รถไฟสายเที่ยงคืน (เรื่องเล่าผี)

สวัสดีค่ะ วันนี้จะหยิบเอาเรื่องเล่าเขย่าขวัญตอนหนึ่งจากงานแปลของเราเองที่ชื่อว่า "นอนไม่หลับ" ซึ่งเราเลือกเอาเรื่องเล่าน่ากลัวๆ จากบอร์ดฝรั่งชื่อดังมาแปลให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน  โดยปกติเราจะอัปเดตทุก 2 วันในเว็บของเราเองชื่อ "นอนไม่หลับ" ค่ะ (ลิงก์นี้นะคะ) หรือถ้าใครสะดวกฟังเพลินๆ เชิญลิงก์นี้ค่ะ (รบกวนขอคนละซับเป็นกำลังใจด้วยน้าา ^^).

เรื่องเล่าในวันนี้มีชื่อเรื่องว่า "รถไฟสายเที่ยงคืน" เป็นซีรี่ส์หลายตอน (มากกว่า 6 ตอนขึ้นไปค่ะ) ติดตามอ่านเต็มๆ ได้ที่เว็บนอนไม่หลับนะคะ

ถ้าอ่านแล้วชอบ สามารถตามไปอ่านตอนอื่นๆ ได้นะคะ  
ปล. ก่อนแปลทุกครั้ง เราได้ขออนุญาตเจ้าของเรื่องเป็นการส่วนตัว และได้รับอนุญาตจากเจ้าของเรื่องแล้วทั้งสิ้นนะคะ ทั้งนี้สำนวนการแปลเป็นถือเป็นลิขสิทธิ์ของเรา ห้ามก๊อบปี้ไปลงเว็บอื่นห้ามเอาไปอ่านลง Youtube โดยไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาดนะคะ 
มาเริ่มกันเลยค่ะ
---------------------------------------------------------
มันเป็นความผิดของฉันเอง ที่จริงฉันเป็นคนขี้กังวลและมักจะเช็กให้แน่ใจทุกครั้งก่อนขึ้นรถไฟ เช็กแล้วเช็กอีกจนแน่ใจเลยล่ะ แต่คราวนี้กลับไม่ได้เช็ก 
นั่นเป็นเพราะตอนนี้ดึกมากแล้ว ฉันเพิ่งทำงานกะกลางคืนเสร็จ แถมหลงทางในตัวเมืองที่ยังไม่รู้จักดีนัก กว่าจะมาถึงสถานีก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว

ที่สถานีตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลย ซึ่งก็เป็นถือเรื่องธรรมดาเพราะวันนี้เป็นวันจันทร์และเวลาตอนนี้ใกล้เที่ยงคืนเต็มที แถมฝนยังตกหนักมาเป็นชั่วโมงแล้วด้วย หยาดฝนหนาหนักกระทบหลังคาเหล็กเสียงดังสนั่น ฉันปัดส่วนฮู้ดเปียกโชกไปข้างหลังแล้วรีบวิ่งไปที่เครื่องขายตั๋ว บ้านของฉันตั้งอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ห่างจากตัวเมืองออกไปไม่กี่กิโลเมตร 

แน่นอนว่าราคาตั๋วค่อนข้างแพงสำหรับแค่สามสถานีแต่ฉันก็ไม่ได้คิดอะไรมากเพราะอยากกลับบ้านเต็มที

ความมืดและสายฝนทำให้ทุกอย่างดูแปลกตาไปหมด ฉันเองที่ต้องใช้สายตาจ้องจอคอมพิวเตอร์มาแล้วทั้งวันยิ่งทำให้การมองเห็นแย่เข้าไปใหญ่ ปกติฉันจะเช็กชานชาลาเสมอ แต่คราวนี้ฉันเดินไปที่ชานชาลาหมายเลขสี่และห้า แล้วเดินขึ้นรถไฟที่จอดรออยู่ก่อนแล้วทันที นั่นเป็นเพราะรถไฟของฉันจะออกภายในสามนาทีและถ้าพลาดขบวนนี้ ฉันต้องรออีกหนึ่งชั่วโมงกว่าขบวนต่อไปจะมาถึง สถานีรถไฟตอนกลางคืนน่ากลัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับหญิงสาวตัวคนเดียววัย 21 ที่ไม่รู้วิธีการต่อสู้ป้องกันตัวอะไรเลย

พอก้าวข้ามธรณีประตูขึ้นมาได้ก็รู้สึกสับสนขึ้นมาทันทีกับการตกแต่งภายในที่ดูโบราณแปลกหูแปลกตา แต่ก็ไม่ได้มีความหมายอะไรมากนักสำหรับฉัน บางทีทางสถานีอาจใช้รถไฟขบวนเก่าสำหรับเที่ยวรถไฟรอบเที่ยงคืนเป็นต้นไปก็เป็นได้

ฉันไม่มีเวลาคิดมากนักเพราะเจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วเดินมาหาพอดี เขาสวมเครื่องแบบสีน้ำเงินเข้มล้าสมัย และนั่นเป็นสิ่งเดียวที่ฉันจำได้เกี่ยวกับรูปร่างหน้าตาของเขา ใบหน้าของเขาดูแสนธรรมดา “สวัสดีครับคุณผู้หญิง” เขากล่าวทักทาย

ใช้คำโบราณจัง ฉันคิดในใจ ไม่เคยมีใครเรียกฉันว่า “คุณผู้หญิง” มาก่อน ฉันยิ้มอ่อนๆ ให้เขาและกล่าวทักทายกลับขณะประตูรถไฟเลื่อนปิดตามหลัง
“เชิญทางนี้ครับผม” เจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วกล่าว

ฉันพยักหน้า สับสนแต่ไม่ได้กังวลอะไร เขาเดินนำไปตามทางเดินผ่านแถวห้องพักไร้หน้าต่างขณะรถไฟเริ่มเคลื่อนขบวนออกจากสถานีแล้วเพิ่มสปีดอย่างรวดเร็ว ที่จริงฉันจะยืนรอที่ประตูรถไฟก็ได้ เพราะจากสถานีไปถึงบ้านใช้เวลาแค่ประมาณสิบนาที แต่ก็ไม่อยากขัดใจเจ้าหน้าที่ตรวจตั๋ว
“จะดูตั๋วฉันไหมคะ” ฉันถาม มือดึงเอาตั๋วรถไฟออกจากกระเป๋าแจ็คเก็ต

“ผมจะตรวจตอนไปถึงที่หมายแล้ว” น่าแปลก.. ฉันขึ้นรถไฟทุกวันและเจ้าหน้าที่มักจะมาตรวจตั๋วแทบจะทันทีหรือไม่ก็ภายในสองสามนาทีหลังขึ้นรถไฟ แต่พวกเขาไม่เคยตรวจตั๋วตอนจะลงเลยสักครั้ง มีบางอย่างเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่คนนี้ที่แปลกเอามากๆ ฉันเริ่มรู้สึกหวาดๆ และกำสายกระเป๋าเป้แน่นขึ้นอีกนิด เผื่อต้องใช้มันฟาดหน้าใคร

“ตู้นอนหมายเลขสามสำหรับคุณผู้หญิง” เจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วกล่าวพร้อมเปิดประตูให้ ฉันเดินเข้าไปด้านใน หางตาบังเอิญเหลือบเห็นเงาสะท้อนของเราคู่ในหน้าต่างตรงข้ามประตู

ฉันดูปกติ เปียกโชกจากสายฝน แต่ปกติดี

เจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วดูเกือบจะปกติ แทบจะปกติ เว้นแต่ว่าดวงตาของเขาลึกโบ๋เรืองแสงสีแดงในเบ้าตาสีดำสนิท รอยยิ้มกว้างผิดมนุษย์และฟันแหลมเหมือนฟันฉลามเต็มปาก ผิวหนังของเขาดำคล้ำดูเหมือนหนังสัตว์ขึงตึงรอบหัวกะโหลก

ฉันกรี๊ดลั่น ผงะไปด้านหลังมือดึงกระเป๋าเป้มาด้านหน้าเพื่อกำบังตัวเองจากสัตว์ประหลาด แต่ชายตรงหน้ากลับมามีหน้าตาแสนธรรมดาอีกครั้ง “เป็นอะไรไปหรือครับคุณผู้หญิง” เขาถามแล้วก้าวไปด้านข้าง ฉันเหลือบไปมองข้างหลังเพื่อดูเงาสะท้อนอีกครั้งและเห็นแต่ตัวฉันเองที่หน้าซีดเผือดตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว

“ไม่มีอะไรค่ะ” ฉันบอกเขาใจรู้ว่าน้ำเสียงไม่น่าเชื่อถือสักเท่าไหร่ แค่อยากให้ชายคนนี้ไปให้พ้นและไม่ต้องได้เห็นหรือคิดถึงเขาอีก

“ถ้าอย่างนั้น..” เจ้าหน้าที่น่าขนลุกยิ้ม “ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็อย่าได้เกรงใจครับ ผมจะบอกคุณล่วงหน้าเมื่อเราไปถึงที่หมายแล้ว”

ฉันอยากจะพูดว่าแค่ไม่กี่นาทีก็จะถึงหมายแล้วแต่ตัดสินใจเงียบไว้ก่อน ยิ่งเลิกคุยกันเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น ฉันพยายามขยับตัวเพื่อแอบมองไปที่หน้าต่างอยู่สองสามครั้ง แต่ก็หาเงาสะท้อนของเขาไม่เจอ

“งั้นผมขอตัวก่อน” เจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วกล่าวอีกครั้ง “ขอให้เพลิดเพลินไปกับการเดินทางนะครับคุณผู้หญิง ขอบคุณที่เลือกใช้บริการรถไฟสายเที่ยงคืน”
ฉันกล่าวขอบคุณ แม่ของฉันบอกเสมอให้ทำตัวสุภาพกับใครก็ตามที่ทำหน้าที่ของเขาเป็นอย่างดี ไม่ว่านั่นจะหมายรวมถึงชายน่ากลัวที่อาจเป็นผีปีศาจหรือไม่ฉันก็ไม่แน่ใจ ที่รู้แน่ก็คือ ฉันไม่อยากทำให้เขาโมโห

พอเขาออกไปแล้วประตูปิด ฉันรีบเปิดประเป๋าเป้แล้วหยิบมือถือออกมา จำได้ว่าขึ้นรถไฟก่อนเวลาเที่ยงคืนพอดีและอยากเช็กดูว่าตอนนี้มันกีโมงแล้ว ใจเอาแต่หวนคิดถึงภาพสะท้อนน่าสะพรึงกลัวนั่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็พยายามปัดความคิดนั้นทิ้งไป บางที ฉันอาจจะเหนื่อยจากงานมากเกินไป ตาเลยมองเห็นอะไรผิดไปก็ได้

ที่น่าสับสนก็คือว่าเวลาผ่านไปเกือบสิบนาทีแล้วตั้งแต่ขึ้นรถไฟมา ซึ่งน่าจะผ่านสถานีรถไฟอย่างน้อยหนึ่งสถานีแล้ว ฉันเดินไปที่หน้าต่างแล้วมองออกไปที่ความมืดมิดด้านนอก ไม่มีแสงไฟใดๆ เลยแม้แต่ดวงเดียว

มีอะไรบางอย่างผิดปกติเอามากๆ

ฉันพยายามคิดหาเหตุผล หรือว่าไฟฟ้าดับแต่ไม่มีผลกับรถไฟ? นาฬิกาบนมือถือของฉันอาจทำงานไม่ถูกต้อง? มันฟังดูไม่สมเหตุผลเอาเลย ฉันถือมือถือแนบอกเพื่อพยายามไม่ให้มือสั่นพร้อมหย่อนตัวลงนั่งบนเตียง ตอนนี้จะทำอะไรได้นอกจากรอ?

ตอนลงนั่ง ฉันได้ยินเสียงกระดาษดังกรอบแกรบอยู่ข้างใต้ ตอนแรกไม่ได้สังเกตมาก่อน แต่มีกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่บนเตียง เดาเอาว่าผู้โดยสารคนก่อนคงลืมทิ้งไว้ ฉันหยิบขึ้นมาอ่าน..

ถึงผู้โดยสาร คุณอาจจะพอสังเกตเห็นบ้างแล้วว่ารถไฟขบวนนี้ไม่ธรรมดา ถ้ายังไม่รู้ ก็น่าจะได้รู้เร็วๆ นี้ ฉันได้เขียนกฏต่างๆ ไว้ให้และหวังว่าฉันลงรายละเอียดไว้ครบ คุณจำเป็นต้องทำตามกฎเหล่านี้อย่างเคร่งครัด

อย่าลืมแก้ไขและเพิ่มกฏในรายการนี้เท่าที่จำเป็น ฉันจะขอบคุณมากถ้าคุณจะทิ้งกระดาษแผ่นนี้ไว้ในตู้นอนนี้ก่อนลงจากรถไฟ เพื่อจะได้ช่วยผู้โดยสารที่น่าสงสารรายต่อไป โชคดีนะ!

1 ถ้าคุณได้ซื้อตั๋วจากสถานี คุณจะไปถึงที่หมายในที่สุด มันอาจใช้เวลาหน่อยแต่คุณจะไปถึงที่หมายแน่ แต่ถ้าคุณไม่ได้ซื้อตั๋ว ฉันเสียใจด้วย คุณจะไม่มีวันได้ออกไปจากรถไฟขบวนนี้

2 ให้ระวังผู้โดยสารรายอื่นๆ ให้ดี บางคนก็เหมือนคุณ บางคนใจดี และบางคนเต็มไปด้วยเจตนาร้าย มันยากที่จะแยกแยะพวกเขา

3 ห้ามเข้าไปในตู้นอนหมายเลข 18 เด็ดขาด ไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไรจากด้านในก็ตาม

4 บางครั้งเด็กๆ จะอยากเล่นซน ให้ทำเมินเสียจนกว่าพวกเขาจะหายไป เกมของเด็กพวกนั้นไม่เหมาะสำหรับคนธรรมดาอย่างพวกเรา

5 เจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วไม่ใช่ทั้งเพื่อนและศัตรู เขาแค่ทำงานตามหน้าที่เท่านั้น ดังนั้นให้ปฏิบัติต่อเขาด้วยความนับถือ และอย่าได้จ้องเขานานเกินไป มันเป็นการเสียมารยาท

6 คุณจะกินอะไรก็ได้จากตู้ขายอาหารหยอดเหรียญ หรือคุณจะไปที่ตู้ร้านอาหารก็ได้ตามใจคุณ แต่ให้ระวัง ถ้าเด็กเสิร์ฟใส่หูกระต่ายสีแดง อย่าแตะต้องอาหารนั้น ให้แกล้งทำเป็นป่วยแล้วขอตัวกลับตู้นอน ถ้าเด็กเสิร์ฟไม่มีหน้า ให้วิ่งกลับไปแอบในตู้นอนคุณ ถ้าเด็กเสิร์ฟเป็นหญิงร่างสูงมีผมขาว ให้กรีดมือตัวเองแล้วหยดเลือดของคุณบนจานใบนั้น ถ้าหญิงร่างสูงผมขาวหยิบจานนั่นแล้วเดินจากไป เธอจะกลายมิตรกับคุณ

7 ถ้าไฟกระพริบครั้งเดียวหรือสองครั้ง ไม่เป็นไร แต่ถ้าไฟกระพริบสามครั้งหรือมากกว่านั้น ให้ออกจากตู้นอนทันทีแล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจตั๋ว คุณต้องออกจากตู้นั้นก่อนไฟจะดับ

8 มีชายคนหนึ่งในโค้ทกันฝน เขาจะดูเหมือนนักสืบที่หลุดออกมาจากภาพยนตร์ รูปลักษณ์ของเขาออกจะน่ากลัวเล็กน้อย แต่คุณไว้ใจเขาได้ เขาอยู่ข้างเดียวกับคุณ

9 มีผู้หญิงในชุดแต่งงานสีขาวคนหนึ่งนั่งร้องไห้อยู่ที่ระเบียงท้ายรถไฟ ฉันไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงร้องไห้ ไม่รู้ว่าจะทำให้เธอหยุดร้องไห้ได้ยังไง เธอไม่อันตรายแต่จะไม่ตอบโต้เวลาคุณคุยกับเธอ คุณไปเยี่ยมเธอได้บ่อยๆ เธอจะไม่ทำร้ายคุณ

10 รถไฟขบวนนี้ขยายยาวขึ้นและหดสั้นลงเป็นครั้งคราว ฉันไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอะไรแต่ไม่ต้องกังวลถ้าการเดินไปไหนมาไหนจะรู้สึกเหมือนยาวนานผิดปกติ

11 ตลอดการเดินทาง รถไฟขบวนนี้จะหยุดเป็นระยะตามเมืองต่างๆ คุณจะออกไปเดินสำรวจก็ได้ แต่ก่อนไปให้ถามเจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วถึงกฎของเมืองนั้นๆ จดลงกระดาษไว้ก็ได้ถ้ากลัวลืม

12 ห้ามออกจากตู้นอนระหว่างเวลาตี 1 ถึงตี 4 เด็ดขาด และห้ามเปิดประตูตู้นอนในช่วงเวลานั้น ถ้าได้ยินเสียงกรงเล็บขูดประตู ให้ทำเป็นไม่ได้ยิน ถ้าได้ยินเสียงคนขอเข้ามาข้างใน ให้ตะโกนไล่ออกไปดังๆ คุณจะทำให้นักล่าโมโหถ้าไปขโมยเหยื่อของเขา

13 หญิงขอทานตาบอดมักให้คำแนะนำที่ดีแต่ไม่ฟรี ก่อนที่จะยอมรับความช่วยเหลือให้ถามให้แน่ใจก่อนว่าเธอต้องการอะไรเป็นสิ่งตอบแทน

14 บางครั้ง จะมีเลือดไหลเอ่อออกมาจากห้องน้ำ เด็กสาวในนั้นตายไปแล้ว ไม่ต้องพยายามเข้าไปช่วย

15 ตู้นอนของคุณเป็นของคุณคนเดียว ถ้ามีใครมาบอกว่าเขาเป็นเพื่อนร่วมห้อง ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วและห้ามบอกชื่อของคุณกับพวกเขาเด็ดขาด!

16 คุณอาจได้พบกับศพแช่แข็ง พวกเขาไม่เป็นอันตราย ลองคุยกับพวกเขาดู พวกเขาอยู่อย่างโดดเดี่ยวมานานมากแล้ว คุณจะเสนออาหารหรือเครื่องดื่มให้พวกเขาได้ แต่อย่ารับอาหารจากพวกเขา ไม่ใช่ว่าพวกเขาคิดร้ายกับคุณ แต่เพราะทุกอย่างที่พวกเขามีมันเน่าเปื่อยไปพร้อมกับพวกเขาด้วย

17 ทั้งมนุษย์และปีศาจร้ายต่างเกรงกลัวเปลวไฟไม่ต่างกัน

18 อยู่ให้ห่างจากชายหัวล้านตาสีฟ้าที่หิ้วกระเป๋าเอกสาร แต่ถ้าเจอเขาให้ทำตัวสุภาพเข้าไว้ เขาอยู่ที่นี่มานานและรถไฟขบวนนี้ฟังความคิดเห็นของเขา

**อ่านต่อด้านล่างค่ะ ^^**
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่