คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 6
"อนุทิน" ไม่ปลื้ม สั่งตั้งกรรมการสอบ รพ.ไหนเลื่อนฉีดวัคซีน ขัดนโยบายรัฐบาล
https://www.sanook.com/news/8393594/
https://www.sanook.com/news/8393594/
Urylia ขำกลิ้ง, สมาชิกหมายเลข 4560603 ขำกลิ้ง, สมาชิกหมายเลข 6479915 ขำกลิ้ง, สมาชิกหมายเลข 4479267 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6395303 ถูกใจ, 0000 ขำกลิ้ง, สมาชิกหมายเลข 2220410 ขำกลิ้ง, สมาชิกหมายเลข 6081620 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3086736 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3679145 ถูกใจรวมถึงอีก 1 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
การเมือง
รัฐบาล
กระทรวงสาธารณสุข
วัคซีน (Vaccine)
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19)
📒มาลาริน/เอ้า..ฟังหมอค่ะ....'หมอโอภาส'เคลียร์ปัญหากระจายวัคซีน ยันส่งแอสตร้าฯให้ทุกจังหวัดทุกสัปดาห์
7มิ.ย.64-นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า รัฐบาลมีเป้าหมาย ให้ทุกคนในแผ่นดินไทย ทั้งคนไทยและต่างชาติได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ด้วยความสมัครใจโดยไม่คิดมูลค่า ซึ่งต้องฉีดให้ครอบคลุมประชากรที่อยู่ในประเทศไทยอย่างน้อยร้อยละ 70 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมต่อไป
โดยหลักการกระจายวัคซีน คือ....👇
1.ทุกจังหวัดจะได้รับการจัดสรรวัคซีนทั้งแอสตร้าเซนเนก้าและซิโนแวค เฉลี่ยตามจำนวนประชากรในพื้นที่และประชากรแฝงในพื้นที่
2.จังหวัดที่มีการระบาดจะจัดวัคซีนเสริม เพื่อควบคุมโรค โดยมีการปรับแผนตามสถานการณ์โรคที่เปลี่ยนแปลงค่อนข้างรวดเร็ว เช่น มีการระบาดในบางพื้นที่หรือบางกลุ่มเพิ่มขึ้น
3.จังหวัดกลุ่มเป้าหมายพิเศษ เช่น พื้นที่ท่องเที่ยว กลุ่มแรงงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ หรือชายแดนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มแรงงาน ผู้ประกันตน รวมถึงผู้ที่ลงทะเบียนฉีดวัคซีนผ่าน “หมอพร้อม” จะได้ฉีดแน่นอน ขอให้ประชาชนไปรับวัคซีนตามกำหนด
ประเทศไทยเริ่มให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 แก่ประชาชน ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 64 จนถึงปัจจุบัน มีประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนแล้วประมาณ 4 ล้านโดส ในกรุงเทพฯ ฉีดแล้ว 1 ล้านโดส ทำให้ช่วยชะลอการระบาดได้ในส่วนนึง โดยในระยะแรกกลุ่มที่ได้รับวัคซีนเป็นบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งภาครัฐและเอกชน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป บุคคลที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง และประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง และจะสามารถควบคุมสถานการณ์ของโรคในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด รวมถึงการเร่งให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ในประชาชนให้เร็วที่สุด
นายแพทย์โอภาส กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับในวันนี้ เป็นการเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 สำหรับประชาชนทั่วไปพร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคโควิด 19 และลดอัตราการติดเชื้อหรือเจ็บป่วยรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต โดยมีเป้าหมายการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชากรอย่างน้อยร้อยละ 70 ของประชากรที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยภายในปี 2564 ซึ่งขณะนี้มีวัคซีนจำนวน 3.54 ล้านโดส (แอสตร้าเซนเนก้า 2.04 ล้านโดส และซิโนแวค 1.5 ล้านโดส) และจะมีวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าที่ทยอยส่งมอบไปทุกจังหวัดอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ โดยสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมิถุนายนนี้จะมีวัคซีน 8.4 แสนโดส และสัปดาห์ที่ 4 อีก 2.58 ล้านโดส ในภาพรวมตลอดเดือนมิถุนายน จะมีวัคซีน 6 ล้านโดส ซึ่งเป็นไปตามแผนที่ ศบค. กำหนด และคาดว่าในเดือนมิถุนายนนี้ จะฉีดวัคซีนให้กับประชาชนได้ 10 ล้านโดส
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในระบบการบริหารจัดการ และติดตามข้อมูลข่าวสารจากกระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก เพื่อลดความสับสน และขอให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีนที่รัฐบาลจัดหามา ซึ่งผ่านการตรวจสอบคุณภาพและประสิทธิภาพตามมาตรฐานทางสาธารณสุขก่อนนำมาฉีดให้กับประชาชน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422
https://www.thaipost.net/main/detail/105581
จะส่งแอสตร้าฯและซิโนแวคให้ทุกสัปดาห์ เฉลี่ยตามจำนวนประชากรในแต่ละจังหวัด
จังหวัดก็จัดสรรกาฉีดในแต่ละสัปดาห์ตามจำนวนวัคซีนที่ได้
วัคซีนมาช้าดีกว่าไม่มา คนไทยอยากฉีดวัคซีนดีกว่าไม่อยากฉีด
มองบวกดีกว่ามองลบค่ะ
ไม่มีใครอยากให้การทำงานไม่ประสบความสำเร็จ
อุปสรรคมีมากมาย ทั้งทางการสื่อสาร ทางการเมืองที่มีหลายฝั่ง หลายฝ่าย
สุดท้ายคนที่จริงใจต่อประชาชนเท่านั้นจะยืนอยู่ได้อย่างสง่างาม