🇹🇭มาลาริน🌂วันนี้รักษาหายมากถึง 3,035คน ป่วย 2.310คน เสียชีวิต43คน/ไขคำตอบ"วัคซีนโควิด"ทำงานอย่างไรเมื่อเข้าสู่ร่างกาย

เพี้ยนปักหมุดศบค.เผย 2,310 ราย ผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ เสียชีวิตเพิ่ม 43 ราย



ศบค.รายงานสถานการณ์การระบาดโรคติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ประจำวันที่ 10 มิ.ย.64 ว่า วันนี้ประเทศไทย พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 2,310 ราย แบ่งเป็น ติดเชื้อในประเทศ 2,170 ราย ติดเชื้อจากต่างประเทศ 38 ราย จากเรือนจำ 102 ราย หายป่วยกลับบ้านแล้ว 3,035 ราย หายป่วยสะสม 111,861 ราย ผู้ป่วยรักษาอยู่ 46,876 ราย แบ่งเป็น รักษาตัวในรพ. 18,327 ราย รักษาตัวรพ.สนาม 28,549 ราย ผู้ป่วยสะสม 158,675 ราย (ตั้งแต่ 1 เม.ย.64)

ทั้งนี้แบ่งเป็น ผู้ป่วยรายใหม่จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการฯ 1,467 ราย ค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน 703 ราย จากเรือนจำ 102 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศ 38 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 43 ราย รวมยอดผู้เสียชีวิตสะสม 1,281 ราย
 
โดยผู้เสียชีวิต 43 ราย มีรายละเอียดดังนี้...👇
ชาย 31 ราย หญิง 12 ราย อายุระหว่าง 25-91 ปี
-กรุงเทพฯ 27 ราย 
-สมุทรปราการ 5 ราย
-นครปฐม 4 ราย
-นครสวรรค์ 2 ราย
-นนทบุรี ปทุมธานี สงขลา กาญจนบุรี สระแก้ว 1 ราย/จังหวัด



นอกจากนี้ศบค.ยังสรุปจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในระเทศสะสม ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.- 10 มิ.ย.64 จำนวน 10 อันดับแรก โดยมีรายละเอียดดังนี้
 
-กรุงเทพฯ 50,461
 
-สมุทรปราการ 9,729
 
-นนทบุรี 8,136
 
-เพชรบุรี 7,627
 
-ปทุมธานี 5,210
 
-ชลบุรี 5,198
 
-เชียงใหม่ 4,091
 
-สมุทรสาคร 3,745
 
-ประจวบคีรีขันธ์ 2,022
 
-สงขลา 1,824
 

  

https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E/149166

เพี้ยนปักหมุดไขคำตอบ "วัคซีนโควิด" ทำงานอย่างไรเมื่อเข้าสู่ร่างกายไปแล้ว



อย่างที่เราทราบกันดี การฉีดวัคซีนโควิด  สามารถลดความรุนแรงของอาการป่วยและลดการเสียชีวิตได้ เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ถือเป็นภาวะฉุกเฉินของโลก เมื่อวัคซีนโควิด-19 เข้าสู่ร่างกายจะไปกระตุ้นระบบการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ร่างกายรู้จักเชื้อโควิด-19 เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายเม็ดเลือดขาวจะส่งภูมิคุ้มกันไปจัดการกับเชื้อได้ก่อนที่เราจะป่วยหนัก การฉีดวัคซีนโควิด-19 จึงเหมือนเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายพร้อมสู้กับเชื้อโควิด-19

ส่วนในเรื่องของการทำงานของวัคซีน หลังจากฉีดเข้าไปในร่างกายของเราแล้วนั้น วัคซีนจะทำงานตามกลไกธรรมชาติของร่างกาย เมื่อได้รับเชื้อก่อโรคจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรคและระบบภูมิคุ้มกันจะสามารถจดจำเชื้อโรค นั้นๆได้ เมื่อร่างกายได้รับเชื้ออีกในอนาคตร่างกายที่จดจำเชื้อโรคจะสร้างภูมิคุ้มกันมาต่อสู้กับเชื้อโรคได้ในเวลาอันรวดเร็วโดยการทำงานของวัคซีนโควิดมีขั้นตอนดังนี้.....👇

1.หลังจากได้รับวัคซีนระบบภูมิคุ้มกันจะเริ่มทำงาน 
2.เม็ดเลือดขาวจะเข้าไปจับเชื้อโรคที่บุกรุกเข้ามาและทำการจดจำเอาไว้ 
3.เม็ดเลือดขาวผลิตสารภูมิคุ้มกัน (แอนติบอดี) ขึ้นมาสู้กับเชื้อโรคนั้น 
4.หากได้รับเชื้อระบบภูมิคุ้มกันจดจำเชื้อนั้นไว้และ จะหาวิธีต่อสู้กับเชื้อนั้นได้รวดเร็วก่อนป่วย 

ทั้งนี้วัคซีนผลิตมาจาก...👇

1.เชื้อโรคที่ถูกทำให้อ่อนฤทธิ์หรือเชื้อโรคที่ตายแล้ว
2.บางส่วนของเชื้อโรคหรือโปรตีนสังเคราะห์ มีลักษณะคล้ายกับบางส่วนของเชื้อโรค
3.สารพันธุกรรมบางส่วนของเชื้อโรค
4.การตัดต่อพันธุกรรมของเชื้อก่อโรคเข้าไปในไวรัสชนิดอื่น โดยที่วัคซีนทุกชนิดไม่สามารถก่อโรคได้

นอกจากสารชีววัตถุที่กระตุ้นภูมิคุ้มกันแล้ว ในวัคซีนยังมีสารประกอบอื่น เพื่อเพิ่มความคงตัวหรือเพิ่มประสิทธิภาพของวัคซีน ซึ่งวัคซีนโควิดส่วนใหญ่ต้องฉีด 2 ครั้ง เพื่อกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้เพียงพอและอยู่นาน โดยเว้นระยะระหว่างเข็มแตกต่างกัน ซึ่งมักจะเป็นระยะเวลาตั้งแต่ 2 สัปดาห์ถึง 3 เดือน ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นจะต้องฉัดวัคซีนให้ครบ 2 เข็ม ในระยะห่างที่เหมาะสม เพื่อทำให้เกิดความมั่นใจว่าร่างกายมีภูมิคุ้มกันเพียงพอป้องกันโรคได้

https://www.komchadluek.net/news/regional/469859

นานาเยี่ยมรักษาหายเพิ่มขึ้นกว่าป่วยใหม่  ทำให้ผ่อนคลายในภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์

ประชาชนฉีดวัคซีนกันอย่างคึกคัก ร่วมมือกันอย่างเต็มที่หยุดเชื้อ เพื่อชาติ

สู้ๆและให้กำลังใจกันค่ะ


คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 8
แถลงความคืบหน้า สถานการณ์ โรคไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 10 มิถุนายน 2564 เวลา 12.30 น.
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แถลงความคืบหน้า สถานการณ์ โรคไวรัสโควิด-19
ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
ประจำวันที่ 10 มิถุนายน 2564 เวลา 12.30 น.


[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
รวมสไลด์แถลงสถานการณ์โควิด-19 จาก ศบค.
วันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน 2564
https://www.facebook.com/informationcovid19/posts/342275410724123


[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19
ณ วันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน 2564

ประเทศไทย
วันนี้มีผู้ติดเชื้อ 2,310 ราย รวมผู้ติดเชื้อสะสม 187,538 ราย
- เป็นผู้ติดเชื้อจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการฯเพิ่มขึ้น 1,467 ราย
- เป็นผู้ติดเชื้อจากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 102 ราย
- เป็นผู้ติดเชื้อที่เดินทางจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น 38 ราย
- เป็นผู้ติดเชื้อจากการตรวจคัดกรองเชิงรุกวันนี้ 703  ราย (ยอดผู้ติดเชื้อสะสมจากการตรวจคัดกรองเชิงรุกอยู่ที่ 52,103 ราย)

เสียชีวิตรวม 1,375 ราย(วันนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 43 ราย)
รักษาหายป่วยแล้ว 139,287 ราย (มีผู้ป่วยกลับบ้านเพิ่มขึ้น 3,035 ราย)
รักษาอยู่ในโรงพยาบาล 46,876 ราย

ผู้ติดเชื้อรายใหม่ภายในประเทศ (ไม่รวมเรือนจำ) 2,170 ราย มีรายละเอียดดังนี้ จากกรุงเทพฯ(788) ปริมณฑล (770) จังหวัดอื่น ๆ (612)

สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เพิ่มขึ้นในวันนี้ 38 ราย และเข้า Quarantine โดยเข้ารับการรักษาที่สมุทรปราการ(1)  และ สระแก้ว(37)มีรายละเอียดดังนี้
- จากประเทศสหราชอาณาจักร 1 ราย
- จากประเทศกัมพูชา 37 ราย

สถานการณ์โลกในวันนี้
- ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลก 175 ล้านราย มีจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมกว่า 3.7 ล้านราย(คิดเป็นร้อยละ 2.2 ของจำนวนผู้ติดเชื้อ) ในขณะที่ผู้รักษาหายมีจำนวน 158.6 ล้านราย (คิดเป็นร้อยละ 90.6)
- สหรัฐอเมริกา มียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ 14,201 ราย และยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่อันดับ 1 ของโลก อยู่ที่ 613,494 ราย
- อินเดีย ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทะลุ 29 ล้านรายแล้ว โดยมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ 93,896  ราย ทั้งนี้ยอดผู้รักษาหายในอินเดียอยู่ที่ 27.6 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 94.7
- ไทยมียอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่อันดับ 80 และยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่อันดับ 94 ของโลก

สถานการณ์อาเซียนในวันนี้
- เมียนมา ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสม 144,715 ราย โดยมียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เฉลี่ยในรอบ 7 วันที่ผ่านมาอยู่ที่ 127 ราย และมีจำนวนผู้เสียชีวิตกว่า 3,233 ราย
- มาเลเซีย ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 633,891  ราย โดยยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ อยู่ที่ 6,239 ราย
- กัมพูชา ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสม 36,240 ราย มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 289  ราย
- ลาว ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสม 1,971 ราย โดยกำลังรักษาอยู่ 173 ราย
- เวียดนาม ผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่ 407 ราย และมียอดผู้เสียชีวิตสะสม 55 ราย

ประมวลข้อมูลโดย กรมควบคุมโรค และศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมการแพทย์ และการวิจัยและพัฒนาสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.)
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
https://www.facebook.com/nrctofficial/posts/3879638158828394
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่