จวกชีวิตคนธรรมดาไม่เหมือนดารา 'ปู่72'รอเตียงจนตาย
https://www.dailynews.co.th/regional/852987
เพจดัง "เราต้องรอด" โพสต์สุดเศร้า คุณปู่วัย 72 ติดโควิดจนเสียชีวิต หลังนอนรอเตียงมานาน 7 วัน พร้อมขอโอกาสให้คุณย่าได้มีชีวิตอยู่ต่อ ด้านโซเชียล แห่ถล่ม 2 มาตรฐาน ดารา-ประชาชน
เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. มีรายงานว่า เพจ เฟซบุ๊ก "
เราต้องรอด" ได้โพสต์ข้อความระบุว่า
"รอเตียง 7 วัน คุณปู่ติดเตียง วัย 72 เสียชีวิตเเล้ว ก่อนจากไป เครื่องวัด oxygen ไม่สามารถจับค่าอะไรได้ ร่างกายไม่ตอบสนอง ตัวเย็น มือเท้าเขียว ทีมงาน #เราต้องรอด ทุกคนขอเเสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง"
ทั้งนี้ทางเพจยังระบุเพิ่มเติมด้วยว่า "
ขอโอกาสในการมีชีวิตอยู่ให้คุณย่าด้วยนะคะ ตอนนี้ท้องเสีย มีไข้ อ็อกซิเจนต่ำ อยู่ค่ะ"
อย่างไรก็ตามภายหลังข้อความถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกับดาราสาวท่านหนึ่งที่รู้ตัวเองว่าติดโควิด แต่วันรุ่งขึ้นกลับถูกส่งตัวเข้ารักษาทันที ส่วนชาวบ้านที่ติดเชื้อโควิดนั้นยังคงต้องรอต่อไปอย่างไม่มีกำหนด
ทั้งเพจดังกล่าว เปิดขึ้นมาเพื่อเป็นตัวแทนประสานหาเตียงให้กับผู้ป่วยได้เข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที หลังมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวนหลายคน และไม่สามารถหาเตียงในโรงพยาบาลเพื่อรักษาได้ โดยผู้ก่อตั้งเพจมาจากนักแสดงสาวกลุ่มหนึ่ง.
https://www.facebook.com/savethailandsafe/posts/134116592158003
อ.จุฬาฯ ยก รธน.มาตรา 26 ชี้รัฐออกคำสั่ง ไม่เตือนล่วงหน้า เพิ่มภาระ ต้องเยียวยา ปชช.
https://www.matichon.co.th/politics/news_2799631
วันนี้ (28 มิ.ย.) นาย
พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อเขียน ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว
“ผมไม่ได้บอกว่า รัฐ (ศบค.) เองไม่สามารถออกข้อกำหนดเพื่อบริหารจัดการป้องกัน หรือแก้ไขการระบาดของโควิดได้ แต่ต้องเข้าใจด้วยว่า การออกข้อกำหนดในแต่ละครั้งนั้น โดยสภาพแล้วย่อมกระทบต่อสิทธิเสรีภาพต่างๆ ของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การออกข้อกำหนดนี้ รัฐ (ศบค.) อาศัย ม.9 ของพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เป็นหลัก ซึ่งให้อำนาจกรณีมีความจำเป็น แต่ไม่ได้หมายความว่า หากเห็นว่า มีความจำเป็นเพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือป้องกันเหตุร้ายแรง (กรณีนี้คือการระบาดของโควิด) เมื่อไหร่แล้ว รัฐจะประกาศข้อกำหนดใดๆ ก็ได้ แต่การออกต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ ม.26 ด้วย นั่นหมายความว่า มาตรการที่ออกมาต้องไม่เพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ
ผมคงไม่ไปวิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์ว่า มาตรการของรัฐ (ศบค.) ที่ออกมาตามข้อกำหนด ข้อ 4 นี้โดยเนื้อหาแล้ว เป็นการเพิ่มภาระ หรือจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพเกินสมควรแก่เหตุหรือไม่ เช่น ร้านอาหารห้ามให้นั่งทานแต่ให้ซื้อกลับบ้าน ฯลฯ แต่แน่นอนว่า การประกาศมาโดยไม่มีการบอกกล่าวแจ้งเตือนประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ “ล่วงหน้า” ย่อมเป็นการเพิ่มภาระ หรือจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของพวกเขาเกินสมควรอย่างชัดเจน ทั้งๆ ที่ หากสังเกตให้ดีจะพบว่า ม.9 ของพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 นั้นเองก็บัญญัติไว้ในวรรคท้ายว่า “รัฐอาจกำหนดเงื่อนเวลาในการปฏิบัติตามข้อกำหนดเพื่อป้องกันมิให้เกิดความเดือนร้อนแก่ประชาชนเกินสมควรแก่เหตุ” ซึ่งก็เป็นไปตามหลักการที่รัฐธรรมนูญบัญญัติตามที่ผมได้อธิบายไปในข้างต้น ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ของกฎหมายก็เพื่อให้รัฐนั้นต้องระมัดระวังไม่ทำให้ประชาชนเกิดความเดือดร้อนอย่างไม่มีเหตุไม่มีผล
กรณีนี้รัฐต้องหาทางแก้ไขเยียวยาประชาชน (ผู้ประกอบการต่างๆ) ที่ได้รับผลกระทบจากการออกข้อกำหนด (ไม่ใช่แค่ กทม เท่านั้น แต่รวมถึงจังหวัดอื่นๆ ที่ข้อกำหนดมีผลบังคับใช้) ที่ไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าครั้งนี้ด้วย
#เจ็บแล้วโรคต้องจบ #ไม่ใช่ประชาชน #รัฐต้องคำนึงถึงผลกระทบที่ตามมาด้วยครับ
https://www.facebook.com/pornson.liengboonlertchai/posts/10159696035055979
ร้านบุฟเฟต์หมดหวัง สต็อกวัตถุดิบเหลือเพียบ
https://www.pptvhd36.com/news/news/เศรษฐกิจ/150413
หลังมีประกาศคำสั่งห้ามร้านอาหารเปิดให้ลูกค้านั่งกินในร้าน 30 วัน ทำให้ร้านปิ้งย่าง ชาบู และบริการบุฟเฟต์ต่างๆได้รับผลกระทบหนัก เพราะสต็อกวัตถุดิบไว้จำนวนมาก อย่างร้าน ชาบู ปิ้งย่าง ย่านนนทบุรี ประกาศอาจปิดกิจการถาวร เร่งระบายวัตถุดิบกว่า 100 กิโลกรัม วันนี้เจ้าของร้านเปิดตู้เย็นพาทีมข่าวไปดูวัตถุดิบต่างที่สต็อกไว้ ที่จากนี้ต้องปรับแผนการขาย พร้อมตัดพ้อรู้สึกสิ้นหวัง
เจ้าของร้าน คือนางสาว
ปานรวี วรรณโกมล พาทีมข่าวไปดูสต็อกวัตถุดิบบุฟเฟต์ต่างๆ ทั้งเนื้อหมู ปลาแซลม่อน อาหารทะเล ที่สั่งซื้อไว้ มากกว่า 100 กิโลกรัม เธอบอกว่าเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาตนเองได้ติดตามข่าว ทราบว่าทางรัฐจะไม่มีการประกาศล็อกดาวน์ อีกทั้งเป็นช่วงสิ้นเดือนที่ทางร้านจะสามารถกอบโกยขายของได้มากที่สุด จึงตัดสินใจสั่งสต๊อกสินค้าไว้จำนวนมาก แต่ต่อมาวันอาทิตย์ช่วงตีหนึ่ง
ทางรัฐบาลได้ประกาศล็อกดาวน์ไม่อนุญาตให้ร้านอาหารเปิดให้ลูกค้านั่งในร้านได้ 30วัน ทำให้ตนเองรู้สึกสิ้นหวังและไม่รู้จะเดินหน้ากิจการต่อยังไง เพราะทุกครั้งที่มีการล็อกดาวน์ตนเองประสบปัญหาขาดทุนมาโดยตลอด เพราะต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่าย ทั้งจ้างค่าลูกน้อง ค่าเช่าพื้นที่ร้าน ค่าน้ำค่าไฟ รวมถึงค่าวัตถุดิบต่างๆ เกือบ 100,000 บาท ต่อเดือน
จึงคิดว่าหลังจากนี้อาจจะไม่กลับมาทำร้านบุฟเฟ่แล้ว จากนี้ต้องรอให้สถานการณ์ทุกอย่างดีขึ้นก่อน ถึงกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ส่วนการปรับตัวหลังล็อกดาวน์ เจ้าของร้านบอกว่า เร่งระบายวัตถุดิบที่ค้างสต๊อก จัดขายกิโลละ 159 บาท แถมน้ำซุปและน้ำจิ้ม และจะขายอาหารตามสั่งทั่วไป จัดโปรโมชั่น 3 ห่อ 100 บาท เพื่อหารายได้และงานให้กับลูกน้องในช่วงนี้ไปก่อน ส่วนคนที่ตกงาน ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน สามารถรับไปกินได้ฟรี
เช่นเดียวกับเจ้าของธุรกิจร้านค้าร้านอาหารหลายแห่ง ออกมาโพสต์ saveร้านอาหาร หนึ่งในนั้นคือ นาย
สตีฟ สรเทพ เจ้าของร้านอาหาร Steve Cafe & Cuisine (สตีฟ คาเฟ่แอนด์คุยซีน) และร้านแพท คาเฟ่ โบราณ ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงประกาศล็อกดาวน์ครั้งนี้ว่าเหมือนเป็นการลักหลับประชาชน ทั้งที่มีการประชุมและมีข้อสรุปตั้งแต่วันศุกร์ตอนช่วงบ่าย พร้อมโพสต์ประกาศว่าร้านอาหารไหน ชาบู หรือหมูกระทะ หากมีวัตถุดิบของสดระบายไม่ทัน ทางร้านจะช่วยรับซื้อ
ทีมข่าวพูดคุยกับ นาย
สตีฟมองว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีคลัตเตอร์โควิด-19 ในร้านอาหาร แต่ทุกครั้งที่มีการสั่งปิด ผู้ประกอบการก็ปฏิบัติตามมาโดยตลอด แต่คำสั่งล็อกดาวน์ที่ออกมาล่าสุดช่วงตีหนึ่ง ตนเองไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะตามปกติแล้วร้านอาหารจัดสต๊อกสินค้าไว้ทุกวันศุกร์ หากบอกกระทันหันแบบนี้ผู้ประกอบการไม่สามารถตั้งตัวได้ทันและไม่สามารถบริหารจัดการสินค้าค้างสต๊อกได้
สำหรับร้านอาหารและคาเฟ่ทั้งหมด4 สาขา ซึ่งก็ประสบปัญหาขาดทุนและต้องแบบรับภาระค่าใช้จ่ายเดือนละกว่าหนึ่งล้านบาท รวมถึงมีหนี้สินจากการกู้เงินมาทำร้านเช่นเดียวกัน แต่ก็ยังเห็นใจผู้ประกอบการขนาดเล็กที่มีทุนซื้อสินค้าวันต่อวัน อย่างร้านชาบู หมูกะทะ ตอนนี้ตนเองจึงตั้งใจอยากช่วยรับซื้อวัตถุดิบจากผู้ประกอบการกลุ่มนี้ เพื่อทำอาหารแจกจ่ายให้คนตกงานและบุคลากรทางการแพทย์ จะได้ถือเป็นการช่วยเหลือ ทั้งผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปด้วย
นาย
สตีฟ บอกว่าหากดูในประกาศคำสั่ง มีการสั่งปิดแคมป์คนงานเป็นเวลา 30 วันเช่นเดียวกันกับร้านอาหาร แต่สิ่งที่แตกต่างคือในประกาศมีมาตรการเยียวยากลุ่มแรงงานออกมาด้วย แต่สำหรับร้านอาหารกลับไม่มีมาตรการเยียวยาใดๆออกมาเลย ทำให้ตอนนี้กลุ่มผู้ประกอบการต้องลุกขึ้นมาช่วยเหลือกันเอง
JJNY : 4in1 'ปู่72'รอเตียงจนตาย│อ.จุฬาฯชี้รัฐออกคำสั่ง ต้องเยียวยาปชช.│ร้านบุฟเฟต์หมดหวังสต็อกเหลือเพียบ│กมธ.งบฯงดประชุม
https://www.dailynews.co.th/regional/852987
เพจดัง "เราต้องรอด" โพสต์สุดเศร้า คุณปู่วัย 72 ติดโควิดจนเสียชีวิต หลังนอนรอเตียงมานาน 7 วัน พร้อมขอโอกาสให้คุณย่าได้มีชีวิตอยู่ต่อ ด้านโซเชียล แห่ถล่ม 2 มาตรฐาน ดารา-ประชาชน
เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. มีรายงานว่า เพจ เฟซบุ๊ก "เราต้องรอด" ได้โพสต์ข้อความระบุว่า
"รอเตียง 7 วัน คุณปู่ติดเตียง วัย 72 เสียชีวิตเเล้ว ก่อนจากไป เครื่องวัด oxygen ไม่สามารถจับค่าอะไรได้ ร่างกายไม่ตอบสนอง ตัวเย็น มือเท้าเขียว ทีมงาน #เราต้องรอด ทุกคนขอเเสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง"
ทั้งนี้ทางเพจยังระบุเพิ่มเติมด้วยว่า "ขอโอกาสในการมีชีวิตอยู่ให้คุณย่าด้วยนะคะ ตอนนี้ท้องเสีย มีไข้ อ็อกซิเจนต่ำ อยู่ค่ะ"
อย่างไรก็ตามภายหลังข้อความถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกับดาราสาวท่านหนึ่งที่รู้ตัวเองว่าติดโควิด แต่วันรุ่งขึ้นกลับถูกส่งตัวเข้ารักษาทันที ส่วนชาวบ้านที่ติดเชื้อโควิดนั้นยังคงต้องรอต่อไปอย่างไม่มีกำหนด
ทั้งเพจดังกล่าว เปิดขึ้นมาเพื่อเป็นตัวแทนประสานหาเตียงให้กับผู้ป่วยได้เข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที หลังมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวนหลายคน และไม่สามารถหาเตียงในโรงพยาบาลเพื่อรักษาได้ โดยผู้ก่อตั้งเพจมาจากนักแสดงสาวกลุ่มหนึ่ง.
https://www.facebook.com/savethailandsafe/posts/134116592158003
อ.จุฬาฯ ยก รธน.มาตรา 26 ชี้รัฐออกคำสั่ง ไม่เตือนล่วงหน้า เพิ่มภาระ ต้องเยียวยา ปชช.
https://www.matichon.co.th/politics/news_2799631
วันนี้ (28 มิ.ย.) นายพรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อเขียน ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว
“ผมไม่ได้บอกว่า รัฐ (ศบค.) เองไม่สามารถออกข้อกำหนดเพื่อบริหารจัดการป้องกัน หรือแก้ไขการระบาดของโควิดได้ แต่ต้องเข้าใจด้วยว่า การออกข้อกำหนดในแต่ละครั้งนั้น โดยสภาพแล้วย่อมกระทบต่อสิทธิเสรีภาพต่างๆ ของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การออกข้อกำหนดนี้ รัฐ (ศบค.) อาศัย ม.9 ของพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เป็นหลัก ซึ่งให้อำนาจกรณีมีความจำเป็น แต่ไม่ได้หมายความว่า หากเห็นว่า มีความจำเป็นเพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือป้องกันเหตุร้ายแรง (กรณีนี้คือการระบาดของโควิด) เมื่อไหร่แล้ว รัฐจะประกาศข้อกำหนดใดๆ ก็ได้ แต่การออกต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ ม.26 ด้วย นั่นหมายความว่า มาตรการที่ออกมาต้องไม่เพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ
ผมคงไม่ไปวิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์ว่า มาตรการของรัฐ (ศบค.) ที่ออกมาตามข้อกำหนด ข้อ 4 นี้โดยเนื้อหาแล้ว เป็นการเพิ่มภาระ หรือจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพเกินสมควรแก่เหตุหรือไม่ เช่น ร้านอาหารห้ามให้นั่งทานแต่ให้ซื้อกลับบ้าน ฯลฯ แต่แน่นอนว่า การประกาศมาโดยไม่มีการบอกกล่าวแจ้งเตือนประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ “ล่วงหน้า” ย่อมเป็นการเพิ่มภาระ หรือจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของพวกเขาเกินสมควรอย่างชัดเจน ทั้งๆ ที่ หากสังเกตให้ดีจะพบว่า ม.9 ของพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 นั้นเองก็บัญญัติไว้ในวรรคท้ายว่า “รัฐอาจกำหนดเงื่อนเวลาในการปฏิบัติตามข้อกำหนดเพื่อป้องกันมิให้เกิดความเดือนร้อนแก่ประชาชนเกินสมควรแก่เหตุ” ซึ่งก็เป็นไปตามหลักการที่รัฐธรรมนูญบัญญัติตามที่ผมได้อธิบายไปในข้างต้น ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ของกฎหมายก็เพื่อให้รัฐนั้นต้องระมัดระวังไม่ทำให้ประชาชนเกิดความเดือดร้อนอย่างไม่มีเหตุไม่มีผล
กรณีนี้รัฐต้องหาทางแก้ไขเยียวยาประชาชน (ผู้ประกอบการต่างๆ) ที่ได้รับผลกระทบจากการออกข้อกำหนด (ไม่ใช่แค่ กทม เท่านั้น แต่รวมถึงจังหวัดอื่นๆ ที่ข้อกำหนดมีผลบังคับใช้) ที่ไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าครั้งนี้ด้วย
#เจ็บแล้วโรคต้องจบ #ไม่ใช่ประชาชน #รัฐต้องคำนึงถึงผลกระทบที่ตามมาด้วยครับ
https://www.facebook.com/pornson.liengboonlertchai/posts/10159696035055979
ร้านบุฟเฟต์หมดหวัง สต็อกวัตถุดิบเหลือเพียบ
https://www.pptvhd36.com/news/news/เศรษฐกิจ/150413
หลังมีประกาศคำสั่งห้ามร้านอาหารเปิดให้ลูกค้านั่งกินในร้าน 30 วัน ทำให้ร้านปิ้งย่าง ชาบู และบริการบุฟเฟต์ต่างๆได้รับผลกระทบหนัก เพราะสต็อกวัตถุดิบไว้จำนวนมาก อย่างร้าน ชาบู ปิ้งย่าง ย่านนนทบุรี ประกาศอาจปิดกิจการถาวร เร่งระบายวัตถุดิบกว่า 100 กิโลกรัม วันนี้เจ้าของร้านเปิดตู้เย็นพาทีมข่าวไปดูวัตถุดิบต่างที่สต็อกไว้ ที่จากนี้ต้องปรับแผนการขาย พร้อมตัดพ้อรู้สึกสิ้นหวัง
เจ้าของร้าน คือนางสาวปานรวี วรรณโกมล พาทีมข่าวไปดูสต็อกวัตถุดิบบุฟเฟต์ต่างๆ ทั้งเนื้อหมู ปลาแซลม่อน อาหารทะเล ที่สั่งซื้อไว้ มากกว่า 100 กิโลกรัม เธอบอกว่าเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาตนเองได้ติดตามข่าว ทราบว่าทางรัฐจะไม่มีการประกาศล็อกดาวน์ อีกทั้งเป็นช่วงสิ้นเดือนที่ทางร้านจะสามารถกอบโกยขายของได้มากที่สุด จึงตัดสินใจสั่งสต๊อกสินค้าไว้จำนวนมาก แต่ต่อมาวันอาทิตย์ช่วงตีหนึ่ง
ทางรัฐบาลได้ประกาศล็อกดาวน์ไม่อนุญาตให้ร้านอาหารเปิดให้ลูกค้านั่งในร้านได้ 30วัน ทำให้ตนเองรู้สึกสิ้นหวังและไม่รู้จะเดินหน้ากิจการต่อยังไง เพราะทุกครั้งที่มีการล็อกดาวน์ตนเองประสบปัญหาขาดทุนมาโดยตลอด เพราะต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่าย ทั้งจ้างค่าลูกน้อง ค่าเช่าพื้นที่ร้าน ค่าน้ำค่าไฟ รวมถึงค่าวัตถุดิบต่างๆ เกือบ 100,000 บาท ต่อเดือน
จึงคิดว่าหลังจากนี้อาจจะไม่กลับมาทำร้านบุฟเฟ่แล้ว จากนี้ต้องรอให้สถานการณ์ทุกอย่างดีขึ้นก่อน ถึงกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ส่วนการปรับตัวหลังล็อกดาวน์ เจ้าของร้านบอกว่า เร่งระบายวัตถุดิบที่ค้างสต๊อก จัดขายกิโลละ 159 บาท แถมน้ำซุปและน้ำจิ้ม และจะขายอาหารตามสั่งทั่วไป จัดโปรโมชั่น 3 ห่อ 100 บาท เพื่อหารายได้และงานให้กับลูกน้องในช่วงนี้ไปก่อน ส่วนคนที่ตกงาน ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน สามารถรับไปกินได้ฟรี
เช่นเดียวกับเจ้าของธุรกิจร้านค้าร้านอาหารหลายแห่ง ออกมาโพสต์ saveร้านอาหาร หนึ่งในนั้นคือ นายสตีฟ สรเทพ เจ้าของร้านอาหาร Steve Cafe & Cuisine (สตีฟ คาเฟ่แอนด์คุยซีน) และร้านแพท คาเฟ่ โบราณ ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงประกาศล็อกดาวน์ครั้งนี้ว่าเหมือนเป็นการลักหลับประชาชน ทั้งที่มีการประชุมและมีข้อสรุปตั้งแต่วันศุกร์ตอนช่วงบ่าย พร้อมโพสต์ประกาศว่าร้านอาหารไหน ชาบู หรือหมูกระทะ หากมีวัตถุดิบของสดระบายไม่ทัน ทางร้านจะช่วยรับซื้อ
ทีมข่าวพูดคุยกับ นายสตีฟมองว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีคลัตเตอร์โควิด-19 ในร้านอาหาร แต่ทุกครั้งที่มีการสั่งปิด ผู้ประกอบการก็ปฏิบัติตามมาโดยตลอด แต่คำสั่งล็อกดาวน์ที่ออกมาล่าสุดช่วงตีหนึ่ง ตนเองไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะตามปกติแล้วร้านอาหารจัดสต๊อกสินค้าไว้ทุกวันศุกร์ หากบอกกระทันหันแบบนี้ผู้ประกอบการไม่สามารถตั้งตัวได้ทันและไม่สามารถบริหารจัดการสินค้าค้างสต๊อกได้
สำหรับร้านอาหารและคาเฟ่ทั้งหมด4 สาขา ซึ่งก็ประสบปัญหาขาดทุนและต้องแบบรับภาระค่าใช้จ่ายเดือนละกว่าหนึ่งล้านบาท รวมถึงมีหนี้สินจากการกู้เงินมาทำร้านเช่นเดียวกัน แต่ก็ยังเห็นใจผู้ประกอบการขนาดเล็กที่มีทุนซื้อสินค้าวันต่อวัน อย่างร้านชาบู หมูกะทะ ตอนนี้ตนเองจึงตั้งใจอยากช่วยรับซื้อวัตถุดิบจากผู้ประกอบการกลุ่มนี้ เพื่อทำอาหารแจกจ่ายให้คนตกงานและบุคลากรทางการแพทย์ จะได้ถือเป็นการช่วยเหลือ ทั้งผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปด้วย
นายสตีฟ บอกว่าหากดูในประกาศคำสั่ง มีการสั่งปิดแคมป์คนงานเป็นเวลา 30 วันเช่นเดียวกันกับร้านอาหาร แต่สิ่งที่แตกต่างคือในประกาศมีมาตรการเยียวยากลุ่มแรงงานออกมาด้วย แต่สำหรับร้านอาหารกลับไม่มีมาตรการเยียวยาใดๆออกมาเลย ทำให้ตอนนี้กลุ่มผู้ประกอบการต้องลุกขึ้นมาช่วยเหลือกันเอง