[CR] รีวิวกลับไทยช่วงโควิด กับ Etihad Airways และใช้เอกสารเดินทางฉุกเฉิน มิ.ย 2021

รีวิวกลับไทยช่วงโควิด กับ Etihad Airways และใช้เอกสารเดินทางฉุกเฉิน มิ.ย 2021 
 
สวัสดีค่ะ มาขอแชร์ประสบการณ์กลับไทยด้วยเอกสารเดินทางฉุกเฉินนะคะ เนื่องจากพาสปอตไทยของเราหมดอายุไปเมื่อเดือนมีนา แถมคิวทำพาสปอตของสถานทูตใกล้บ้านเราก็เต็มยาวไปจนเดือนสิงหาเลยค่ะ เรามีความจำเป็นที่ต้องกลับไทยก่อนหน้านั้น ตามความเข้าใจในช่วงปกติแล้ว ถ้าพาสปอตหมดอายุก็ยังสามารถเข้าไทยได้ แต่ช่วงโควิดแบบนี้ เราต้องขอใบ COE เพื่อเข้าไทย  หลังจากปรึกษากับทางสถานทูต เค้าแนะนำให้เราขอเอกสารเดินทางฉุกเฉิน ETD เพื่อเดินทางกลับเข้าไทยค่ะ 
 
ฉะนั้นการเดินทางกลับไทยของเราจะต่างจากคนอื่นเล็กน้อย เราเริ่มจากการจองตั๋วเครื่องบินก่อนค่ะ เพื่อให้มีวันเดินทางที่แน่นอนจะได้ขอเอกสารเดินทางฉุกเฉินได้ (อันนี้เรากลับแบบจ่ายตังกักตัวเองกับ ASQ นะคะ เลยจองตั๋วได้เลยไม่ต้องรอสถานทูตประกาศไฟล์ท) หลังจากจองตั๋วเครื่องบินเสร็จแล้ว ก็กรอกเอกสารขอเอกสารเดินทางฉุกเฉินเพื่อส่งไปที่สถานทูตค่ะ 

อันนี้คือหน้าตาของเอกสารเดินทางฉุกเฉิน ETD ค่ะ 

ข้อมูลต่างๆจะเหมือนกับพาสปอตเลยค่ะ แค่มันเป็นกระดาษบางๆ พับสามทบค่ะ 


 
เอกสารที่ต้องใช้ในการขอเอกสารเดินทางฉุกเฉินที่เราส่งไปนั้น มีตามนี้ค่ะ 
1. จดหมายชี้แจงเหตุผลในการเดินทางด่วน 2 ชุด 
2. คำร้องขอหนังสือเดินทางฉุกเฉิน 2 ชุด ดาวน์โหลด (รับรองโดย Notary Public 1 ชุดและสำเนา 1 ชุด)
3. หนังสือเดินทางฉบับจริงและสำเนา 2 ชุด 
4. สำเนาบัตรประชาชนไทย หรือ สำเนาทะเบียนบ้าน 2 ชุด
5. สำเนาบัตรโดยสารเครื่องบิน 2 ชุด 
6. รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว จำนวน 3 รูป แปะในเอกสารคำร้องใบละรูป แล้วก็แนบแยกไปหนึ่งรูปค่ะ เขียนชื่อ-สกุลหลังรูปด้วย 
7. ซองสำหรับให้สถานเอกอัครราชทูตฯ จัดส่งเอกสารกลับถึงตัวเรา ต้องติดแสตมป์ พร้อมจ่าหน้าซองถึงตัวเองนะคะ
ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่ https://thaiembdc.org/th/passport/emergencytravel/
 
เราส่งเอกสารไปวันที่ 6 พค. พอวันที่ 10 พค. ก็มีเจ้าหน้าที่สถานทูตโทรมาคอนเฟิร์มว่าเราต้องการเดินทางจริงๆ เพราะต้องกักตัว 14 วันถึงแม้ว่าเราจะฉีดวัคซีนครบไปแล้ว  เราก็ยืนยันว่าเราต้องการไปค่ะ พอวันที่ 18 เจ้าหน้าที่ก็อีเมลเอกสารมาให้ตรวจสอบชื่อ-สกุลแล้วก็ข้อมูลก่อนว่าถูกต้อง ก่อนที่จะส่งไปรษณีย์มาให้เราค่ะ ถ้าเอกสารที่เจ้าหน้าที่อีเมลมาให้ถูกต้องแล้ว เราก็สามารถใช้เอกสารนั้นลงทะเบียนขอ COE เพื่อกลับไทยได้ทันทีค่ะ 
 
การลงทะเบียนขอ CEO เพื่อกลับไทยขอข้ามไปนะคะ มีคนรีวิวเยอะแล้ว
Timeline ของเราคร่าวๆคือ 
ลงทะเบียนวันที่ 19 พค. 
ได้รับ pre-approved วันที่ 22 พค. ส่งเอกสารยืนยันทั้งหมดไปทันที 
แล้วก็ได้ใบ COE วันที่ 24 พค.ค่ะ 
 

สำหรับสายการบินเอทิฮัด ต้องมีผลตรวจโควิดก่อนไฟล์ทบิน 72 ชม.ค่ะ  ก็สองวันก่อนหน้าเราก็ไปตรวจโควิดแบบ PCR เราไปตรวจสองที่ค่ะ เผื่อผลออกไม่ทันจะได้มีสำรองอีกที่ 
วันบินไฟล์ทบินเรา หนึ่งทุ่ม จากสนามบิน O’hare ที่ชิคาโก้ เราไปที่ Terminal 5 ซึงเป็นเทอมินัลสำหรับ International flight ถ้ามาสนามบินจาก CTA มันจะมาโผล่ที่ เทอมินัล 2 นะคะ แต่ปกติก็จะต่อ  O'Hare Airport Train  (ATS) ไปยังเทอมินัล 5 ได้ แต่ตอนนี้  O'Hare Airport Train ปิดบริการค่ะ ก็ต้องขึ้น shuttle bus ไปค่ะ ที่สนามบินคนค่อนข้างพลุกพล่านเลยค่ะ เหมือนปกติเลย ไม่ได้ร้างอย่างที่เราคิด แล้วก็ไฟล์ทบินไปต่างประเทศ ก็มีคนต่อแถวรอเชคอินเยอะใช้ได้เลยค่ะ 



เราถึงสนามบินตั้งแต่บ่ายสอง ก็นั่งรอ จัดของเหลวในกระเป๋าใส่ถุงซิปล็อคให้ได้ตามมาตรฐานของ TSA ที่ให้มีของเหลวได้แค่ถุงเดียวต่อคนค่ะ

เราได้เชคอินราวๆบ่ายสามโมงครึ่ง ตอนเช็คอินเราก็ยื่นเอกสารทั้งหมดไปค่ะ ทั้ง ETD ใบ COE และใบตรวจโควิด
พนังงานเค้าขอพาสปอร์ตเราก็ยืนเอกสารเดินทางฉุกเฉินให้เค้าไป พนักงานทำหน้างงๆ เพราะมันเป็นกระดาษ เราเลยบอกว่าพาสปอตไทยที่เป็นเล่มๆของเราหมดอายุ เลยต้องใช้เอกสารตัวนี้เพื่อการเข้าประเทศไทยแบบคนไทยค่ะ เค้าถามเราว่าเรามีพาสปอตอื่นอีกมั้ย เราบอกว่าเรามีพาสปอตเมกัน แต่มันไม่แมชกับใบ COE นะ
พนักงานบอกว่าไม่เป็นไรขอดูหน่อยได้ไหม เราเลยยืนให้เค้าไปเชคค่ะ เค้าก็เชคตรวจสอบข้อมูลอยู่ซักพักเลยบอกว่า เค้าจะใช้พาสปอตเมกันเชคอินนะ เพราะมันจะง่ายกว่า เพราะตัว ETD เป็นกระดาษกลัวจะเสียหายก่อนถึงไทย แต่พอตอนไปถึงไทยแล้วก็ให้ใช้ ETD เข้าไทยตามใบ COE

เสร็จแล้วก็ชั่งน้ำหนักกระเป๋าโหลดค่ะ รวมถึงชั่งน้ำหนักกระเป๋าที่จะเอาขึ้นเครื่องด้วย เรามีกระเป๋าลาก และเป้หนึ่งใบค่ะ ชั่งเสร็จก็มีติดแท็กกระเป๋าที่เอาขึ้นเครื่องด้วยค่ะ 



เสร็จแล้วก็ไปผ่าน TSA อันนี้ไม่มีอะไรมากก็ถอดรองเท้าเข้าสายพานตามปกติ แต่รอบนี้ไม่ได้ให้เข้าเครื่องเอ็กเรย์แบบหมุนๆแล้วค่ะ 
เข้ามาข้างในร้านรวงเปิดน้อยมากๆ ร้านอาหารข้างในเปิดไม่กี่ร้าน ที่เป็นฟาสฟู้ดก็เปิดแค่เบอร์เกอคิงค่ะ แล้วแถวก็ยาวมากๆ เราต่อแถวรอซื้ออยู่ครึ่งชม.ได้ค่ะ 



พอขึ้นมาบนเครื่องก็คนเยอะนะคะ มีคนนั่งทุกแถวแต่ไม่ได้เต็มทุกที่นั่ง เราได้ที่นั่งติดหน้าต่างตรงปีกฝั่งขวา ที่นั่งข้างๆคือว่างหมดเลยค่ะ แถวข้างหลังเราก็นั่งคนเดียว ข้างหน้าเรามีสองคนแต่เค้าเป็นแม่ลูกมาด้วยกัน ไฟล์ทจากชิคาโก้ไปยังสนามบินอาบูดาบีใช้เวลา 13 ชม. 20 นาทีค่ะ 



 
พอขึ้นเครื่องมาสายการบินแจก Essential Wellness kit ข้างในเป็นแมส เจลล้างมือ แล้วก็ทิชชู่เปียกสำหรับฆ่าเชื้อค่ะ 
 

แจกหูฟัง และ Sleeping kit ที่มีผ้าปิดตา ที่อุดหู แปรงฟัน และยาสีฟันค่ะ 


 
บนเครื่องต้องใส่แมสตลอดเวลา ถอดได้แค่ตอนกินข้าวเท่านั้นค่ะ 
 
เครื่องเทคออฟมาได้ซักชม.ก็เริ่มเสิร์ฟอาหารมื้อแรกค่ะ มีสตูแกะ กับบัทเตอชิกเก้น เราเลือกบัทเตอชิกเก้นค่ะ มีของหวานเป็นมูสชอคโกแลต อร่อยดีค่ะ 



ถ่ายไม่ดีมือสั่น ขอโทษด้วยค่า พาพันเศร้า


 
หลังจากนั้นก็เริ่มปิดไฟในเคบิน แล้วก็ปล่อยให้ทุกคนพักผ่อนค่ะ ประมาณ 4 ชม.หลังจากนั้นก็เริ่มแจกของว่างค่ะ เป็นแซนวิช แต่เราหลับช่วงที่เค้าแจกเลยไม่ได้กิน แล้วพอตื่นมาก็ไม่หิวแถมใกล้เวลามื้อต่อไปแล้วก็เลยคืนเค้าไปค่ะ 
 
อาหารมื้อที่สองมีให้เลือกระหว่างพาสต้าผักกับไก่อบซอส เราก็เลือกไก่อีกแล้วค่ะ รอบนี้ของหวานเป็นมูสสัปปะรดกับมะพร้าวอร่อยอีกแล้ว มันดูไม่เยอะแต่ก็อิ่มใช้ได้เลยค่ะ พาพันอิ่มมาก
 


หลังจากมื้ออาหารไม่นานก็ใกล้เวลาแลนดิ้งค่ะ เรามาถึงสนามบิน อาบูดาบีตอนห้าโมงเย็น 
 
เข้ามาก็ผ่านเค้าเตอร์ทรานซิสตรวจเชคกระเป๋าตามปกติค่ะ พอผ่านเข้ามาใน terminal ร้านปิดไปเกิน 50% สนามบินร้างกว่าชิคาโก้เยอะมากๆเลยค่ะ ร้านอาหารก็เปิดอยู่สามร้านได้ ถ้าไม่รวมพวก grab & go
 
สนามบินนี้มีwifi ฟรีให้ใช้ค่ะ สัญญาณดีตลอด ใช้ได้ทุกอย่างยกเว้น Call line ไม่รู้ทำไม ข้อดีอย่างนึงคือมีห้องอาบน้ำฟรีค่ะ อยู่ตรงเทอมินัล  3 ข้างๆเกท 35 ต้องลงบันได หรือลิฟท์ลงไปนะคะ 



แล้วก็ต้องเตรียมผ้าเช็ดตัวมาเองด้วยค่ะ ไม่มีขาย เวลาต่อไฟล์ทเราคือ 9 ชม.ค่ะ ก็เดินเล่นๆในสนามบิน ไปนั่งดูเครื่องบิน ไปอาบน้ำ แล้วก็แวะไปกินเบอเกอร์คิง (อีกแล้ว )


เสร็จแล้วก็ไปหาที่นอนรอไฟล์ทค่ะ ที่นี่เก้าอี้แบบมีที่พักขา นั่งสบายค่ะ นอนได้



มีจุดชาร์จมือถือแยกนะคะ แต่ไม่รู้ทำไมกับปลั๊กเรามันชาร์จย๊ากยาก กว่าจะเจออันที่ชาร์จได้ก็ต้องมาถึงเกทที่จะบินเลยอะค่ะ 

 
พอถึงเวลาขึ้นเครื่องไฟล์ทจากอาบูดาบีกลับกทม. จนท.เปิดให้คนเข้าเกทมาก่อนเลยยังไม่เชคเอกสาร เพราะคนน้อยมากๆ เสร็จแล้ว จนท.ก็เดินมาหาเป็นรายคนเชคเอกสารกันแบบไพรเวทสุดๆเลยค่ะ เจ้าหน้าที่เค้าก็จะเช็คว่าเรามีผลตรวจโควิดมั้ย เวลาบนผลตรวจนี่ไม่เกิน 72 ชม.จากไฟล์ทแรกรึเปล่า มีใบ COE รึเปล่า มีใบจองโรงแรมแล้วยัง  


 
ที่เกทดูร้างมากๆ เรานับเอาเองแล้วผู้โดยสารไฟล์ทนี้มีแค่แปดคนเองค่ะ   
 
ไฟล์ทนี้ใช้เวลาบิน 6 ชม.ค่ะ รอบนี้เราได้นั่งหลังปีก ตรงฝั่งซ้ายของเครื่องค่ะ ระหว่างรอคนขึ้นเครื่องก็นั่งดูพนักงานขนกระเป๋าขึ้นเครื่อง ดูให้มั่นใจว่ากระเป๋าตัวเองว่าขึ้นมาด้วยกันค่ะ 


 
แล้วก็เหมือนเดิมค่ะ ขึ้นมาเค้าก็แจกหูฟัง แจก Essential Wellness kit แต่ไม่ได้แจก sleeping kit เพราะเป็นไฟล์ทสั้นค่ะ เครื่องขึ้นไปได้ซักพักก็แจกของว่างเป็นแซนวิชกับขนม


สี่ชม.ผ่านไปก็เสิร์ฟอาหารเช้าค่ะ เป็นออมเล็ทกับไส้กรอกไก่ และมันฝรั่ง มีปวยเล้งผัดกับเห็ดผัดด้วย แต่อันนี้ไม่ได้อร่อยค่ะเหมือนกินดิน ทั้งๆที่ปกติเราชอบ แต่อันนี้ไม่ผ่านจริงๆค่ะ แล้วก็มีโยเกิร์ต ครัวซองต์และแยมสตรอเบอรี่ค่ะ 



พนักงานบนเครื่องคือดีมาก เดินถามตลอดเลยว่าเอาอะไรมั้ย เชคตลอด 

 
แล้วก็มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิของเราค่ะ สนามบินคือโล่งมากๆ แทบไม่มีคนเลยค่ะ



ลงเครื่องมาก็เดินตรงยาวๆไปเจอกับด่านของกรมควบคุมโรค จะมีเก้าอี้เรียงให้นั่งรอ เค้าก็ให้นั่งรอตรวจเอกสารรายคน ซึ่งก็คือใบ COE,ใบจองโรงแรม จนท.จะสอบถามข้อมูลต่างๆ เขียนใบกักตัวสีชมพู และให้ป้าย ASQ มาติดบนเสื้อ



หลังจากนี้จะมีจนท.คอยแนะนำพาเดินไปทุกจุดจนออกจากตม.เลยค่ะ ที่ตม.ก็ถามว่าจากกักตัวเราจะไปไหน เรามาจากไหนข้อมูลทั่วๆไปค่ะ หลังผ่านตม.มาก็มารับกระเป๋า ผ่านกรมศุลกากร เค้าขอตรวจแค่เป้กับกระเป๋าลากใบเล็กของเรา พอออกมาจากศุลก็จะเจอคนมารอรับถามว่าเราไปโรงแรมไหน เค้าก็จะขอถ่ายรูปพาสปอตเราแล้วก็โทรเรียกรถมารับไปส่งโรงแรมให้ค่ะ 

ตั้งแต่เครื่องลงจนขึ้นรถออกจากสนามบิน ใช้เวลาทั้งหมด 45 นาทีเองค่ะ 

จบแล้วค่ะการเดินทางของเรา ไว้มาเล่าต่อเรื่องการกักตัว ASQ 14 วันนะคะ 😊
ชื่อสินค้า:   Etihad Airways
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่