย

เราคงจำกันได้ว่าช่วงเศรษฐกิจเมื่อ 2-3 ปี ก่อนมีโควิด ชาวจีนหลายสิบ-ร้อยล้านคนใช้จ่ายนอกประเทศเป็นเม็ดเงินมหาศาลแค่ไหน
หากนักยโยบายการเงินการคลังเห็นปัญหาการรั่วไหลของปริมาณเงินมหาศาลจากการใข้จ่ายของประชาชน ก็ต้องการแก้แน่นอน

ซึ่งตอนนี้ก็เป็นไปตามนโยบายด้านเสถียรภาพทางการเงิน เมื่ อประชาชนของตนไม่สามารถออกไปใช้เงินในต่างประเทศได้แล้ว พวกเขาจึงกอนใช้เที่ยวภายในประเทศ (เพราะในประเทศเขาปลอดภัยจากโรคนี้มานานแล้ว)  เมื่อส่งออกมาก และนำเข้าน้อย มหาอำนาจแห่งนี้จึงมีปริมาณเงินมหาศาลให้ประชาชนใช้จ่าย หมุนเวียนในระบบเมืองของตน
มีผลให้ การจ้างงานดีขึ้น ไปไหนประชาชนมีเงิน ไม่ด่ารัฐบาบ

ต่อมาเรื่อง WHO ซึ่งเป็นองค์กรที่สหรัฐฯ ลดเงินสนับสนุน ในขณะกลับจีนเพิ่มงบสนับสนุน โดยมีแผนก้าวมาเป็นผู้นำโลกแทนสหรัฐอเมริกาในอนาคต

องค์กร WHO เป็นองค์กรระดับโลก องค์กรเดียวที่ ตอบรับวัคซีนจากจีน โดยอนุมัติวัคซีน 2 ตัว คือ ซิโนฟาร์ม กับซีโนแวค

ในขณะที่ องค์การอาหารและยาของสหรัฐ และ ตัวแทนยาแห่งสหภาพยุโรปไม่รับ แต่อนุมัติ มาโดน่า และไฟเซอร์ ที่ใช้เทคโนโลยี mRNA ซึ่งตอนนี้คนไทยที่มีการศึกษาสูงๆ ก็ตอบรับกับ mRNA (มีโรงพยาบาลใหญ่ในเมืองไทยแห่งหนึ่ง เอามาขายบน Shopee และปิดยอดขาย 1800 โดส ในเวลาวู๊บเดียว)

(ปัจจุบันมีกว่า 180 ยี่ห้อ กำลังรออนุมัติจากองค์กรอนามัยหลักๆของโลก)

÷÷÷÷÷÷÷÷÷

ด้านล้างเป็นคลิปบางส่วนจากฝั่งชาวตะวันตก และยังมีอีกมาก โดยสามารถค้นหาได้เยอะ อาทิ เช่น
-conspiracy theories of covid
-who build covid
-trump covid 19 interviews

รายการของอินเดียก็พูดไว้ในเรื่องนี้หาดู เพราะประเทศอินเดียเจ็บปวดจากโควิดมาก และผู้คนในประเทศอินเดียมีไอคิวในการวิเคราะห์ด้านต่างๆสูงเป็นอันดับต้นของโลก ก็น่าสนใจดี

÷÷÷÷÷÷

https://youtu.be/zgTeNFIY-b0

60 minutes of Australia: "the lab who hide the truth."


https://youtu.be/ma05Nsd4YTU

BBC- what they knew about Covid
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่