ลุงข้างทางตอนสิบสาม(Furryjit)

ขอโทษที่ต้องตั้งกระทู้ใหม่นะครับ เพราะกระทู้เก่าตกเร็วมาก เกรงว่า พี่ๆ น้องๆ จะอ่านไม่ทัน

ร่างอรชรอิริยาบถนวยนาดของหญิงงาม แปรเปลี่ยนไปเป็นนางแมวป่าที่โผโผนโจนทะยาน พุ่งร่างปราดออกจากครัวหายวับในพริบตา แต่ยังทิ้งเสียงไว้ข้างหลังใ้ห้ได้ยิน

“มีคนแอบดูพวกเรา มาลัยกำลังไปดู คุณพิมน้องยาไม่ต้องตกใจ”

พี่น้องสองสาวกุมมือกันโดยสัญชาตญาณ สักพักคุณพิมก็บอกนาถยาเบาๆ

“น้องยาไปเรียกพวกพี่ๆข้างบน พี่จะตามคุณมาลัยออกไป”

“ค่ะ” นาถยารับคำเสียงสั่นๆ แล้วก็ต้องเบิกตาโตด้วยความตระหนกเมื่อเห็นพี่สาวเดินไปเปิดตู้เก็บของ รื้อกล่องที่อยู่ล่างสุด หยิบปืนพกสีดำมะเมือมกระบอกหนึ่งออกมา ตรวจลูกกระสุนและเลื่อนลำอย่างชำนิชำนาญ พอเห็นน้องสาวยังยืนอยู่กับที่ก็ทำเสียงดุ

“ไปสิ น้องยา ไม่ได้ยินที่พี่พูดหรือ”

นาถยาผงกศีรษะรับแบบตื่นๆ แล้วรีบวิ่งออกจากครัวขึ้นบันไดบ้าน หลังจากนั้นคุณพิมสูดลมหายใจลึกๆ จับปืนในท่าเตรียมพร้อมทะมัดทะแมงราวกับผู้ชาย เดินสอดส่ายอย่างระมัดระวังตรงไปที่รั้วหน้าบ้าน เห็นร่างอ้อนแอ้นของมาลัยยืนอยู่ที่นอกเขตบ้าน พนมมือเหมือนเพ่งจิตสมาธิ

อาจารย์สิงกับนายชาญมัวแต่คุยกันอยู่เลยไม่ได้ส่องกล้อง พอกลับมามองลอดกล้องอีกทีก็ถึงกับสะดุ้ง เมื่อเห็นหญิงสาวมาลัยมายืนอยู่นอกรั้วบ้าน หันหน้ามาทางทิศที่เขาสองคนซุ่มอยู่ ราวกับสามารถมองเห็นได้จากระยะไกล แล้วยกมือมาบรรจบกัน

กว่าจะทำอะไรถูก ทั้งคู่ก็รู้สึกเหมือนร่างกายร้อนรุ่มเหมือนโดนไฟลน ทันใดนั้นชาญก็ร้องเอ็ดตะโรขึ้นทำลายความเงียบ

“เฮ้ย ship หายแล้วอาจารย์ ไฟลุกที่หลังอาจารย์”

อาจารย์เองก็ตกใจไม่แพ้กัน “ตัวชาญก็มีไฟลุกเหมือนกัน ผมเอะใจอยู่แล้วตอนที่นางผู้หญิงคนนั้นมาพนมมือมองมาทางเรา มันปล่อยกษิณไฟใส่เรา____โอ้ย”

อาจารย์สิงห์ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ชาญเองก็ปวดแสบปวดร้อนทุรนทุรายไปไม่ด้อยกว่า ไฟเริ่มลุกลามมาทั่วแผ่นหลัง เขากลิ้งตัวเองคลุกลงกับดิน แต่ไฟก็ไม่มีวี่แววว่าจะดับ เขากัดฟันร้องถาม

“โอ้ย อาจารย์ ทำยังไงไฟจะดับ ผิวหนังชั้นนอกผมถลอกหมดแล้ว”

อาจารย์สิงห์ฝืนความทรมานของผิวหนังที่เริ่มไหม้ ตอบกลับไปอย่างโหยหวน

“ชาญ รีบลุกขึ้น วิ่งออกไปให้ไกลจากที่นี้ ให้พ้นรัศมีกระแสจิตนางคนนั้น” แล้วเขาก็รีบวิ่งกระย่องกระแย่งออกไปจากตรงนั้น ชาญแข็งใจลุกขึ้น วิ่งไปในทิศทางเดียวกับที่อาจารย์สิงห์เพิ่งหายลับไป

อีกฝั่งหนึ่งคุณพิมถือปืนในท่าระวัง วิ่งเหยาะๆมาหยุดอยู่ข้างมาลัย ถามขึ้นอย่างลุกลี้ลุกลน 

“คุณมาลัย เป็นยังไงบ้าง คุณเห็นอะไรค่ะ”

มาลัยหันมายิ้มหวานให้คุณพิม พูดราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ไม่มีอะไรแล้วค่ะ มาลัยส่งกษิณไฟไปต้อนรับพวกมัน วิ่งหนีหางจุกตูดกันไปแล้ว”

คุณพิมยังไม่วางใจเสียทีเดียว เธอกวาดสายตาไปรอบอาณาบริเวณอย่างระมัดระวัง มาลัยเดินมาจับมือเธออย่างนุ่มนวล

“เข้าบ้านกันเถิดค่ะ คุณพิม มาลัยขอรับรองว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกแล้วในคืนนี้”

พูดยังไม่ทันขาดคำ ความอลหม่านก็เกิดขึ้น เพื่อนรักสามเสือพากันวิ่งมาทางเธอสองคนอย่างร้อนรน เมื่อเข้าใกล้จึงมองเห็นว่าในมือนราและหยกถือปืนพกอยู่ ส่วนเจ้าจ๋านถือปืนลูกซองประจำบ้าน พอสบตากับภรรยาตัวเองก็ละล่ำละลักถาม

“น้องพิม เป็นใคร? ไอ้ชาญลอบเข้ามาใช่ไหม คืนนี้ล่ะ พี่จะละศีลปวาราณายิงคนสักที เอาไว้ไม่ได้ มันเริ่มเหิมเกริมวุ่นวายกับครอบครัวเรามากไปแล้ว”

หยกเอามือตบบ่าเจ้าจ๋านเพื่อให้สงบสติอารมณ์

“จ๋านอย่า ปืนคุณมันแรง แก้ตัวกับตำรวจลำบาก ปล่อยผมเอง ผมจะยิงขามันแล้วลากตัวเข้าบ้าน มันจะได้โดนข้อหาบุกรุก”

มาลัยมองดูหน้าเพื่อนรักทั้งสองคนด้วยความเอ็นดู แล้วเอ่ยปรามขึ้น

“ไม่ต้องลำบากคุณจ๋าน คุณหยกแล้วค่ะ พวกมันทั้งสองวิ่งหนีเปิดเปิงไปแล้ว”

ทั้งสองคนหันขวับมามองมาลัยเป็นตาเดียว เจ้าจ๋านถามขึ้นอย่างเกรงใจแต่น้ำเสียงเจือด้วยความโกรธ

“มันเป็นใครครับ คุณมาลัย พรุ่งนี้ผมจะไปเยี่ยมมันให้ถึงบ้าน”

สายตามาลัยเป็นประกายวาววับ ทุกคนที่มองดูอดตัวเย็นเฉียบไม่ได้ บทเธอจะสวยก็สวย พอน่ากลัวขึ้นมาก็ใช่ย่อย

“พรุ่งนี้จะมีสองคนในหมู่บ้านที่แผ่นหลังไหม้เกรียมเพราะโดนไฟลวก เป็นมันสองคนที่มาแอบซุ่มดูนั่นแหละค่ะ”

ทุกคนนอกเหนือจากคุณพิมและเจ้าจ๋านมองหน้ากันไปมาอย่างงุนงง คุณพิมเห็นดังนั้นก็ช่วยอธิบาย

“คุณมาลัยเธอมีกษิณไฟ เอาเถอะค่ะ พิมว่าไม่มีอะไรอีกแล้ว เข้าไปคุยในบ้าน กินข้าวกันดีกว่าค่ะ”

ทันใดนั้นมีเสียงผู้หญิงหวีดร้องดังขึ้นในบ้าน ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก บนบ้านตอนนี้เหลือผู้หญิงคนเดียวคือ “น้องนาถยา”

พอตั้งสติได้ก็กรูวิ่งกันอย่างสุดกำลังขึ้นไปบนบ้าน เจ้าจ๋านมือหนึ่งถือปืนลูกซอง อีกมือคว้าข้อมือคุณพิม นราพยายามจะจับมือมาลัยแต่ไม่ทัน หล่อนวิ่งนำหน้าทุกคนไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ทั้งๆที่เอวแบบบาง พอถึงบันไดเธอก้าวแค่สองก้าวก็ถึงหัวบันได และวิ่งหายลับเข้าไปในตัวเรือน ในขณะที่ทุกคนเพิ่งมาถึงตีนบันได

ทั้งหมดรีบตามเข้าไปในห้องโถง แล้วก็ต้องตกตะลึงเมื่อประสบกับภาพที่เห็นเบื้องหน้า น้องนอนในท่าตะแคงอยู่กับพื้น มีงูตัวขนาดเท่างูหลามมีเกล็ดสีมรกตหัวมีหงอน กระหวัดรัดพันอยู่ ตาของงูยักษ์ทั้งสองข้างแดงก่ำดุจพลอยทับทิม

เจ้าหยกกระชากปืนมาจากมือเจ้าจ๋าน รายนั้นไม่ได้ระวังเพราะกำลังจังงังอยู่ จึงปล่อยให้ปืนหลุดมือไปอย่างง่ายดาย

โดยไม่ชักช้า ด้วยความเป็นห่วงหญิงสาวคนรัก เจ้าหยกยกปากกระบอกปืนเล็งเป้าไปที่หัวงูทันที
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่