สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 11
ฝันจะเป็นเหมือนเขา ดูการจัดการการฉีดวัคซีนเค้าก่อน
ฉีดอย่างน้อย 1 เข็ม ไป 57.4% ครบ 2 เข็ม 36..7%
แล้ววัคซีนหลักที่เค้าใช้คือ Pfizer , Moderna
การจัดการวัคซีน ทำได้แบบโลก 1

แต่มองกราฟการติดเชื้อเค้ามันดีจริงๆ ที่พีคเดือน เมษา นั่น เมษา ปีที่แล้วนะครับ จากนั้นมาก็จัดการอยู่หมัดเลย รอดูตอนเปิดเมือง เปิดประเทศ อีกทีครับ ว่าจะมีระบาดเพิ่มมากน้อยแค่ไหน แต่ใช้วัคซีนดี ระบาดเพิ่มคงไม่มาก

มาเพิ่ม ไทย ให้ดู เพราะ จขกท บอกไทยไม่ช้า
วัคซีนจัดการแบบโลก 3 ทั้งประสิทธิภาพต่ำ และมาช้า กราฟกำลังทำ New High ทั้งยอดติดเชื้อ และโดยเฉพาะยอดตาย เลิกฝันหวานได้แล้วครับ ถ้าไม่มี Pfizer , Moderna มา ก็จบด้วย Lockdown ยอดถึงลง แล้วพอเปิดเมือง เปิดประเทศ กราฟพุ่งอีก ยาวๆไป
ฉีดอย่างน้อย 1 เข็ม ไป 57.4% ครบ 2 เข็ม 36..7%
แล้ววัคซีนหลักที่เค้าใช้คือ Pfizer , Moderna
การจัดการวัคซีน ทำได้แบบโลก 1

แต่มองกราฟการติดเชื้อเค้ามันดีจริงๆ ที่พีคเดือน เมษา นั่น เมษา ปีที่แล้วนะครับ จากนั้นมาก็จัดการอยู่หมัดเลย รอดูตอนเปิดเมือง เปิดประเทศ อีกทีครับ ว่าจะมีระบาดเพิ่มมากน้อยแค่ไหน แต่ใช้วัคซีนดี ระบาดเพิ่มคงไม่มาก

มาเพิ่ม ไทย ให้ดู เพราะ จขกท บอกไทยไม่ช้า
วัคซีนจัดการแบบโลก 3 ทั้งประสิทธิภาพต่ำ และมาช้า กราฟกำลังทำ New High ทั้งยอดติดเชื้อ และโดยเฉพาะยอดตาย เลิกฝันหวานได้แล้วครับ ถ้าไม่มี Pfizer , Moderna มา ก็จบด้วย Lockdown ยอดถึงลง แล้วพอเปิดเมือง เปิดประเทศ กราฟพุ่งอีก ยาวๆไป
Synonym11 ถูกใจ, Arden ถูกใจ, xpower ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2220410 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5221109 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 894959 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4529985 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6446174 ถูกใจ, Miss_Behaving ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1630720 ถูกใจรวมถึงอีก 3 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
การเมือง
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19)
วัคซีน (Vaccine)
⏹มาลาริน/น่าสนใจไหมคะ...สิงคโปร์แหวกแนว เลิกล็อกดาวน์ เลิกนับเคส เตรียมเปิดเศรษฐกิจ
วันที่ 30 มิ.ย. 2564 เวลา 18:30 น.
สิงคโปร์เปลี่ยนแผนรับมือ Covid-19 จากที่คุมสุดเข้ม หันมาป้องกันไวรัสระบาด ระดมฉีดวัคซีนเลิก เลิกนับตัวเลขคนติดเชื้อ เตรียมกลับไปใช้ชีวิตปกติ
ในขณะที่ประเทศแถบเอเชียแปซิฟิกอื่นๆ ต้องกลับมาใช้มาตรการคุมเข้ม Covid-19 กันอีกครั้ง เพื่อสกัดการแพร่กระจายของเชื้อสายพันธุ์เดลตาตัวร้าย แต่สิงคโปร์กลับสวนทางด้วยการเตรียมแผนเปิดประเทศเพื่อกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ
ก่อนหน้านี้สิงโปร์เป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้มาตรการสกัด Covid-19 เข้มงวดที่สุดประเทศหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นห้ามรับประทานอาหารในร้านอาหาร และให้พนักงานทำงานจากบ้าน ห้ามรวมกลุ่มกันเกิน 2 คนจากเดิมกำหนดไว้ที่ 5 คน ปิดยิม
ไปจนถึงห้ามบุคคลที่ไม่ใช่ผู้โดยสารเข้าไปในอาคารโดยสารของสนามบิน และปิดห้างสรรพสินค้าในบริเวณใกล้เคียงเพื่อทำการตรวจหาเชื้อพนักงานราว 9,000 คนหลังพบผู้ติดเชื้อที่สนามบินเมื่อเดือน พ.ค.
เรียกว่าทำทุกวิธีเพื่อให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อเป็น 0 ให้ได้เหมือนที่หลายประเทศพยายามทำอยู่
ทว่าวันนี้ โรดแม็พการรับมือ Covid-19 ของสิงคโปร์ที่เสนอโดยกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ โดยหลังจากนี้จะยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ ยกเลิกการติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศโดยไม่ต้องกักตัว อนุญาตให้รวมตัวกันกลุ่มใหญ่ หรือแม้กระทั่งยกเลิกการนับจำนวนผู้ติดเชื้อรายวัน
แม้ว่าโมเดลคุมตัวเลขผู้ติดเชื้อให้เป็น 0 จะช่วยให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อของสิงคโปร์ไม่สูงนักก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้สิงคโปร์มองว่าโมเดลนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้แล้ว เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ อีกทั้งวิธีนี้ยังไม่ยั่งยืนในระยะยาว และยังเสี่ยงที่สิงคโปร์ในฐานะฮับด้านการค้าขายจะตามไม่ทันเมืองศูนย์กลางด้านการเงินอื่นที่เริ่มเปิดประเทศแล้วอย่างฮ่องกง นิวยอร์ก
ดังนั้นสิงคโปร์จึงเปลี่ยนแนวทางมาอยู่ร่วมกับ Covid-19 แทน โดย Gan Kim Yong รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์, Lawrence Wong รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง และ Ong Ye Kung รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ระบุในบทความพิเศษของ The Straits Times ว่า “ข่าวร้ายคือ Covid-19 อาจไม่หายไป ข่าวดีคือเราใช้ชีวิตตามปกติกับมันได้”
จะทำอะไรบ้าง
ตามโรดแม็พใหม่ซึ่งตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า Covid-19 จะอยู่อีกหลายปี สิงคโปร์จะหันมาให้ความสำคัญกับ.....👇👇👇👇👇
👉การป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจาย
👉ระดมฉีดวัคซีนให้ประชาชน
👉เริ่มกระบวนการที่จะนำมาสู่การกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ
👉เปลี่ยนมารายงานเฉพาะตัวเลขผู้ติดเชื้อที่มีอาการรุนแรงหรือต้องเข้า ICU แทน
👉ให้ผู้ติดเชื้อรักษาตัวอยู่ที่บ้าน เพื่อไม่ให้ระบบสาธารณสุขท่วมท้นเกินไป
👉ตรวจหา Covid-19 เฉพาะเหตุการณ์สำคัญ อาทิ อีเว้นต์ใหญ่ ผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ แทนการตรวจหาเชื้อและกักตัวผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย โดยอาจใช้วิธีตรวจด้วยลมหายใจซึ่งทราบผลภายใน 1-2 นาที แทนการตรวจแบบ PCR tests ที่ต้องรอผลนาน
👉ขอความร่วมมือประชาชนมีความรับผิดชอบต่อสังคม เช่น รักษาสุขอนามัย หลีกเลี่ยงที่ที่คนเยอะหากไม่สบาย
👉วางแผนวัคซีนล่วงหน้าหลายๆ ปี เนื่องจากในอนาคตอาจต้องฉีดวัคซีนกระตุ้น
สำหรับการระดมฉีดวัคซีนนั้น นอกจากจะเปิดให้ผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองสิงคโปร์ลงทะเบียนฉีดวัคซีนแล้ว ทางการยังลดระยะเวลาการฉีดวัควีนระหว่างเข็มแรกกับเข็มสองจาก 6-8 สัปดาห์ เหลือ 4 สัปดาห์
ทั้งนี้ จนถึงวันที่ 29 มิ.ย. ชาวสิงคโปร์กว่า 57% ได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 เข็ม ขณะที่ 36.8% ได้รับครบทั้งสองเข็มแล้ว
Photo by Roslan RAHMAN / AFP
https://www.posttoday.com/wor
มีประชากรประมาณ 5.7 ล้านคน
ช่างน้อยมากๆเมื่อเทียบกับไทยที่มีประชากรประมาณ 70 ล้านคน
สิงคโปร์จะไม่ล็อกดาวน์ จะไม่นับคนติดเชื้อแล้ว จะเปิดด้านเศรษฐกิจ
สำหรับไทยเริ่มแล้วที่ ภูเก็ต รัฐบาลไทยไม่ช้าเหมือนกันนะคะ
ติดตามนโยบายนี้ของสิงคโปร์กันค่ะ ว่าจะนำร่องประเทศในอาเซียนได้หรือไม่
สู้ๆค่ะ