รักแรกของคุณเป็นยังไง?

ตามหัวข้อเลยค่ะ

ของ จขกท เค้าเป็นคนนิ่งๆ เงียบๆ ถ้าไม่สนิทจะไม่คุยด้วย บางคนว่าเค้าหยิ่ง แต่เค้าไม่ได้หยิ่งหรอกค่ะ เค้าแค่เข้าสังคมไม่เก่ง

เจอเค้าครั้งแรกคือวันเปิดเทอมแรกค่ะ ตอนแรกไม่รู้ว่าเค้าเป็นรุ่นพี่ แต่ก็มีเอะใจแหละ เพราะว่า ม.1 มีเรียนปรับพื้นฐาน 2 อาทิตย์ก็ไม่เคยเห็นเค้าเลย
ตอนเจอกันครั้งแรกเหมือนในซีรีย์เลยค่ะ เรารีบไปร้านถ่ายเอกสารวิ่งลงบันไดมาแล้วไปชนพี่เค้า พี่เค้าก็มองหน้า แต่ไม่ช่วยให้เราลุกขึ้น 🤣🤣🤣 วันนั้นพี่เค้ามากับเพื่อนอีกคนนึงค่ะ ด้วยความที่เราชนเค้าเราก็ขอโทษ เค้าก็มองหน้าแล้วก็เดินไปเลย ตอนนั้นในใจคือแบบ คนอะไรวะหน้านิ่งชิบ

ครั้งที่สองที่เจอคือวันเดียวกันเลยค่ะ เปลี่ยนแค่สถานที่ เจอพี่เค้าที่โรงอาหาร รอบนี้มาเป็นกลุ่มเลย เดินเข้ามาคือรู้เลยว่าไม่ใช่เด็กใหม่ แต่ก็ไม่รู้ว่า ม.2 หรือ ม.3 (ปล. โรงเรียน จขกท แบ่งพัก ม.ต้น กับ ม.ปลาย คนละเวลา) เราก็คิดในใจว่าคนแบบนี้มีเพื่อนเยอะแฮะ เพราะพี่เขานิ่งมาก จำได้ว่านั่งห้างกันประมาณ 3 โต๊ะ พี่เค้านั่งตรงข้ามกับเรา ทำให้เงยหน้ามาก็เห็นพี่เค้าพอดี พอกินข้าวเสร็จก็แยกย้าย

ครั้งที่สามที่เจอคือวันเดียวกันเลยค่ะ ในใจก็คิดแหละ โรงเรียนมันแคบรึยังไงทำไมเจอคนนี้อีกแล้ว เรานั่งรอรถรับส่งข้างสนามบาสค่ะ ส่วนพี่เค้ามาเล่นบาสกับเพื่อนๆ (ถ้าเป็นในซีรีย์ต้องมีลูกบาสลอยมาแน่นอน แต่เปล่าค่ะ วันนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้น) พึ่งเคยเจอคนหน้าเดียว ขนาดเล่นบาสชนะยังไม่ยิ้มเลยอ่ะค่ะ

แล้วเราก็เจอพี่เค้าเรื่อยๆ จนเราเริ่มสนิทกับเพื่อนๆในห้องที่มาคนละโรงเรียน แล้วเพื่อนในกลุ่มเราก็รู้จักพี่เค้า เพราะเค้าเรียนจบมาจากโรงเรียนเดียวกันบ้านอยู่ตรงข้ามกัน ไอ้เราก็เงียบ ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ที่รู้เพราะวันนั้นเราเห็นเพื่อนคนนี้เดินเอาของไปให้พี่เค้า เราเลยถามว่าไปไหนมาอ่ะ แล้วมันบอกเอาของไปให้พี่แถวบ้าน เอาล่ะเนื่องจากเราเจอพี่เค้าบ่อยๆ และเพื่อนเราก็สนิทกับพี่เค้า เราเลยได้รู้จักพี่เค้าไปในตัว แปลกนะคะทั้งที่ไม่เคยคุยกันซึ่งหน้า แต่กลายเป็นว่าเราจดจำทุกอย่างของเค้าได้ตั้งแต่การพบกันครั้งแรก

วันที่เราเห็นเค้ายิ้มครั้งแรกคือวันกีฬาสีค่ะ หลังจากที่เจอเค้ามาเกือบปี พึ่งจะเคยเห็นเค้ายิ้มค่ะ เราอยู่สีชมพู พี่เค้าอยู่สีส้ม ด้วยความที่เค้าหน้านิ่งเลยโดนพวกรุ่นพี่แกล้งค่ะ สีเค้าขึ้นสแตนก่อน เราเดินผ่านเห็นเค้าโดนแกล้งพอดี นั่นคือครั้งแรกที่เห็นเค้ายิ้มเลยค่ะ แล้วพอเรากำลังจะขึ้นไปนั่งบนสแตนคือตกสแตนค่ะ 🤣 แบบว่าใจมันไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยก้าวขาผิด 🤣 ดีที่มีพี่ๆสตาร์ฟช่วยพาไปห้องพยาบาล สรุปวันนั้นเราก็ไม่ได้ขึ้นสแตนค่ะ สีพี่เค้าชนะประกวดสแตนรอบนั้นด้วย

พอขึ้น ม.2 จากเพื่อนกลุ่มใหญ่ ก็เหลือแค่คนที่สนิทๆ กลุ่มเรามี 4 คนค่ะ ม.2 เราเจอพี่เค้าน้อยลง เพราะตึก ม.2 กับ ม.3 ห่างกันมาก ถ้าเราไม่มีเรียนคอม อังกฤษ หรือพละ เราจะไม่เจอพี่เค้าเลยค่ะ จะเจอก็เป็นบางวันที่เค้าไปเล่นบาส เพราะตั้งแต่เรารู้ว่าพี่เค้าชอบเล่นบาสเราก็ไปรอรถรับส่งตรงนั้นตลอดเลยค่ะ

ม.2 กลางเทอมน่าจะได้ พี่เค้าคบกับเพื่อนสนิทในกลุ่มเราค่ะ แต่ไม่ใช่คนที่อยู่ตรงข้ามบ้านนะคะ เป็นอีกคนนึง คนนี้จะว่าหน้าตาดีที่สุดในกลุ่มก็ได้ค่ะ ถ้าถามว่าเรารู้สึกยังไง ก็จุกแหละ แต่ก็พอเข้าใจ เพราะเพื่อนเราค่อนข้างหน้าตาดี หุ่นก็ดี พี่เค้าจะชอบก็คงเป็นเรื่องปกติใช่มั้ยคะ
พอเพื่อนเราคบกับพี่เค้า เราก็เจอกันบ่อยขึ้นค่ะ แทบจะเรียกว่ารวมกลุ่มเลยก็ได้ เราเลยสนิทกับพี่เค้าและเพื่อนๆไปโดยปริยาย จนเพื่อนสนิทพี่เค้าเริ่มจับทางได้ว่าเราชอบพี่เค้าค่ะ ความลับเลยไม่ได้มีแค่เราที่รู้อีกต่อไป วันนึงเพื่อนพี่เค้าเดินมาถามเราว่าชอบ บ. หรอ เรานี่นิ่งเลยค่ะ แกบอกอีกว่า รู้ใช่มั้ยว่าเค้าคบกันกับเพื่อนเราอยู่ เราก็บอกว่ารู้ เรารู้ทุกอย่างว่าพี่เค้าชอบเพื่อนเราขนาดไหน แทคแคร์ดีขนาดไหนเรารู้หมดค่ะ พี่แกเตือนเราว่าอย่าทำให้เค้าเลิกกันเลยนะ มันไม่ดี เราบอกว่าแค่เห็นพี่เค้ามีความสุขก็พอแล้ว ตั้งแต่วันนั้นเราก็เริ่มออกห่างเวลารวมสองกลุ่ม ด้วยความที่เรามีเพื่อนสนิทที่เรียนจบมาจากที่เดียวกันด้วยเลยหาข้ออ้างออกมาได้ง่ายๆ

พอบ่อยเข้า เหมือนเพื่อนเราเริ่มสงสัยค่ะ เพราะก่อนหน้านี้เราไปไหนด้วยแทบตลอด จนมันมาถามเราว่าทะเลาะกับใครหนือเปล่า เราก็ตอบเปล่าค่ะ กลายเป็นว่าถ้าจะทำให้เพื่อนสบายใจเราก็ต้องกลับไปรวมกลุ่มเหมือนเดิม แต่มันไม่เหมือนเดิมแล้วค่ะรอบนี้ เพราะเพื่อนพี่เค้ามองเราแปลกๆ เหมือนว่าเราจะเข้าไปทำให้เค้าเลิกกัน

พอช่วงซ้อมกีฬาสี ก็เกิดเรื่องจนได้ค่ะ เพื่อนเราแอบคุยกับคนอื่น อ้าว ไอ้เรารู้คนสุดท้ายเลยค่ะ ว่ามันแอบคุยกับรุ่นพี่ ม.4 พี่ที่มันคุยอยู่สีเดียวกันกับเราค่ะ ที่เรารู้เพราะพี่เค้าโทรมาถามเราค่ะ ว่าเราคุยกับเพื่อนเราอยู่หรือเปล่า (ช่วงนั้นโปรโทรฟรีค่ะ โทรศัพท์ยังไม่ได้ไฮเทคเหมือนทุกวันนี้) เราก็ไม่รู้จะตอบว่าอะไร จนมาเรียนแล้วได้ยินเพื่อนๆคุยกันว่าเมื่อคืนเพื่อนเรามันคุยกับพี่คนนั้น เราเลยบอกเพื่อนเราไปว่าพี่เค้าโทรมาหาเรานะ โทรมาถามว่าเราได้คุยกับเพื่อนเราอยู่หรือเปล่า เราบอกมันไป มันบอกว่าต่อไปถ้าพี่เค้าถามไม่ให้เราตอบอะไร ไม่รับสายได้ก็ดี เราก็บอกว่าเราเข้าใจ ทั้งที่ในใจนี่จุกอกมาก เพราะพี่เค้าถือว่าเป็นคนดีเลยก็ว่าได้ จากที่เรามองพี่เค้านิ่ง หยิ่ง เย็นชา พอรู้จักพี่เค้าจริงๆคือเค้าเป็นคนน่ารักมาก ชอบแกล้งด้วย ติดจะกวนหน้าตายด้วยซ้ำ เทคแคร์ก็ดี ทำไมเพื่อนเราถึงแอบคุยกับคนอื่น

พอใกล้ถึงวันแข่งกีฬาจริง เพื่อนเรามันบอกเลิกพี่เค้าค่ะ (อ่ะจ้า คนดีที่ถูกทิ้ง) ทีนี้มันเล่นบล็อกเบอร์พี่เค้า พี่เค้าเลยโทรมาหาเราแทน กลายเป็นว่าเราเป็นผู้รับฟังทุกอย่าง เค้าน่าสงสารมากค่ะ น้ำเสียงคือรู้เลยว่าร้องไห้แน่ๆ ทำเอาใจเราปวดไปหมดเลยค่ะ (อย่างงี้เค้าเรียกรักมากหรือเปล่า) พี่เค้าคุยกับเราแบบนี้เป็นอาทิตย์เลยค่ะ จนวันแข่งจริง เราได้เจอกับพี่คนที่เพื่อนเราคุย เราอ๋อเลยค่ะ พี่เค้าหล่อมาก เป็นเดือนโรงเรียนเลยก็ว่าได้ พี่เค้าอยู่ ม.4 ค่ะ ขาว สูง ดูแบดๆ แต่เหมือนพี่เค้าไม่ได้อะไรกับเพื่อนเรานะคะ เพราะตอนเจอกันก็เหมือนพี่เค้าเฉยๆ แต่เพื่อนเรานี่สิ ออกอาการมาก กลับมาที่เรื่องคนที่เราชอบดีกว่าค่ะ เหมือนว่าช่วงนั้นพี่เค้าพยายามง้อเพื่อนเรานะคะ แต่ก็ไม่สำเร็จ

พอเหมือนพี่เค้าเริ่มทำใจได้ เค้าก็เลิกโทรหาเราค่ะ  (เราคงเป็นได้แค่ที่ระบายมั่งคะ) จนวันวาเลนไทน์ พี่เค้าซื้อดอกไม้มาง้อเพื่อนเรา แต่เพื่อนเราไม่รับค่ะ พี่เค้าเลยฝากมันไว้ที่เรา ให้เราเอาไปให้เพื่อนเรา (โอเค เรามันที่ระบายจริงๆแหละ) เพื่อนเรามันให้เราเอาไปคืนพี่เค้าค่ะ แต่พี่เค้าก็บอกว่าให้เอาไปให้เพื่อนเรา ไปๆมาๆกลายเป็นว่าดอกไม้นั้นเราเอากลับบ้านค่ะ ของที่เจ้าของเค้าไม่ต้องการ ส่วนคนให้ก็ไม่ได้ต้องการที่จะให้เรา แต่พอเราเอาไปคืนเค้ากลับไม่เอากลับไปซะงั้น เราเลยเอามันกลับบ้านมาด้วยค่ะ ทุกวันนี้ก็อยู่ในหนังสือที่เราชอบอ่าน เพราะตัวละครในหนังสือเล่มนั้นคล้ายกับพี่เค้าค่ะ

พอวันที่พี่เค้าจบ ม.3 ตอนแรกเราคิดว่าจะไม่ได้เจอพี่เค้าอีกแล้ว เราเลยเดินไปบอกพี่เค้าค่ะว่าเราชอบพี่เค้านะ สิ่งที่เค้าทำคือมองหน้าเรา แล้วเดินจากไปค่ะ ความรู้สึกตอนนั้นคือเหมือนโล่งแหละ แต่ทำไมจุกเป็นบ้าเลยก็ไม่รู้ โล่งที่ได้บอกคงามในใจที่เก็บมา 2 ปี แต่เหมือนโดนถีบลงเหวเพราะเค้าไม่ตอบอะไรเราเลย เราหน่วงไปเลย ปิดเทอมแทบไม่ได้ติดต่อเพื่อนเลยค่ะ ทั้งที่ปกติจะคุยกับเพื่อนแทบทุกวัน เพราะสมัครโทรฟรีตลอด แต่ช่วงปิดเทอมที่เราจะขึ้น ม.3 นั้นเราไม่ติดต่อใครเลยค่ะ เหมือนช่วยเยียวยาตัวเองอยู่

พอเปิดเทอม ม.3 วันแรกก็เจอ jackpot เลยค่ะ พี่เค้ามาต่อ ม.4 ที่โรงเรียนเดิม โอ้ย คือตอนนี้เข้าหน้าไม่ติดแล้วค่ะ ส่วนเพื่อนเรามันก็น้าจะรู้แล้วว่าเราชอบพี่เค้ามานายแล้ว แต่เรากับเพื่อนก็ไม่ได้ทะเลาะหรือมีปัญหากันนะคะ แต่เหมือนพี่เค้าพยายามหลบหน้าเรา อาจะเพราะเรื่องที่เราไปบอกชอบเค้าหรือเปล่าอันนั้นไม่รู้ค่ะ

เราก็เจอกับพี่เค้าเรื่อยๆ แต่ก็ค่อยๆ น้อยลง จนวันที่คัด รด. ค่ะ ด้วยความที่เราชอบนั่งข้างหน้าต่าง แล้ววันนั้น ครูฝึก รด. ดันมาดัด รด. ตรงข้างตึกที่เราเรียนพอดีค่ะ แล้วที่พีคคือ พี่เค้าก็มาคัด รด. ด้วย พีคกว่านั้นคือ ผช. ถอดเสื้อค่ะ โอ้ย คือเราเห็นพี่เค้าถอดเสื้อ เหลือแค่กางเกงพละ แบบว่าขาวมากๆ ไม่รู้เป็นเพราะอาการเราออกหรืออะไร เพื่อเราที่อยู่ตรงข้ามบ้านพี่เค้ามันนั่งข้างเรามันเลยชะโงกหน้าไปดูว่าเราเป็นอะไร แล้วพอมันเห็นพี่เค้ามันเรียกพี่เค้าเลยค่ะ เราหันหน้ากลับไม่ทัน เลยประสานตากันไปเต็มๆ ฮื้อออออ หลังจากนั้นจากที่ไม่ค่อยเจอ ยิ่งไม่เจอไปหนักกว่าเดิมค่ะ จนกีฬาสีอีกรอบ พี่เค้าอยู่สีส้มอีกแล้วค่ะ ส่วนเราก็สีชมพูเหมือนเดิม (ปล. ถ้า ม.1 หรือ ม.4 จับได้สีอะไรก็จะอยู่สีนั้นจนจบ ม.3 หรือ จบ ม.6 เลยค่ะ) วันสุดท้ายของการแข่งกีฬา ไม่รู้โลกมันกลมหรือพรหมลิขิต อาจารย์ให้จับมือกันเป็นวงกลม 2 วงใหญ่รอบสนามบอลโรงเรียนค่ะ พี่เค้ายืนอยู่หน้าเราค่ะ ร้องเพลงสร้างความปลองดองแล้วพอร้องเพลงจบให้หันหน้าเข้าหากันแล้วจับมือกันก่อนจะเดินไปรอบๆ วนไปทางขวา แล้วคนที่เราจับมือด้วยคนแรกคือพี่เค้าค่ะ ทำเอาเราไปไม่เป็นเลย วันนั้นเกือบตกรถรับส่งเลยค่ะ

พอถึงวาเลนไทน์ ของ ม.3 เป็นปีแรกเลยค่ะที่เราเอาของไปให้พี่เค้า ทั้งช็อกโกแลต และ กุหลาบ แต่เราไม่ได้ให้ที่ที่คนเห็นเยอะๆนะคะ เราแอบให้ ตอนนั้นเริ่มมีการใช้ เฟสบุ๊คแล้วค่ะ พี่เค้าไม่ได้ทิ้งของเรานะคะ แต่เค้าแค่บอกว่าขอบคุณนะ แค่นั้น 🤣 เพื่อนผู้ชายคนแรกในเฟสเราคือพี่เค้าค่ะ

พอวันที่เราจะจบ ม.3 เราเห็นพี่เค้ากับเพื่อนเราที่เค้าเคยคบยืนคุยกันค่ะ อ่ะจุกไปสิ แล้วจากที่เราจะเดินไปหาเพื่อนเราก็ค่อยๆเดินออกมาแล้วโทรให้ที่บ้านมารับแทนนั่งรถรับส่งค่ะ ดีที่วันนั้นน้าเราอยู่แถวโรงเรียนเราพอดี เราเลยไม่ต้องรอนานค่ะ

พอผลสอบออก เราก็มาดูผลสอบที่โรงเรียน พร้อมกับรับวุฒิ ม.3 เพื่อที่จะไปสมัครเรียนต่อ วันนั้นเรานั่งคุยกันกับเพื่อนๆในกลุ่มว่าใครจะไปเรียนที่ไหน ได้ข้อสรุปว่าทุกคนจะเรียนต่อที่เดิมหมดเลยค่ะ แค่แยกย้ายไปเรียนสาขาที่ตัวเองถนัด ส่วนเราเป็นคนเดียวที่จะไม่เรียนต่อที่เดิม เพราะเราคิดว่า พี่เค้าคงไม่อยากเจอหน้าเรา และเราก็ไม่อยากเจ็บอีกถ้าเห็นเค้ามีแฟน เราเลยจะไปเรียนสายอาชีพค่ะ

สุดท้ายเหมือนโชคชะตาเล่นตลกค่ะ ทางบ้านเราไม่อนุญาติให้เราไปเรียนสายอาชีพ ให้เรากลับมาเรียนที่เดิม รอบนี้เราอยู่สาย วิทย์-คณิต ค่ะ ส่วนเพื่อนเราที่เคยเป็นแฟนเก่าพี่เค้า กับอีกคนที่อยู่ตรงข้ามบ้านพี่เค้า ไปอยู่สายศิลป์ค่ะ แล้วเค้าก็อยู่ห้องเดียวกันด้วย เราก็เจอกับเพื่อนๆ ม.ต้นน้อยลงค่ะ และก็มีเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้น เหมือนจะเจอพี่เค้าน้อยลงกว่าปีที่แล้วด้วย หรือเพราะเราเรียนหนักจนสนใจพี่เค้าน้อยลงอันนั้นไม่รู้เหมือนกันค่ะ

พอถึงช่วงกีฬาสีที่นักเรียนทุกคนรอคอย เพราะจะเป็นช่วงเวลาที่เราเรียนน้อยลง และได้ปลดปล่อยสมอง เราจับได้สีชมพูอีกแล้วค่ะ สรุปคือ 6 ปี เราอยู่แค่สีชมพู เหมือนพี่เค้าเลยค่ะ อยู่แต่สีส้ม 🤣 แต่เพื่อน ม.ต้น เราอยู่สีเหลืองค่ะ อย่างน้อยๆโชคชะตาก็ยังเห็นใจเราอยู่ค่ะ ที่ไม่ให้เค้าอยู่สีเดียวกัน

จนวันแข่งจริง เพื่อนเรามันดันลงวิ่ง 4*400 ม. เพื่อเอาคะแนนพิเศษวิชาพละ 5 คะแนน แล้วใส่ชื่อเราลงไปด้วย ที่พิเศษกว่านั้นคือ เราเป็นโรคเลือดจางค่ะ พอส่งไม้ต่อให้เพื่อนเสร็จภาพเราตัดเลยค่ะ รู้ตัวอีกทีคือพี่คนที่เพื่อนเรามันเคยแอบคุยด้วยตอน ม.2 เค้าอุ้มเราอยู่ค่ะ เพื่อพาเราไปห้องพยาบาล หลังจากวันนั้น เหมือนเราเจอพี่คนนี้บ่อยขึ้นค่ะ บ่อยมากๆ และเราก็จอพี่ บ. บ่อยขึ้นมากๆ เหมือนกันค่ะ

วันวาเลนไทน์ ปีที่ 4 เราก็ทำเหมือนเดิมค่ะ ให้ช็อกโกแลตกับกุหลาบพี่เค้าเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือพี่เค้าโพตส์ลงเฟสค่ะ ที่พีคคือ พี่คนที่เพื่อนเราชอบเอาหัวใจมาติดให้เรา แล้วบอกแลกกัน ให้เราติดให้เค้าด้วย เย็นวันนั้นมีเบอร์แปลกโทรมาหาเราค่ะ ซึ่งด้วยความที่เราไม่รู้ว่าเบอร์ใคร เราเลยไม่รับสายค่ะ แล้ววันต่อมาก็เป็นเบอร์เดิมโทรมาอีกค่ะ เราเลยรับ คนที่โทรมาคือพี่ที่เคยคัยกับเพื่อนเราค่ะ เค้าบอกว่าเค้าโทรผิดค่ะแล้วก็วางสายไป…
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่