“ภูเก็ตแซนบอกซ์” ความหวังใหม่ของการเปิดประเทศ

1 กรกฎาคมนี้ ภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ ความหวังของเศรษฐกิจประเทศ จะมาจริงแล้ว เพื่อให้เป็นโมเดลเปิดประเทศหลังจากเกิดภูมิคุ้มกันหมู่

2 ปีมาแล้วที่ประเทศไทยเผชิญกับโรคโควิด-19 ซึ่งนำพาปัญหาต่างๆมากมายตั้งแต่เรื่องของ ความเป็นอยู่ที่เปลี่ยนไป การ Social Distancing จนถึงการปิดประเทศที่นำพาปัญหาหลักมาถึงเรานั่นคือปัญหา “เศรษฐกิจ” ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงอย่างมาก
          ประเทศเราเป็นหนึ่งประเทศที่พึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก หากเรายังปิดประเทศไม่รับนักท่องเที่ยวอยู่แบบนี้เท่ากับนับถอยหลังรอเวลาพังกันหมดเลย ดูได้จากห้างร้าน โรงแรม ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่ทยอยปิดตัวกันไป ดังนั้นความสำคัญเร่งด่วนตอนนี้นอกจากเรื่องการควบคุมการระบาดในประเทศ ให้ได้แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดอีก 1 อย่างเลยคือ นโยบายการสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยวให้เป็นแบบแผนเสียที


ภาพที่อยากเห็นเหลือเกินตอนนี้คือภาพนักท่องเที่ยวเต็มสนามบินสักที
 
          ซึ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมามีแผน แผนนึงปรากฏตามหน้าข่าวสารคือแผน “ภูเก็ตแซนบอกซ์” รายละเอียดคือแนวทางการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ ”ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว” จากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำและปานกลางของจังหวัดภูเก็ต ที่จะมีกำหนดดำเนินการในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 โดยมีกำหนดแผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยไม่ต้องกักตัว โดยมีรายละเอียดแยกย่อย 6 ข้อคือ

          1. เปิดรับเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนครบโดสตามเกณฑ์ของวัคซีนแต่ละชนิด มีระยะเวลาการฉีดมากกว่า 14 วัน แต่ไม่เกิน 1 ปี และเป็นผู้เดินทางจากกลุ่มประเทศต้นทางที่มีความเสี่ยงต่ำ-ปานกลาง ตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข
          2. กำหนดให้เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีที่เดินทางมาพร้อมกับผู้ปกครองที่ฉีดวัคซีนแล้วเดินทางเข้าได้ ในขณะที่เด็กอายุระหว่าง 6-18 ปีจะต้องได้รับการตรวจเชื้อเมื่อเดินทางมาถึงสนามบินภูเก็ต 
          3. มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนจากประเทศต้นทาง โดยวัคซีนจะต้องขึ้นทะเบียนตามกฎหมายของประเทศไทย หรือได้รับการรับรองโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) 
          4. มีการติดตั้งแอปพลิเคชั่นแจ้งเตือน 
          5. พำนักในโรงแรมที่พักที่ผ่านมาตรฐาน SHA+ เป็นเวลา 14 คืน และภายหลังการ พำนักตามระยะเวลาที่กำหนดสามารถเดินทางไปยังพื้นที่อื่นในประเทศไทยได้ 
          6. รายงานตัวและรับการตรวจเชื้อโควิด-19 ตามมาตรการควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข และสามารถทำกิจกรรมท่องเที่ยวได้ภายใต้มาตรการป้องกันตามมาตรฐาน DMHTTA


          ซึ่งส่วนตัวของ จขกท.แล้วเห็นด้วยเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยผู้ประกอบการที่จังหวัดภูเก็ตแล้วโครงการนี้ยังเป็นโครงการต้นแบบ (ที่เรียกว่า Sandbox) ที่สามารถเอาไปพัฒนาเป็นแนวทางกับจังหวัดท่องเที่ยวต่างๆของประเทศได้อีกด้วย ซึ่งก็หวังว่าโครงการนี้จะสามารถช่วยเยี่ยวผู้ประกอบการในประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในประเทศได้ ประเทศจะได้เริ่มฟื้นสักที ตอนนี้ของอย่างเดียว รัฐบาลช่วยอนุมัติให้ดำเนินการสักที ช้าเรื่องวัคซีนแล้ว ก็อย่าช้าเรื่องอื่นจนเศรษฐกิจมันยากจะเยียวยาไปกว่านี้เลยเถอะ

ถือว่าขอร้องละกัน....................
Link : พิษโควิดกดนักท่องเที่ยวต่างชาติวูบคาดเหลือแค่ 1.2 ล้านคน 'หอการค้าฯ'หนุนเปิดภูเก็ต (thaipost.net)
Link : THE STANDARD - Posts | Facebook
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่