รับคำท้า(หัวใจ)ยัยตัวแสบ ตอนที่5 ตายล่ะ! หมอนี่มีไข้?

ตอนที่แล้ว  ตอนที่ 4 https://pantip.com/topic/40794954

บคำท้า(หัวใจ)ยัยตัวแสบ
ตอนที่5 
            “นี่! นาย!” 

            ปริมาตกใจดึงมือตนเองหลบไม่ทันเมื่อเพื่อนพี่ชายคว้ามือของเธอไปแปะไว้บนหน้าผากของตัวเองมือของชายหนุ่มนั้นร้อนมาก ไม่ต่างจากหน้าผากของเขาเลย ‘ตายล่ะ! หมอนี่มีไข้ด้วย!! ซวยล่ะสิ!’

            “เชื่อรึยัง?” ใบหน้าอันซีดเซียวจากความอ่อนเพลียของปฏิการ  หันไปสบตากับเธอ ก่อนจะลดมือลงจากหน้าผากตนเอง ปล่อยมือเล็ก ๆ นั้นคืนเจ้าของ  สายตาเขาเหลือบเห็นรีโมทวางอยู่ข้างตัวน้องสาวเพื่อน ชายหนุ่มรีบหันไปหาเพื่อนซี้ทันที
            “ปรามข้าขอดูรายการวอยซ์ออฟเดอะสตาร์หน่อยนะ  ข้าไปประกวดร้องเพลง  วันนี้เขาจะเอามาออกอากาศ”  แล้วหันไปทางน้องสาวเพื่อนเอื้อมมือคว้ารีโมท  แต่อีกฝ่ายนั้นไวกว่า เขาจึงคว้ามือเธอที่จับรีโมทไว้มาด้วย

            “ป่วยก็ไปนอนสิ!” ปริมายื้อรีโมทเข้าหาตัวเอง พยายามดึงให้หลุดจากฝ่ามือใหญ่โตของอีกฝ่ายให้ได้!
            “ส่งรีโมทมานี่!” เสียงปรามดุทั้งคู่  “แย่งกันเป็นเด็ก ๆ ไปได้”
            ปริมาจึงยอมปล่อยมือจากรีโมทอย่างเสียไม่ได้ยอมให้หนุ่มผมยาวเอารีโมทส่งต่อให้พี่ชาย
            “เอางี้นะดูสลับกัน  เดี๋ยวดูของการก่อน  พอโฆษณาค่อยดูของปริมโอเคนะ” คำตัดสินของปรามถือเป็นที่สิ้นสุด  เขาพูดแล้วชี้รีโมทไปยังช่องที่มีรายการประกวดร้องเพลง

            น้องสาวเจ้าของบ้านได้แต่ทำหน้าเซ็ง โกรธ! พี่ชายตัวดีเข้าข้างเพื่อนอีกแล้ว! เพราะนายปฏิการคนเดียวทำให้เธออดดูพระเอกคนโปรดเลย ทำไมต้องมาแย่งเธอดูด้วย ทำยังกับอยู่บ้านตัวเองอย่างนั้นแหละ! คำว่าเกรงใจน่ะมีมั้ย? ได้แต่บ่นอยู่ในใจคนเดียว เธอจำใจนั่งดูรายการประกวดร้องเพลงไปพลาง ๆ เพื่อรอโฆษณา  แต่ยิ่งโกรธหนักเข้าไปอีกเมื่อหนุ่มหน้าซีดหันมาส่งยิ้มกวนบาทา ยักคิ้วกวนประสาทให้กับเธอ  ประมาณว่า ‘เสียใจด้วยนะจ๊ะ’
            ภาพบนจอทีวีในรายการวอยซ์ออฟเดอะสตาร์ฉายไปบนเวทีขณะนักร้องกำลังร้องเพลง แต่เสียงเพลงนั้นผิดคีย์ไปค่อนข้างมาก ไฟสีแดงเป็นรูปกากบาทปรากฏขึ้นบนหน้าแท่นของกรรมการทั้งสี่คน พร้อมกับเสียงไซเรนเหมือนรถพยาบาล เป็นอันรู้กันว่า นักร้องต้องหยุดร้องทันทีเมื่อกรรมการตัดสินไม่ให้ผ่าน

            ปฏิการเอนตัวพิงกับพนักโซฟา ยกมือมาประสานกันไว้ที่หน้าท้องของตนเอง ท้องของเขายังไม่ปกติเหมือนกำลังมีคลื่นวนอยู่ในลำไส้ เขาตบท้องตัวเองเบา ๆ  อย่างขอร้อง! อย่าเพิ่งปวดถ่ายตอนนี้ เย็นไว้... นั่งมองหน้าจอด้วยใจจดจ่อเพราะนักร้องคนต่อไป ที่ก้าวขึ้นมาบนเวทีคือ ตัวเขาเอง 
            “เท่ไม่เบาเลยว่ะ!” ปรามหันไปยกหมัดกระแทกต้นแขนเพื่อนเบา ๆ เมื่อมองเห็นชายหนุ่มผมยาวหวีผมเรียบแปล้ สวมสูทสีขาวทั้งชุดเดินออกมาบนเวที แสงสปอร์ตไลท์สาดมาจับใบหน้าขาวละมุนของเพื่อนซี้  ทำให้เขาดูมีออร่าสว่างไปทั้งเวทีราวกับดาวฤกษ์กำลังส่องแสง
            “ยืมเขามา” ปฏิการรู้สึกเขินเมื่อมองเห็นตัวเอง พลางยกมือข้างหนึ่งขึ้นมากัดเล็บเบา ๆ อย่างตื่นเต้นที่จะได้เห็นตัวเองร้องเพลง
            “แนะนำตัวเลยค่ะ” เสียงกรรมการบอกและส่งรอยยิ้มให้
            หนุ่มชุดขาวบนเวทีส่งยิ้มอย่างรู้สึกเขิน ก่อนจะรวบรวมความกล้าพูดแนะนำตัว

            “สวัสดีครับ ผมชื่อ ปฏิการ  ปฏิภาคทวีกานต์  วันนี้ผมจะมาร้องเพลง  คิดถึงเหลือเกินขอมอบเพลงนี้ให้กับผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับผมมาตลอด คอยดูแลและคอยเป็นกำลังใจ  สนับสนุนให้ผมได้ทำสิ่งที่ผมรัก  คือการร้องเพลง แม้ว่าวันนี้  เราไม่มีโอกาสได้อยู่ด้วยกันอีกแล้ว  ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหนก็ตาม  ขอบคุณเวทีแห่งนี้  ที่จะเป็นสื่อกลาง ส่งผ่านความคิดถึงที่ผมมี...ไปยังผู้หญิงคนนั้น  หวังว่าเธอคงได้ยินและรับรู้...ว่าผม...คิดถึงเธอมากแค่ไหน”  เขาหยุดพูดลงไปชั่วอึดใจก่อนจะพูดต่อไป

            “ผู้หญิงคนนั้นคือ...แม่...ของผมครับ” 

            อินโทรของเพลงคิดถึงเหลือเกินบรรเลงขึ้นมาเมื่อเขาพูดจบลง 

            ไกล.............
            อาจจะไกล..........แสนไกล............อาจจะไกล....จนสุดสายตา....

            เขาทอดเสียงผ่านไมโครโฟนที่ค่อย ๆ ยกขึ้นสูง  และดึงห่างออกไป ส่งผ่านความรู้สึก.... ช่างห่างไกลเหลือเกิน....ส่งผ่านความคิดถึงไปยังคนที่เขารัก ที่ไม่เคยรู้ว่า ตอนนี้...เธออยู่ที่ไหน และอยู่ไกลเกินกว่าสายตาของเขาจะค้นหาได้

            เสียงปรบมือดังขึ้นลั่นหอประชุมใหญ่และตกตะลึงในน้ำเสียงที่แฝงด้วยพลังราวกับกำลังอยู่ใต้มนต์สะกดแห่งความคิดถึงของผู้เข้าประกวด
            เราห่างกัน....อาจจะไกล...สุดฟ้า........
               
            กรรมการทุกคนกดปุ่มเครื่องหมายผ่านพร้อมกันทั้งสี่คนด้วยความประหลาดใจอย่างมากที่เขาขึ้นเสียงสูงได้ดีและน่าฟังมาก   ไฟสีเขียวเป็นเครื่องหมายถูกปรากฏขึ้นหน้าแท่นของกรรมการแต่ละท่าน 
 
            อาจจะเกิน...ที่จะพบกัน
            แต่ความห่างไกล...ไม่เคย...ห้ามใจ
            ที่ยังคิดถึง...ส่งไปให้ถึง....ใจเธอ
               
            .....อยากจะบอก....เธอ..... คิดถึงเธอ.....เหลือเกิน.......
 
            ยังไม่ลืม...ที่ได้เคย...ใกล้กัน
            ไม่ลืมวัน...และคืน...นั้นเลย
            ยังไม่ลืม...ที่เราคุ้นเคย
            ที่เราผูกพัน ก่อนจากกัน
            จนไกลแสนไกล
            แต่ความห่างไกล...ไม่เคยห้ามใจ
            ที่ยังคิดถึง....ส่งไปให้ถึงใจเธอ…
            .....อยากจะบอก....เธอ..... คิดถึงเธอ.....เหลือเกิน.......
 
            เสียงดนตรีเงียบลงไปชั่วอึดใจเดียว แล้วบรรเลงขึ้นมาใหม่
 
            คิดถึงเธอ.....เหลือเกิน.......
            คิดถึงเธอ.....เหลือเกิน.......
            คิดถึงเธอ.....เหลือเกิน.......
 
            เขาร้องขึ้นเสียงสูงมากซ้ำ ๆ ประโยคเดียวกัน  ปลดปล่อยพลังเสียงแห่งความคิดถึงจนสุดเสียงในประโยคสุดท้ายกระจายออกไปจนทั่วหอประชุม ทุกคนในที่นั้นสัมผัสถึงความคิดถึงของเขาที่กระแทกเข้าไปข้างในของหัวใจ

            .....อยากจะบอก...เธอ..... คิดถึงเธอ.....เหลือเกิน.......

            เสียงดนตรีหยุดลงเงียบสนิท สองมือจับไมค์แน่นก่อนจะถ่ายทอดเสียงออกไป พร้อมกับหลับตาลง

            .....อยากจะบอกเธอ.....
            คิดถึงเธอ.....
            เหลือ............เกิน.......
 
            สิ้นเสียงร้องของเขาที่หายไปในลำคอนั้น  ทุกคนในหอประชุมลุกขึ้นยืนตบมือจนดังสนั่นด้วยความซาบซึ้งกับบทเพลงนี้

            ปรามยกมือบีบไหล่เพื่อนหนุ่มเบา ๆ เพลงที่เพื่อนร้องออกมาจากหัวใจ ทำให้เขาสัมผัสความรู้สึกของความคิดถึงที่มีมากมายเหลือเกิน และมันทำให้เขาคิดถึงแม่ที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับเช่นกัน
            “แกร้องดีมาก” เขามองหน้าเพื่อนที่กำลังยิ้มและมีน้ำตาคลออยู่

            ปริมานิ่งอึ้งกับพลังเสียงของหนุ่มผมยาวที่กลั่นความคิดถึงผ่านบทเพลงแทรกเข้าไปอยู่ในหัวใจของเธอ ไม่รู้เลยผู้ชายมาดกวนอย่างเขาจะร้องเพลงได้ดีและเต็มเปี่ยมด้วยพลังขนาดนี้

            ปฏิการหยิบรีโมทส่งให้น้องสาวเพื่อน
            เธอมองเขาอย่างงุนงงขณะรับรีโมทคืนมา 
            “ข้าไปก่อนนะข้าศึกบุกอีกแล้ว” เขารู้สึกปวดท้องถ่ายอีกแล้ว  หัวหนักอึ้งไปหมดด้วยฤทธิ์ไข้ ชักไม่แน่ใจตัวเอง ว่ามันคุ้มรึเปล่าที่ยอมทำแบบนี้  แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้  ปรามคงไม่ให้อยู่ที่นี่ต่อ ต้องไล่กลับบ้านแน่นอน เขาจำนนต่อเหตุผลและความหวังดีของเพื่อนคนนี้เสมอ

            ปรามขยับตัวเข้ามานั่งข้างน้องสาวที่นั่งนิ่งเงียบจนผิดปกติ  และรู้ว่าเธอกำลังคิดถึงแม่เช่นกัน เขาวางมือลงบนหลังมือของน้องคนเล็กอย่างปลอบโยน
            ปริมาเงยหน้าขึ้นมาทั้งน้ำตา โผกอดพี่ชายไว้
            “ปริม...คิดถึง...แม่...จังเลยค่ะ” 
            “ปริมเก่งมาก แม่ต้องภูมิใจในตัวปริมแน่นอน” เขาสวมกอดน้องสาวไว้ เธอเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวเหมือนแม่ไม่มีผิดเมื่อแม่รู้ว่าพ่อทำผู้หญิงคนหนึ่งท้อง แม่ไม่เคยเรียกร้องอะไรจากพ่อเลยแม้แต่น้อยและเป็นฝ่ายจากมา เขากับน้องเลือกที่จะอยู่กับแม่มากกว่าที่จะไปอยู่กับพ่อ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่