ชะตารักเหนือกาล : A Timeless Love. #19#

บทที่18  https://pantip.com/topic/40712756

ญารินรู้สึกตื่นเต้นกับการออกนอกปราสาทเป็นครั้งแรกจนนอนแทบไม่หลับ แต่เมื่อหันสบดวงตาสีอำพัน กำลังส่องประกายบางอย่างให้รู้สึกร้อนๆหนาวๆราวกับกำลังจะถูกเขากลืนกินทั้งตัว จำต้องรีบซุกร่างลงในอ้อมอกอุ่น สงบจิตสงบใจให้หลับใหลโดยเร็ว 

ครั้นตื่นขึ้นมา เธอกลับตื่นตาตื่นใจในรูปลักษณ์ของอันทาเออัสที่สวมเครื่องแต่งกายชนชั้นกษัตริย์ได้อย่างสวยงามอลังการ.. ‘ไม่สิ! ต้องเรียกว่า สง่างามปานเทพเจ้าต่างหากเล่า’

หญิงสาวคิดแย้งภายในใจ แม้ว่าสีเสื้อผ้าของเขายังเป็นสีดำขัดกับผิวกายขาวลออ แต่การปักไหมทองคำด้วยลวดลายวิจิตรตามชายผ้า คาดทับด้วยเข็มขัดทองคำที่เป็นรูปวัวกระทิง เข้าชุดกับกำไลข้อมือ ทำให้เธอจับจ้องเขาไม่วางตา และเริ่มหงุดหงิดกับบรรดาหญิงรับใช้ที่กำลังวุ่นวายล้อมหน้าล้อมหลังรอบกายเขา จนอดรนทนไม่ไหว เพราะดูเหมือนแม่พวกนั้นจะใช้โอกาสนี้ลูบเนื้อลูบตัวชายคนรักของเธอเกินความจำเป็น

“แต่งตัวแค่นี้ ยังไม่เสร็จกันอีกเหรอ”

หญิงรับใช้นางหนึ่งหันมาตอบ “การประชุมครั้งนี้ นับว่ามีความสำคัญมาก พวกเราต้องตรวจสอบความเรียบร้อยให้พระองค์อย่างละเอียดถี่ถ้วน ท่านไม่รู้อะไร นั่งเงียบๆไปเถอะ”

และหญิงรับใช้อีกคนรีบสำทับ “ใช่ ท่านนั่งดูพวกเราอยู่เงียบๆเถอะ”

ญารินแย้งอะไรไม่ออก ได้แต่นั่งหน้าดำหน้าแดงให้เหล่าหญิงรับใช้พากันหัวเราะคิกคัก

อันทาเออัสยิ้มมุมปาก พลางไล่พวกเธอออกไป และหันมาเอ่ยกับสาวน้อยที่ยังนั่งกอดเข่าหน้าตูม
“ตอนนี้ไม่เหลือใครแล้ว เจ้าจะมาดูแลความเรียบร้อยให้ข้าได้หรือไม่”

ร่างน้อยๆถลามายืนตรงหน้าทันที ไม่ต้องรอให้เขาเชิญซ้ำสอง 
“ได้สิเพคะ” ตอบด้วยความกระตือรือร้น และเริ่มตรวจดูความเรียบร้อยอยู่ชั่วครู่ ก็พยักหน้าอย่างมั่นอกมั่นใจ “เป๊ะ ปังทุกตารางนิ้วเลยเพคะ”

เรียวคิ้วเข้มของคนฟังย่นเข้าหาจนแทบจะชนกันอยู่แล้ว

หญิงสาวหัวเราะแห้ง กับประโยคของตนเมื่อครู่
“คือ..หมายถึงสมบูรณ์แบบแล้วเพคะ..พระองค์ดูดีจนไม่มีที่ติเลย” แก้ต่าง แล้วก็ถามต่อ “ว่าแต่ พระองค์ไม่สวมฉลองพระองค์สีขาว หรือสีอ่อนๆบ้างเหรอเพคะ” เพราะในรูปวาดประวัติศาสตร์ที่เคยผ่านตานั้น ไม่ค่อยจะมีผู้ใดสวมใส่เสื้อผ้าสีดำเช่นเขาเลย

ชายหนุ่มยังคงยิ้มมุมปาก
“สีดำ..เหมาะกับปิศาจเช่นข้าแล้ว”

ญารินได้ยินคำพูดดูถูกดูแคลนตัวของเขาเอง อารมณ์พุ่งพรวด ลืมตัวตวาดเสียงเข้ม 
“พระองค์ไม่ใช่ปิศาจ !”

อันทาเออัสชะงักไปอึดใจกับการถูกผู้หญิงร่างเล็กๆตวาด ใบหน้าคมหวานเอียงมองด้วยรอยยิ้ม ไม่ได้นึกโกรธสักนิด
“ข้าแค่ลืมตัวไป..เจ้าก็อย่าดุข้านักเลยนะ สาวน้อย”

“เอ่อ..หม่อมฉันไม่ตั้งใจที่จะดุพระองค์นะเพคะ..หม่อมฉันแค่ไม่ชอบให้พระองค์คิดอะไรที่ไม่ดีต่อความรู้สึกแบบนั้น ก็เลยลืมตัวไปหน่อย..ขอประทานอภัยเพคะ” เธอก้มหน้าบอกอย่างสำนึกผิด

“ช่างเถอะ ข้าไม่ถือสาหรอก..ว่าแต่..เจ้าชอบไหมล่ะ”

หญิงสาวเงยหน้ามอง เข้าใจว่าอีกฝ่ายหมายถึงเสื้อผ้า ก็รีบพยักหน้า
“ชอบสิเพคะ พระองค์สวมชุดนี้แล้วหล่อมากเลย”

ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ 
“คำถามนั้น หมายถึงตัวข้า”

“หะ..หา!?”

“เจ้าชอบข้าไหม”

ญารินเค้นหาเสียงในลำคอไม่เจอไปชั่วขณะ..โดยปกตินิสัย ก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่เหนียมอายอะไรมากนัก เพียงแต่ พอถูกถามต่อหน้าเช่นนี้ ก็ไปไม่เป็นเช่นกัน
ร่างสูงก้าวเข้าหา โน้มตัวลงใกล้เพื่อทวงคำตอบ

“ว่าไงล่ะ”

ฟันขาวซี่เล็กเผลอกัดริมฝีปากร่างของตนจนเป็นรอยช้ำ ครุ่นคิดขัดเขินจนไม่กล้าสบสายตา สมองเบลอขาวไปหมดสัมผัสรับรู้แค่ความร้อนวูบวาบทั่วผิวกาย

“หืมม..”

ใบหน้าหล่อเหลาเย้ายวนอยู่ห่างเพียงไม่กี่คืบ เธอจึงยื่นใบหน้าจูบริมฝีปากของเขาเพียงสัมผัสเบาบางและรวดเร็ว ก่อนผละออกมายืนเก้ๆกังๆเพียงอึดใจ ก็หมายหันหนีออกจากห้อง เพียงแต่ยังช้ากว่ามือที่คว้าข้อมือของเธอ ดึงให้หันกลับเข้าสู่อ้อมแขนแกร่ง ทว่ายามโอบกอดร่างเธอนั้นแสนนุ่มนวล ฝ่ามือใหญ่สอดเข้ากลุ่มเส้นผมนุ่มหลังท้ายทอย ประคองศีรษะของเธอยามโน้มตัวลงจุมพิตแนบแน่น ยั่วเย้าให้ตอบสนอง..สองฝ่ามือบอบบางทาบบนแผงอกกว้าง เลื่อนมาประคองใบหน้าเขายามเตลิดเพลิดเพลินในรสเสน่หา และเลื่อนขึ้นโอบกอดรอบลำคอหนา เขย่งปลายเท้าเบียดร่างแนบชิดถวิลหาเขามากกว่าเดิม

อันทาเออัสผละจาก เพียงเพื่อกระซิบชิดมุมปาก
“เจ้าชอบข้าไหม”

“เพคะ..ชอบที่สุด..ชอบมากกว่าใครในโลกนี้เลย..” เสียงนั้นแสนเลื่อนลอย ปลายนิ้วยกขึ้นไล้ตามรูปริมฝีปากของเขา ดวงตาฉ่ำวาวทอดมองราวปรารถนานั้นยังไม่เพียงพอ และรอคอยไม่ถึงอึดใจ ริมฝีปากที่เธอจดจ้องก็กลับลงมาเติมเต็มอีกครั้ง

(ต่อค่ะ)
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่