ASUS EXPERTBOOK B9 ในปี 2021 นี้มาพร้อมกับสเปกที่ดีขึ้นแต่ดีไซน์เหมือนเดิมครับ และยังคงเป็น โน้ตบุ๊กสายทำงานหน้าจอ 14″ ที่เบาที่สุดในโลกทันทีครับ ด้วยขนาด และน้ำหนักรวมถึงใช้งานวัสดุแบบเทพๆทำให้มันมีความเป็นที่สุดในโลกได้ทันที 880 กรัมเท่านั้น หลักๆเลยคือเรื่องของวัสดุ แมกนีเซียมลิเธียมอัลลอย นั้นเอง ส่วนสเปกตัวนี้มีความน่าสนใจมากขึ้น แน่นอนว่าตอบโจทย์สายทำงานเน้นๆ ที่เน้นการพกพา เน้นการใช้งานที่สเถียรแม่นยำ ตัวนี้เลยออกมาตอบโจทย์แน่นอน และ การรับประกัน การทดสอบ การเพิ่มความแข็งแรงที่โหดขึ้นกว่ารุ่นทั่วไปทำได้ดีกว่าเยอะมากๆ เวลาสัมผัสตัวเครื่องงานออกแบบรู้เลยว่าออกแบบมาเพื่อสายธุรกิจเน้นๆครับ และใช้งาน CPU Intel Core i7 Gen 11 บน Tiger Lake และ มาตรฐาน intel EVO นั้นเอง ถือว่าแรงขึ้นแน่นอนครับ
ASUS EXPERTBOOK B9 9400 นั้นที่รีวิวจะมาพร้อมกับ Intel Core i7-1165G7 ที่ใช้งาน 4 คอร์ 8 เธรด ที่ความเร็ว 2.80 GHz – 4.70 GHz พร้อมกับ Tiger Lake 11 nm SuperFin ตัวล่าสุด และ ทางด้านการ์ดจอเป็น Intel Iris Xe Graphics ไม่ได้มีการ์ดจอแยกนะครับ เป็นปกติของ เน้นพกพา และ ใช้งานหน้าจอ 14 นิ้ว เป็นจอแบบด้าน FHD (1920 x 1080 ) ความสว่างสูงสุด 300nits ขอบบาง 4มม. พร้อมกับอัตราส่วนต่อตัวเครื่องที่ 94% ครับถือว่าบางมากๆแต่ก็มีกล้องหน้าให้มาเน้นๆ ทางด้านสเปก RAM 16GB LPDDR4x Bus 4266MHz และใช้งาน SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB พร้อมกับ Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.0 และใช้งานแบต 4-Cell 66Wh แน่นอนว่าสายงานธุรกิจนั้นจะรองรับการใช้งาน VDO Call ที่เน้นมากกว่าเดิม พร้อมไมค์ 4 ตัว ที่รองรับระบบตัดเสียงพิเศษ และรองรับ สแกนนิ้ว รวมถึง การสแกนใบหน้าแบบ IR 3 มิติ ที่ใช้งานร่วมกับ Windows Hello และแน่นอนว่าใช้งาน Windows 10 Home ถือว่าเป็นสายคอมพิวเตอร์ทำงานเน้นๆ และที่สำคัญคือมาพร้อมกับ ทดสอบความทนทาน MIL–STD 810H Military Standard ที่ใช้งาน แมกนีเซียมลิเธียมอัลลอย ที่เป็นวัสดุที่เทพมากๆตัวนึงในตลาดตอนนี้ รวมถึงมีความสวย แข็งแรงและทำให้ตัวเครื่องเบาที่สุดได้เลย
ASUS EXPERTBOOK B9 นั้นมาพร้อมกับ ราคา 44,990 บาท และ 49,990 บาทในรุ่น Windows 10 Pro มาพร้อมกับการรับประกันที่เทพกว่ารุ่นทั่วไป ให้มาเต็มๆที่ การรับประกัน 3 Year Onsite Service: บริการตรวจซ่อมฟรีถึงที่ 3 ปี และ ประกัน 3 Year Global Warranty: ครอบคลุมการรับประกัน 3 ปีทั่วโลก และ 1 Year Perfect Warranty: เพิ่มการรับประกันอุบัติเหตุให้ใน 1 ปีแรก ถือว่าครบๆเลยครับตัวนี้สมกับเป็นคอมพิวเตอร์สายงาน ธุรกิจ และ เน้นความแข็งแรง และปลอดภัย
UNBOX
ตัวกล่องนั้นมีขนาดใหญ่และมีหลากหลายกล่องทั้งตัวกล่อง เครื่อง Expertbook และ ตัวกล่องที่ชาร์จที่สามารถปรับมาใช้งานเป็นที่วางเครื่องได้ด้วยเช่นกัน รวมถึงมีซองใส่เครื่องใส่เข้ามาให้ด้วยเช่นกันพร้อมกับตัวแปลง RJ45
- EXPERTBOOK B9
- ตัวซองใส่เครื่อง EXPERTBOOK
- ที่ชาร์จ USB-C
- ตัวแปลง micro HDMI port ไป RJ45
- คู่มือ
- กล่องเก็บที่ชาร์จ สามารถแปลงเป็นที่วางเครื่องได้
ตัวกล่องนั้นต้องบอกว่าเป็นกล่องที่ใส่ ที่ชาร์จมาให้พร้อมกับตัวแปลง RJ45 แน่นอนว่านอกเหนือจากเป็นกล่องที่ใส่ของมาให้แล้วนั้นสามารถเปิดออกมาและทำเป็นที่วางเครื่องที่ทำให้มีองศาเอียงมากขึ้นและใช้งานได้ถนัดมากขึ้น
เมื่อวางคอมพิวเตอร์ลงไปนั้นเราจะเห็นว่ามีการยกเครื่องขึ้นมาสูงมากๆในการใช้งาน แต่อาจจะไม่ได้เหมาะกับการวางมือพิมพ์อะไรเท่าไรครับ และ จะเน้นเป็นการตั้งโชว์หรือว่านำเสนองานต่างๆให้มีมุมมองที่ดีขึ้นได้ง่ายขึ้นนั้นเอง
DESIGN
งานออกแบบนั้นเราจะเห็นเลยว่าไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงถ้ามองเทียบกับรุ่น 9450 ก่อนหน้าเหมือนเป็นแค่การเปลี่ยนปรับสเปกเท่านั้นครับ ซึ่งจริงๆก็ถือว่าเป็นเรื่องที่รับได้เพราะว่ารุ่นก่อนนั้นก็มีการออกแบบมาได้ดีและตอบโจทย์ต่อการทำงาน สายธุรกิจต่างๆได้ครบอยู่แล้วนั้นเองทำให้ตัวนี้ไม่ต้องไปปรับอะไรเยอะมาก ยังคงทำหน้าที่ของมันได้ดี ทั้งความเบา และ บางทำให้มันเป็นคอมพิวเตอร์ที่เบาที่สุดในโลกในขนาด 14 นิ้วสำหรับสายธุรกิจนั้นเองครับ ส่วนวัสดุงานประกอบต้องบอกเลยว่าสมกับชื่อ Expertbook แน่นอนทั้ง แมกนีเซียมลิเทียมอัลลอย และหน้าจอที่ยืดหยุ่นมากๆในการใช้งานทั้งหมด อิสระเต็มที่ กางได้มากสุดที่ 180 องศาแบบในภาพข้างบนวางนอนราบไปทั้งหมดเลย
เมื่อมองในเครื่องทั้งหน้าและหลังเราจะเห็นว่าตัวเครื่องนั้นมีขนาดกระทัดรัดมากครับ ทั้งขอบหน้าจอที่บางมากๆและตัวเครื่องที่บางรวมถึงเมื่อมองเราจะเห็นว่าเนื้อวัสดุหรือพื้นผิวจะสัมผัสแตกต่างกับรุ่นทั่วไปทันทีครับ ทั้งด้านนอกและด้านใน ข้อดีนอกเหนือจากบาง เบาและแข็งแรงยังเป็นจุดที่ทำได้ดีมากๆทั้งเรื่องของการป้องกันรอยนิ้วมือ เวลาสัมผัสใช้งานรู้สึกพรีเมี่ยมจริงๆ ทางด้านการเก็บขอบงานทำได้ดีครับส่วนด้านหลังจะเป็นโลโก้ ASUS ตรงกลางเช่นเดิม
วัสดุตัวเครื่องแน่นอนว่าจะมาใช้งานในสี Star Black ที่จะเป็นพื้นสีดำแต่ก็มีความแววๆเป็นจุดๆคล้ายกับดวงดาวเสริมเข้ามาละเป็นผิวสัมผัสแบบด้านแต่ไม่สะสมรอยนิ้วมือ จริงๆอยากให้มือถือหรือเครื่องอื่นๆใช้งานแบบนี้บอกเลยว่าพรีเมี่ยมมากๆ เพราะว่านอกจากสวยแล้วยังมีความแข็งแรงและไม่เป็นรอยนิ้วมือด้วยจุดนี้ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียวครับ พร้อมกับได้ MIL–STD 810H US Military Standard ความแข็งแรง ปกป้องต่างๆนั้นจัดเต็มรวมถึงการขึ้นรูปชิ้นงานแบบชิ้นเดียวในหลายๆส่วนทำให้มันมีรอยต่อน้อยกว่าทั่วไปรวมถึงเวลาใช้งานก็มีความแน่นหนามากกว่าปกติ
ฐานด้านหลังดีไซน์แบบเรียบๆพร้อมกับช่องระบายอากาศในด้านหลังตรงกลาง รวมถึงลำโพงในขอบเครื่องด้านหน้าเราจะเห็นเลยว่าช่องระบายอากาศด้านหลังค่อนข้างน้อยมากๆและมีเน้นๆในส่วนด้านหลังเท่านั้น และเมื่องมองทะลุไปเราจะเห็น Heatpipe 1 เส้นในการระบายพร้อมกับ พัดลม 1 ตัวในด้านซ้ายเท่านั้นส่วนการอัพเกรดรองรับแค่การอัพ M.2 SSD เท่านั้น ซึ่งมีมาให้ 2 ช่อง แต่อีกช่องนึงนั้นจะใส่มาให้แล้วนั้นเอง ส่วน RAM เป็นแบบฝังมาเลยไม่สามารถเปลี่ยนหรืออัพเกรดได้นะครับ แต่การถอดนั้นจะต้องใช้หัว แฉกดาวแบบเล็กเท่านั้นถึงจะถอดออกมาได้นะครับ
หน้าจอขนาด 14 นิ้วเต็มๆตาพร้อมกับขอบหน้าจอที่ถือว่าบางและสวยงามมากๆตัวนึงทำให้ตัวนี้เป็นจอที่สวยและลงตัวเมื่อเทียบกับขนาดของตัวเครื่องของมัน และยังคงไม่ตัดออกทั้งในเรื่องของกล้องหน้า และ การสแกนใบหน้ารวมถึงมีไมค์มาให้มากถึง 4 ตัวกระจายตามตำแหน่งไป ส่วนด้านบนจะมี 2 ตัวครับ และกล้องหน้ามีที่ปิดมาให้ด้วย
ช่องระบายอากาศนั้นเราจะเห็นว่าขอบส่วนบนนั้นจะเป็นช่องระบายอากาศทั้งหมด รวมถึงยิงออกมาตรงขอบหน้าจอเหมือนรุ่นอื่นๆที่เราเห็นทั้งหมดในบรรดา Ultrabook ของค่ายนี้และการยกตัวเครื่อง Ergo Lift เองนั้นก็ถือว่าช่วยในเรื่องของการระบายหรือดูดอากาศได้ดีกว่าแบบเรียบๆเป็นจุดเด่นของ Asus Ergo Lift เลยก็ว่าได้ ส่วนวัสดุข้างในเป็นเหมือนกับทั้งเครื่องทั้งหมด แบบด้านแต่ไม่ติดรอยนิ้วมือครับ รวมถึงมีตำแหน่งการวางอะไรทำได้ดีเช่นกัน และสแกนนิ้วมาให้ในมุมขวาล่าง และปุ่มเปิดปิดเครื่องนั้นจะเป็นวัสดุที่แตกต่างกับรุ่นอื่นๆและมีสีดำทำให้เด่นแตกต่างขึ้น
ตัวขอบหน้าจอ Ergo Lift ทำให้คีย์บอร์ดทำมุม 5 องศายกขึ้นมาจะทำงานเมื่อกางหน้าจอประมาณ 145 องศาทำให้เวลาพิมพ์ใช้งานต่างๆนั้นตัวนี้จะไม่เมื่อยข้อมือ และพิมพ์งานอะไรได้สะดวกขึ้นเยอะมากๆถ้าเคยใช้งานแบบปกติมาก่อนครับ รวมถึงการเอียงขึ้นช่วยในเรื่องของการระบายอากาศที่เยอะมากๆ เวลาใช้งานจะเห็นช่องขนาดใหญ่ในด้านหลังและเพิ่มพื้นที่เหนือช่องระบายส่วนขอบบนตัวเครื่อง ใต้หน้าจอเพิ่มขึ้นด้วยจากการยกตัวเครื่องนั้นเอง ในด้านหน้านั้นเราจะเห็นว่ามีไฟสถานะแถบสีเด่นๆขึ้นมาซึ่งจริงๆตรงนี้จะเป็นไฟสถานะเวลาใช้งาน Alexa จะติดเป็นจังหวะสีต่างๆ แต่ถ้าไม่ได้ใช้งานก็จะเป็นสีขาว หรือถ้าเสียบชาร์จแบตเองนั้นจะเป็นสีเขียวแบบในภาพเด่นชัดเลย
SPEC
- CPU Intel Core i7-1165G7 (4C/8T : 2.80 – 4.70 GHz)
- GPU Intel Iris Xe Graphics
- RAM 16GB LPDDR4X 4266 MHz
- หน้าจอขนาด 14” LED-backlit, IPS Full HD (1920 x 1080), 16:9 aspect, anti-glare screen, 300nits brightness display ขอบบาง 4mm-thin bezel with 94% screen-to-body ratio, Wide 100% sRGB color gamut (NTSC: 72%) ใช้งาน IPS-level wide-view technology
- STORAGE SSD M.2 NVMe PCIe 1TB
- OS Windows 10 Home (64 Bit)
- มาตรฐานรองรับ MIL-STD 810H
- Keyboard Full-size, backlit, spill-resistant, with 1.5mm key travel
- Fingerprint sensor with Windows Hello support TouchPad 127 x 65mm
- Glass-covered with integrated NumberPad; intelligent palm-rejection
- Precision Touchpad (PTP) technology supports up to four-finger smart gestures
2 x Thunderbolt™ 3 USB-C™ (up to 40Gbps, DisplayPort and power delivery support)
1 x USB 3.1 Gen 2 Type-A
1 x HDMI
1 x RJ45 LAN via micro HDMI port
1 x Kensington® lock slot
1 x Audio combo jack
- Warranty : 3 Years On-site Service + 1 Year Perfect Warranty
- ลำโพง 2 integrated stereo speakers และ ลำโพง Certified by Harman Kardon
- Trusted Platform Module TPM 2.0 embedded security chip
Windows Hello with facial recognition / Fingerprint sensor / Webcam shield
Kensington lock slot / ASUS Business Manager with secure drive setting and lock control to USB storage devices
- 65W AC adapter with fast charging support ใช้งาน 4 -Cell 66Wh lithium-polymer long life rechargeable battery
[SR] รีวิว ASUS EXPERTBOOK B9 B9400 เบา 880 กรัม i7 Gen 11 วัสดุแมกนีเซียมลิเธียมอัลลอย !
ASUS EXPERTBOOK B9 ในปี 2021 นี้มาพร้อมกับสเปกที่ดีขึ้นแต่ดีไซน์เหมือนเดิมครับ และยังคงเป็น โน้ตบุ๊กสายทำงานหน้าจอ 14″ ที่เบาที่สุดในโลกทันทีครับ ด้วยขนาด และน้ำหนักรวมถึงใช้งานวัสดุแบบเทพๆทำให้มันมีความเป็นที่สุดในโลกได้ทันที 880 กรัมเท่านั้น หลักๆเลยคือเรื่องของวัสดุ แมกนีเซียมลิเธียมอัลลอย นั้นเอง ส่วนสเปกตัวนี้มีความน่าสนใจมากขึ้น แน่นอนว่าตอบโจทย์สายทำงานเน้นๆ ที่เน้นการพกพา เน้นการใช้งานที่สเถียรแม่นยำ ตัวนี้เลยออกมาตอบโจทย์แน่นอน และ การรับประกัน การทดสอบ การเพิ่มความแข็งแรงที่โหดขึ้นกว่ารุ่นทั่วไปทำได้ดีกว่าเยอะมากๆ เวลาสัมผัสตัวเครื่องงานออกแบบรู้เลยว่าออกแบบมาเพื่อสายธุรกิจเน้นๆครับ และใช้งาน CPU Intel Core i7 Gen 11 บน Tiger Lake และ มาตรฐาน intel EVO นั้นเอง ถือว่าแรงขึ้นแน่นอนครับ
ASUS EXPERTBOOK B9 9400 นั้นที่รีวิวจะมาพร้อมกับ Intel Core i7-1165G7 ที่ใช้งาน 4 คอร์ 8 เธรด ที่ความเร็ว 2.80 GHz – 4.70 GHz พร้อมกับ Tiger Lake 11 nm SuperFin ตัวล่าสุด และ ทางด้านการ์ดจอเป็น Intel Iris Xe Graphics ไม่ได้มีการ์ดจอแยกนะครับ เป็นปกติของ เน้นพกพา และ ใช้งานหน้าจอ 14 นิ้ว เป็นจอแบบด้าน FHD (1920 x 1080 ) ความสว่างสูงสุด 300nits ขอบบาง 4มม. พร้อมกับอัตราส่วนต่อตัวเครื่องที่ 94% ครับถือว่าบางมากๆแต่ก็มีกล้องหน้าให้มาเน้นๆ ทางด้านสเปก RAM 16GB LPDDR4x Bus 4266MHz และใช้งาน SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB พร้อมกับ Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.0 และใช้งานแบต 4-Cell 66Wh แน่นอนว่าสายงานธุรกิจนั้นจะรองรับการใช้งาน VDO Call ที่เน้นมากกว่าเดิม พร้อมไมค์ 4 ตัว ที่รองรับระบบตัดเสียงพิเศษ และรองรับ สแกนนิ้ว รวมถึง การสแกนใบหน้าแบบ IR 3 มิติ ที่ใช้งานร่วมกับ Windows Hello และแน่นอนว่าใช้งาน Windows 10 Home ถือว่าเป็นสายคอมพิวเตอร์ทำงานเน้นๆ และที่สำคัญคือมาพร้อมกับ ทดสอบความทนทาน MIL–STD 810H Military Standard ที่ใช้งาน แมกนีเซียมลิเธียมอัลลอย ที่เป็นวัสดุที่เทพมากๆตัวนึงในตลาดตอนนี้ รวมถึงมีความสวย แข็งแรงและทำให้ตัวเครื่องเบาที่สุดได้เลย
ASUS EXPERTBOOK B9 นั้นมาพร้อมกับ ราคา 44,990 บาท และ 49,990 บาทในรุ่น Windows 10 Pro มาพร้อมกับการรับประกันที่เทพกว่ารุ่นทั่วไป ให้มาเต็มๆที่ การรับประกัน 3 Year Onsite Service: บริการตรวจซ่อมฟรีถึงที่ 3 ปี และ ประกัน 3 Year Global Warranty: ครอบคลุมการรับประกัน 3 ปีทั่วโลก และ 1 Year Perfect Warranty: เพิ่มการรับประกันอุบัติเหตุให้ใน 1 ปีแรก ถือว่าครบๆเลยครับตัวนี้สมกับเป็นคอมพิวเตอร์สายงาน ธุรกิจ และ เน้นความแข็งแรง และปลอดภัย
UNBOX
ตัวกล่องนั้นมีขนาดใหญ่และมีหลากหลายกล่องทั้งตัวกล่อง เครื่อง Expertbook และ ตัวกล่องที่ชาร์จที่สามารถปรับมาใช้งานเป็นที่วางเครื่องได้ด้วยเช่นกัน รวมถึงมีซองใส่เครื่องใส่เข้ามาให้ด้วยเช่นกันพร้อมกับตัวแปลง RJ45
- EXPERTBOOK B9
- ตัวซองใส่เครื่อง EXPERTBOOK
- ที่ชาร์จ USB-C
- ตัวแปลง micro HDMI port ไป RJ45
- คู่มือ
- กล่องเก็บที่ชาร์จ สามารถแปลงเป็นที่วางเครื่องได้
ตัวกล่องนั้นต้องบอกว่าเป็นกล่องที่ใส่ ที่ชาร์จมาให้พร้อมกับตัวแปลง RJ45 แน่นอนว่านอกเหนือจากเป็นกล่องที่ใส่ของมาให้แล้วนั้นสามารถเปิดออกมาและทำเป็นที่วางเครื่องที่ทำให้มีองศาเอียงมากขึ้นและใช้งานได้ถนัดมากขึ้น
เมื่อวางคอมพิวเตอร์ลงไปนั้นเราจะเห็นว่ามีการยกเครื่องขึ้นมาสูงมากๆในการใช้งาน แต่อาจจะไม่ได้เหมาะกับการวางมือพิมพ์อะไรเท่าไรครับ และ จะเน้นเป็นการตั้งโชว์หรือว่านำเสนองานต่างๆให้มีมุมมองที่ดีขึ้นได้ง่ายขึ้นนั้นเอง
DESIGN
งานออกแบบนั้นเราจะเห็นเลยว่าไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงถ้ามองเทียบกับรุ่น 9450 ก่อนหน้าเหมือนเป็นแค่การเปลี่ยนปรับสเปกเท่านั้นครับ ซึ่งจริงๆก็ถือว่าเป็นเรื่องที่รับได้เพราะว่ารุ่นก่อนนั้นก็มีการออกแบบมาได้ดีและตอบโจทย์ต่อการทำงาน สายธุรกิจต่างๆได้ครบอยู่แล้วนั้นเองทำให้ตัวนี้ไม่ต้องไปปรับอะไรเยอะมาก ยังคงทำหน้าที่ของมันได้ดี ทั้งความเบา และ บางทำให้มันเป็นคอมพิวเตอร์ที่เบาที่สุดในโลกในขนาด 14 นิ้วสำหรับสายธุรกิจนั้นเองครับ ส่วนวัสดุงานประกอบต้องบอกเลยว่าสมกับชื่อ Expertbook แน่นอนทั้ง แมกนีเซียมลิเทียมอัลลอย และหน้าจอที่ยืดหยุ่นมากๆในการใช้งานทั้งหมด อิสระเต็มที่ กางได้มากสุดที่ 180 องศาแบบในภาพข้างบนวางนอนราบไปทั้งหมดเลย
เมื่อมองในเครื่องทั้งหน้าและหลังเราจะเห็นว่าตัวเครื่องนั้นมีขนาดกระทัดรัดมากครับ ทั้งขอบหน้าจอที่บางมากๆและตัวเครื่องที่บางรวมถึงเมื่อมองเราจะเห็นว่าเนื้อวัสดุหรือพื้นผิวจะสัมผัสแตกต่างกับรุ่นทั่วไปทันทีครับ ทั้งด้านนอกและด้านใน ข้อดีนอกเหนือจากบาง เบาและแข็งแรงยังเป็นจุดที่ทำได้ดีมากๆทั้งเรื่องของการป้องกันรอยนิ้วมือ เวลาสัมผัสใช้งานรู้สึกพรีเมี่ยมจริงๆ ทางด้านการเก็บขอบงานทำได้ดีครับส่วนด้านหลังจะเป็นโลโก้ ASUS ตรงกลางเช่นเดิม
วัสดุตัวเครื่องแน่นอนว่าจะมาใช้งานในสี Star Black ที่จะเป็นพื้นสีดำแต่ก็มีความแววๆเป็นจุดๆคล้ายกับดวงดาวเสริมเข้ามาละเป็นผิวสัมผัสแบบด้านแต่ไม่สะสมรอยนิ้วมือ จริงๆอยากให้มือถือหรือเครื่องอื่นๆใช้งานแบบนี้บอกเลยว่าพรีเมี่ยมมากๆ เพราะว่านอกจากสวยแล้วยังมีความแข็งแรงและไม่เป็นรอยนิ้วมือด้วยจุดนี้ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียวครับ พร้อมกับได้ MIL–STD 810H US Military Standard ความแข็งแรง ปกป้องต่างๆนั้นจัดเต็มรวมถึงการขึ้นรูปชิ้นงานแบบชิ้นเดียวในหลายๆส่วนทำให้มันมีรอยต่อน้อยกว่าทั่วไปรวมถึงเวลาใช้งานก็มีความแน่นหนามากกว่าปกติ
ฐานด้านหลังดีไซน์แบบเรียบๆพร้อมกับช่องระบายอากาศในด้านหลังตรงกลาง รวมถึงลำโพงในขอบเครื่องด้านหน้าเราจะเห็นเลยว่าช่องระบายอากาศด้านหลังค่อนข้างน้อยมากๆและมีเน้นๆในส่วนด้านหลังเท่านั้น และเมื่องมองทะลุไปเราจะเห็น Heatpipe 1 เส้นในการระบายพร้อมกับ พัดลม 1 ตัวในด้านซ้ายเท่านั้นส่วนการอัพเกรดรองรับแค่การอัพ M.2 SSD เท่านั้น ซึ่งมีมาให้ 2 ช่อง แต่อีกช่องนึงนั้นจะใส่มาให้แล้วนั้นเอง ส่วน RAM เป็นแบบฝังมาเลยไม่สามารถเปลี่ยนหรืออัพเกรดได้นะครับ แต่การถอดนั้นจะต้องใช้หัว แฉกดาวแบบเล็กเท่านั้นถึงจะถอดออกมาได้นะครับ
หน้าจอขนาด 14 นิ้วเต็มๆตาพร้อมกับขอบหน้าจอที่ถือว่าบางและสวยงามมากๆตัวนึงทำให้ตัวนี้เป็นจอที่สวยและลงตัวเมื่อเทียบกับขนาดของตัวเครื่องของมัน และยังคงไม่ตัดออกทั้งในเรื่องของกล้องหน้า และ การสแกนใบหน้ารวมถึงมีไมค์มาให้มากถึง 4 ตัวกระจายตามตำแหน่งไป ส่วนด้านบนจะมี 2 ตัวครับ และกล้องหน้ามีที่ปิดมาให้ด้วย
ช่องระบายอากาศนั้นเราจะเห็นว่าขอบส่วนบนนั้นจะเป็นช่องระบายอากาศทั้งหมด รวมถึงยิงออกมาตรงขอบหน้าจอเหมือนรุ่นอื่นๆที่เราเห็นทั้งหมดในบรรดา Ultrabook ของค่ายนี้และการยกตัวเครื่อง Ergo Lift เองนั้นก็ถือว่าช่วยในเรื่องของการระบายหรือดูดอากาศได้ดีกว่าแบบเรียบๆเป็นจุดเด่นของ Asus Ergo Lift เลยก็ว่าได้ ส่วนวัสดุข้างในเป็นเหมือนกับทั้งเครื่องทั้งหมด แบบด้านแต่ไม่ติดรอยนิ้วมือครับ รวมถึงมีตำแหน่งการวางอะไรทำได้ดีเช่นกัน และสแกนนิ้วมาให้ในมุมขวาล่าง และปุ่มเปิดปิดเครื่องนั้นจะเป็นวัสดุที่แตกต่างกับรุ่นอื่นๆและมีสีดำทำให้เด่นแตกต่างขึ้น
ตัวขอบหน้าจอ Ergo Lift ทำให้คีย์บอร์ดทำมุม 5 องศายกขึ้นมาจะทำงานเมื่อกางหน้าจอประมาณ 145 องศาทำให้เวลาพิมพ์ใช้งานต่างๆนั้นตัวนี้จะไม่เมื่อยข้อมือ และพิมพ์งานอะไรได้สะดวกขึ้นเยอะมากๆถ้าเคยใช้งานแบบปกติมาก่อนครับ รวมถึงการเอียงขึ้นช่วยในเรื่องของการระบายอากาศที่เยอะมากๆ เวลาใช้งานจะเห็นช่องขนาดใหญ่ในด้านหลังและเพิ่มพื้นที่เหนือช่องระบายส่วนขอบบนตัวเครื่อง ใต้หน้าจอเพิ่มขึ้นด้วยจากการยกตัวเครื่องนั้นเอง ในด้านหน้านั้นเราจะเห็นว่ามีไฟสถานะแถบสีเด่นๆขึ้นมาซึ่งจริงๆตรงนี้จะเป็นไฟสถานะเวลาใช้งาน Alexa จะติดเป็นจังหวะสีต่างๆ แต่ถ้าไม่ได้ใช้งานก็จะเป็นสีขาว หรือถ้าเสียบชาร์จแบตเองนั้นจะเป็นสีเขียวแบบในภาพเด่นชัดเลย
SPEC
- CPU Intel Core i7-1165G7 (4C/8T : 2.80 – 4.70 GHz)
- GPU Intel Iris Xe Graphics
- RAM 16GB LPDDR4X 4266 MHz
- หน้าจอขนาด 14” LED-backlit, IPS Full HD (1920 x 1080), 16:9 aspect, anti-glare screen, 300nits brightness display ขอบบาง 4mm-thin bezel with 94% screen-to-body ratio, Wide 100% sRGB color gamut (NTSC: 72%) ใช้งาน IPS-level wide-view technology
- STORAGE SSD M.2 NVMe PCIe 1TB
- OS Windows 10 Home (64 Bit)
- มาตรฐานรองรับ MIL-STD 810H
- Keyboard Full-size, backlit, spill-resistant, with 1.5mm key travel
- Fingerprint sensor with Windows Hello support TouchPad 127 x 65mm
- Glass-covered with integrated NumberPad; intelligent palm-rejection
- Precision Touchpad (PTP) technology supports up to four-finger smart gestures
2 x Thunderbolt™ 3 USB-C™ (up to 40Gbps, DisplayPort and power delivery support)
1 x USB 3.1 Gen 2 Type-A
1 x HDMI
1 x RJ45 LAN via micro HDMI port
1 x Kensington® lock slot
1 x Audio combo jack
- Warranty : 3 Years On-site Service + 1 Year Perfect Warranty
- ลำโพง 2 integrated stereo speakers และ ลำโพง Certified by Harman Kardon
- Trusted Platform Module TPM 2.0 embedded security chip
Windows Hello with facial recognition / Fingerprint sensor / Webcam shield
Kensington lock slot / ASUS Business Manager with secure drive setting and lock control to USB storage devices
- 65W AC adapter with fast charging support ใช้งาน 4 -Cell 66Wh lithium-polymer long life rechargeable battery
SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้