คบแฟนมาจะเข้าปีที่เจ็ดแฟนบอกเบื่อ...

สวัสดีค่ะ เราคบแฟนมา6ปี  สิงหานี้เข้าปีที่ 7 พ่อแม่ฝั่งแฟนรู้ว่าเราอยู่กินด้วยกันตั้งแต่ปี 1  เคยมาเจอเรา 4 ครั้ง ก็โอเคเสมอมา เขาอายุมากกว่าเรา 6 ปี  เขา อายุ 27 ปี เรากำลังจะเรียนจบ เขากำลังเตรียมสอบราชการ เมื่อต้นปี เราจับได้ว่าเขามีกิ๊ก ทะเลาะกันใหญ่โต เราไปฟ้องพ่อแม่เขาต้องมาเคลียร์ และเราก็คบกันมาถึงปัจจุบัน มีปัญหากันบ้าง แต่ไม่ใช่หนักอะไร จนกระทั้ง เริ่มเมื่อวาน เขาเริ่มไม่คุย ไม่ตอบ หงุดหงิด ไม่พูด ถามว่าโกรธอะไรก็ไม่บอก จนกระทั้งล่าสุดตอนเช้า เราตะลอมพูดไป ว่าไหนบอกว่ามีอะไรก็คุยกัน จนเขาพูดมาว่า เขาไม่เหมือนเดิม ไม่เคยมองเราเหมือนเดิม สักครั้ง ตั้งแต่มีเรื่องกิ๊ก เราบอกเลยว่ารู้สึกอึ้ง สตันไป 10 วิแล้วตั้งสติ ถามว่าทำไม เราผิดขนาดนั้นเลยเหรอ ที่ผ่านมาคืออะไร คุณดูแลฉัน บอกรักฉัน เขาบอกว่า มันผิดที่เขาเอง เขาไม่เหมือนเดิม มองแต่ข้อเสียของเรา คือมันหาข้ออ้างมาเลิกใช่ไหม? แล้วบอกเราหลายๆเรื่องรวมกันรวมทั้งเรื่องเงินที้เราไปเป็นหนี้ เราอึ้ง2เด้งไปสิ แล้วที่ผ่านมา6ปีนี่ใช้เงินเราทุกสัปดาห์  เราไม่เคยพูดนะ เราเงียบตลอด แล้วหนักกว่านั้นคือทุกครั้งที่ทะเลาะกันเป็นเราเองที่ยื้อเขาไว้ตลอด 6 ปี แม้แต่ในครั้งนี้เราก็ยังอยากจะยื้อ แต่คงไม่สามารถทำได้ เขายื้นข้อเสนอ ให้เขากลับไปอยู่บ้าน ห่างกันสักพัก เพราะเขาไม่อยากอยู่กับเราแล้ว เขาคิดไม่ออกว่าจะเอาไง #สรุปแล้ว เราควรทำไงดีค่ะเพื่อนๆ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4
คุณคะ ... ยิ่งยื้อ ยิ่งเจ็บค่ะ

อกหักระยะแรก จะเป็นช่วงที่มีคำถามอยู่ในหัวเต็มไปหมด
คำถามเหล่านี้ ผุดขึ้นมา เพราะใจคุณไม่ยอมรับกับสิ่งที่เขาบอก จึงพยายามหาเหตุผลมาหักล้าง

เพราะคิดว่า ต้องมีเหตุผลดีๆสักอย่าง ที่จะทำให้คุณหายเจ็บปวดได้

ความจริงคือ ไม่มีหรอกค่ะ

คุณเคยเบื่อไหมคะ ?

ลองคิดเทียบกับตัวเอง คุณกินข้าวมันไก่ที่ร้านโปรดทุกวัน ผ่านไปหนึ่งเดือน คุณเบื่อ ข้าวมันไก่ผิดอะไร ? คุณผิดอะไร ?
คำตอบคือ คุณก็ไม่ผิด ข้าวมันไก่ก็ไม่ได้รสชาติแย่ลง ก็ ... แค่คุณเบื่อไง

เมื่อข้าวมันไก่มาถามคุณ คุณย่อมอ้างเหตุผลสารพัด หาว่าไก่ไม่นุ่ม / ข้าวไม่มัน / น้ำจิ้มชืดๆ
เพียงเพื่อจะขอห่างกันสักพัก (เพื่อจะได้ไปมีโอกาสลั้ลลา กินต้มยำ หรือแกงเขียวหวานบ้าง)
เพราะคุณรู้ทั้งรู้ ว่าอยากกินข้าวมันไก่เมื่อไหร่ ก็กลับมาได้ตลอด ร้านไม่ย้ายหนีไปไหนแน่ๆ

แค่นี้เองค่ะ แค่เบื่อ

อย่าไปทวงถามเรื่องความดี ที่คุณเคยทำ อย่าไปสงสัย ว่าทำไมเขาไม่จำ

คนเรามักจะเห็นแก่ความสุขของตนค่ะ
ต่อให้ดีสารพัด ถ้าอยู่ด้วย แล้วไม่มีความสุขอีกแล้ว หรือ ถ้ามองว่า หากไปอยู่กับคนอื่นจะมีความสุขกว่า

เขาย่อมเลือกที่จะไปจากคุณได้ทันที โดยไม่มีเหตุผลใดอื่น นอกจาก  หมดรัก แล้ว นั่นแหละค่ะ

อย่ายื้อเลย ... ตัดอกตัดใจซะเถิดค่ะ ยิ่งยื้อ ยิ่งเจ็บนะ

ไม่เป็นไร
ความคิดเห็นที่ 5
ความรักและการยื้อของคุณ สำหรับคุณคือรักจึงทุ่มเท

แต่สำหรับเขาคือการ “อดทนตอบแนความรักและความดี” ค่ะ

เขารู้สึกสะสมว่าได้อดทนเพื่อตอบแทนความรักและความดีของคุณมากนานแล้ว และใจเขาไม่ไหวแล้ว ที่จะทนต่อไป

เพราะเขาไม่ได้รัก เขาเพียงผูกพัน ห่วง รู้สึกผิด ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันเปลี่ยนให้เป็นความรักไม่ได้ ความรักมันต้องมีความโหยหา passion และอื่นๆเหมือนที่คุณรู้สึกกับเขา แต่เขาไม่ได้รู้สึกกับคุณ

หากคุณเลือกจะยื้ออีกครั้ง ไม่ว่าจะให้พ่อแม่เขามาเคลียร์หรือใดๆ เขาก็คงยอมอีกครั้ง แต่ความรู้สึกของเขาจะยิ่งออกห่างคุณ เพราะรู้สึกต้องแบกรับความอดทนเหมือนถูกขังมากขึ้นทุกที และจะเป็นสาเหตุให้เขายิ่งเฉยชา รวมถึงยกระดับการทำร้ายจิตใจคุณเพิ่มขึ้น เพื่อให้คุณปล่อยเขาไป

สิ่งที่เขาต้องการคือไปค่ะ ไม่ว่าจะมีคนใหม่หรือไม่ คำตอบในใจเขาคือเขาต้องการไป เขาต้องการชีวิตเขาคืน

ทั้งความรัก และความไม่รัก ล้วนไม่มีเหตุผลในตัว คนจะรักหรือไม่รัก จะเอาเหตุผลล้านประการมาพูดความรู้สึกก็เปลี่ยนไม่ได้  ต่อให้คุณจะดีกว่านี้ จะไม่มีหนี้ หรือใดๆ ถ้าเขาไม่รักก็คือไม่รัก ในทางกลับกันถ้าเขารัก ต่อให้คุณหนี้ท่วม สร้างหนี้ซ้ำๆ หรือมีกิ๊กเป็นสิบ เขาก็ยังจะรัก เหมือนที่คุณยังรักเขาเช่นนี้

วันนี้ขอแนะนำให้คุณเลี่ยนวิธีนะคะ ลองหยุดยื้อ ลองเป็นฝ่ายถอย ลองไม่ให้อภัย รวมถึง “รักตัวเองให้มากกว่าที่รักเขา” เปิดโอกาสให้ตัวเอง หยุดการแทรกซึมในชีวิตเขาทุกช่องทาง และถอยกลับมาอยู่กับตัวเอง ให้โอกาสให้อภัยตัวเองเหมือนที่เคยให้เขา

และลองดู ว่าหากปราศจากการกดดัน ความรับผิดชอบ ความรู้สึกผิดใดๆทั้งสิ้นแล้ว ใจเขาจะยังต้องการคุณไหม หากเขายังต้องการคุณ เขาจะเป็นฝ่ายพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้คุณกลับมาและมีอนาคตที่ชัดเจนกับคุณ ลองดูค่ะ การทำวิธีซ้ำๆ ยื้อซ้ำๆคุณลองมา 7 ปีแล้วไม่ได้ผล ก็ลองเปลี่ยนวิธี

สำหรับผู้อ่านท่านอื่นๆ ขอให้เรื่องนี้เป็นอุทธาหรณ์นะคะ เรื่องการอยู่ก่อนแต่ง กับข้ออ้างว่าทำไมล่ะ ไม่ผิดนะ ที่บ้านก็รับรู้ ชั้นโอเค เรารักกันไม่ได้ทำอะไรเสียหาย แต่งงานมันไร้สาระ เราบอกเลยค่ะว่าไม่ใช่ การแต่งงานนั้นคน 2 คน (ส่วนมากนะคะ ไม่รับพวกสิ้นคิด) จะผ่านกระบวนการตัดสินใจมาพอสมควร ผู้ชายก็คิดถี่ถ้วน ผู้หญิงก็คิดละเอียด ใช้เหตุผลในการมองแล้วจึงยินยอมเปลี่ยนสถานะแฟนมาเป็นสามีภรรยา ส่วนการอยู่กันเลยโดยเฉพาะในวัยที่ยังไม่มีวุฒิภาวะพอ มันมาจากแค่วันนี้รัก ชอบ อยากอยู่ด้วย ไม่คิดวางแผนอื่น ใช้ความรู้สึกตัดสินใจ ก็ไม่ได้ผิดอะไรค่ะ แต่พอสุดท้ายไม่เป็นดังฝัน มันก็จบง่ายๆไม่ต้องคิดอะไรมาก ไม่มีอะไรต้องคิดเพราะแค่เลิกกับแฟน ไม่ใช่หย่าร้างกับสามีภรรยา ไม่มาภาระผูกพันใดให้คิด  ทุกอย่างก็จะจบง่ายเหมือนวันที่เดินเข้ามานั่นล่ะค่ะ ก็ต้องทำใจให้เข้าใจง่ายเหมือนวันแรกที่ตัดสินใจว่า “ไม่เห็นเป็นไร” นั่นเอง
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่