ขอระบายความรู้สึกที่เก็บไว้ค่ะ

กระทู้สนทนา
เรารู้สึกเหนื่อยมากๆเลยค่ะ ตั้งแต่เล็กจนโต เราเหมือนจะเป็นคนที่รับผิดชอบตัวเองแทบจะทั้งหมด ตั้งแต่เล็กจนโตค่ะเราเลยรู้สึกว่ามันเหนื่อยมากๆ ที่เหนื่อยน่าจะเพราะว่า ทุกๆอย่างไม่ได้ออกมาดีทั้งหมด เพราะถ้าทุกอย่างดีมันจะเป็นความสบายใจค่ะ มันจะรู้สึกไม่เหนื่อยมาก เราเติบโตมาในครอบครัวที่มีปัญหาค่ะตอนนั้นเราเรียน ป.2 - ป.4 เจอปัญหาทะเลาะภายในบ้านประจำจากพี่ชายกับพ่อ มีใช้ความรุนแรงในบ้านประจำ เราต้องแบกรับความรู้สึกนั้นมาตลอดเลยค่ะ และคิดว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นของความเจ็บปวดในใจ และทำให้การเติบโตของเราต้องเปลี่ยนแนวไปเลยพอป.4 ขึ้นป.5 เราเลยตัดสินใจย้ายไปเรียนต่างจังหวัด ในความคิดเราตอนนั้นเราคิดว่าอยากลองเปลี่ยนอะไรใหม่ๆบ้าง จึงตัดสินใจย้ายไปคนเดียวค่ะ ไปอยู่กับญาติๆ ซึ่งพ่อแม่ก็ยังทำงานอยู่ที่เดิมแบกรับปัญหาเดิมๆที่เพิ่มขึ้น และส่งเราเรียนค่ะ ซึ่งทุกอย่างตั้งแต่เราย้ายไปก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิต เรารู้สึกโดดเดี่ยว ไม่มีที่พึ่งทางความคิดเราไม่สนิทกับใครมากไม่ว่าจะลุง ป้า น้า อา หรือใคร เพราะด้วยความเป็นเด็กที่อยากจะพูดอยากจจะระบาย ก็ไม่เคยได้พูดออกไปเลย เรากลายเป็นเด็กเก็บกฎไปแล้ว (ในความคิดของเรา) แต่เราก็ยังมีแรงสนับสนุนจากพ่อแม่ที่คอยส่งเงินเลีเยงดู แต่ในทุกๆเรื่องเราตัดสินใจเองหมดเลยค่ะ เรารู้สึกท้อแท้ และน้อยใจมาก บางทีเห็นครอบครัวคนอื่นเค้าคอยมีพ่อแม่วางแผนให้ แต่เราไม่มีเราก็ท้อแท้มาก และเริ่มรู้สึกขาดความอบอุ่น นี่คือเรื่องจริงค่ะ แต่พ่อแม่ก็มีมาหาบ้านแต่จะนานๆทีเลยค่ะ เดือนละครั้ง และก็หลายๆเดือนครั้ง เราเริ่มนั่งรถไปเรียนในเมืองเองตั้งแต่ย้ายไปขึ้นป.5 ค่ะซึ่งเราอยุ่กับบ้านของน้าที่มีเล็กอายุไล่กัน ซึ่งร้องในตอนนั้นเรียน อ.1 กับ ป.3 แต่มันมีความเหลื่อมล้ำคือเราก็ไม่สามารถจะเล่นหยอกล้อ หรือมีแม่ให้กอดแบบ น้องกับน้า ที่เราอาศัยอยู่ด้วย รวมทั้งกรณีไปเรียนพิเศษในเมือง ตรงนี้เราเริ่มหาข้อมูลว่าจะเรียนเอง วางแผนเองทุกอย่างและแม่จะให้ค่าใช้จ่าย รวมทั้งต้องนั่งรถประจำทางไปเรียนในเมืองเองเป็นประจำ ซึ่งเราจะเห็นความต่างเกิดขึ้น ตรงที่พอน้องๆมีธุระ เช่นไปเรียนพิเศษเหมือนกัน น้าก็จะขับรถไปส่งเองซึ่งเรารู้สึกเสียใจแต่พูดออกไปไม่ได้เลย มันเป็นความทุกข์ใจมาก เราก็อยากมีคนไปรับ-ส่งเช่นกัน อยากมีคนดูและเอาใจใส่เหมือนกัน แต่ไม่มีเลย ใช้ชีวิตแบบนั้นจนสอบเข้าม.1 เราก็วางแผนหาที่เรียนเอง สอบเอง และไปสอบติดโรงเรียนทุน(วิทยาศาสตร์ภูมิภาค) ซึ่งนั่นเป็นเรื่องดีค่ะที่เราสอบติด แต่เราก็ต้องย้อนคิด น้อยใจตลอดเมื่อเห็นเพื่อนคนอื่นมีพ่อแม่คอยวางแผนให้ และเราก็เข้าไปเรียนที่นั่นค่ะ กลายเป็นอยู่ฌรงเรียนประจำค่ะ ดีขึ้นคือเราไม่ได้ใช้ชีวิตโดยการอบู่ในครอบครัวของญาติค่ะ ซึ่งได้เข้ามาใช้ชีวิตเองกับเพื่อนๆ ลดความต่างลงคือ ทุกคนออกจากบ้านมาอยู่หอในโรงเรียนเหมือนกัน ซึ่งนั่นก็เป็นข้อดีมากๆค่ะ แต่พอเอยู่ไปนานๆ เราบางทีก็เกิดความท้อแท้ หมดหวังเหน็ดเหนื่อย เพราะเราแทบจะไม่ค่อยได้กลับบ้าน เพราะไม่รุ้จะกลับไปไหน ผู้ปกครองไม่มารับบ้อยๆทุกอาทิตย์เหมือนเพื่อนบางคน บางทีก็ต้องกลับรถตู้กับคนจังหวัดเดียวกันใน ร.ร. ค่ะ แต่ถ้ากรณีให้ญาติมารับ แม่ต้องจ่ายเงินจ้างน้าๆมารับเหมือนกัน บางทีเราก็กลับไปอยู่กับเพื่อนตอนประถมที่สนิท บางทีเราก็กลับบ้านเพื่อนที่เรียนมัธยมด้วยกัน และบาทีเราก็กลับบ้านเองซึ่งเราเลือกกลับบ้านที่กทม.ค่ะ เพราะนั่นคือที่ๆเรามีพ่อแม่อยู่ แต่เราต้องลำบาก แต่ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่ช่วงที่เราเริ่มกลับบ้านเองเป็นช่วงม.3 ขึ้นไปค่ะ เราก็เซ็นออกโดยออกมาพร้อมเพื่อนกับผปค.ของเพื่อนแล้วก็ไปต่อรถตู้ที่นั่งไปกทม. เองค่ะ ทำแบบนี้ตั้งแต่ม.3 เทอม2 จนเกือบจบม.3 ค่ะ เราเหนื่อยมากๆค่ะ ซึ่งเวลาที่เรากลับคือเลิกเรียนประมาณ 3-4 โมงเย็นและไปขึ้นรถกลับนั่งรถไปถึงกทม. ประมาณ 5 ทุ่มถึงเที่ยงคืน เราต้องไปนั่งรถตู้ต่อเพื่อเข้าบ้านค่ะ บางทีก็บอกแม่ว่าให้พี่มารับ ซึ่งก็ต้องนั่งรอเป็นชั่วโมงคนเดียวชุดนักเรียน(เครื่องแบบ) คนเดียว ซึ่งทั้งเปลี่ยวและกลัวมาก แต่ก็ทำใจกล้าๆ เหมือนว่าเราโต เรารู้สึกด้อยและหมดหวังมากค่ะ จนตอนนี้ก็กลับมาคิดว่าตอนนั้นกลายเป็นซึมเศร้าไปแล้ว เพราะก็มีความคิดที่อยากจะตายไปเลยบ่อยครั้ง และม.4 เราเลยตัดสินใจย้ายมาเรียนในกทม. เพราะอยากอยู่กับพ่อแม่ค่ะ แต่ก็เหมิอนเดิม ไม่ค่อยได้เจอค่ะ เพราะเราวางแผนว่าจะเรียนในเมืองของกรุงเทพ เพราะถ้าอยู่แถวบ้านไม่ค่อยมีที่เรียนพิเศษ และบางทีสถานที่ก็พาให้เราเขว ก็ไปเช่าหออยู่ค่ะ จนโตก็เข้ามหาลัย ก็แทบไม่ค่อยได้เจอพ่อแม่ แต่ก็ถือว่าดีกว่าตอนที่ไปอยู่ต่างจังหวัดต่ะ แต่เราอยู่เหมือนไม่เป็นครอบครัวค่ะ เพราะพ่อกับพี่ชายมีปัญหากันตั้งแต่เราเป็นเด็กค่ะ ซึ่งตัวก่อปัญหาคือพี่ชายเรา และเราก็ไม่เคยชอบเลยเหมิอนกัน ทำให้บ้านกลายเป็นที่ๆไม่น่าอยู่ และทำให้เราไม่มีบ้านใหม่อยากกลับ เราหดหู่มากๆค่ะ ตอนนี้ชีวิตเรายังวนลูปแบบเดิมค่ะขอบคุณสำหรับคนที่อ่านมาจนถึงตรงนี้นะคะ เราแค่มาระบายความรู้สึกของเราค่ะ เรารู้สึกว่าเราอยากทำให้พ่อแม่สบาย เพราะเราเองก็เป็นความหวังที่เหลืองอยู่ของพ่อแม่ แต่มันก็เหนื่อยมากๆเลยค่ะ เรารู้สึกว่าเราเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบตัวเองตลอด
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่