โพสต์นี้เป็นโพสต์แรกที่เขียนขึ้น เพื่ออยากมาบอกเล่าความรู้สึกที่เราได้พบเจอกับการทำงานวันแรกค่ะ อาจจะยาวหน่อยนะคะใครไม่อยากอ่านสามารถข้ามไปได้เลยนะคะ🙏🥰
เรื่องมีอยู่ว่า เราเป็นนศ.จบใหม่ค่ะ จบคณะวิทยาศาสตร์ สาขาจุลชีววิทยา เราตั้งใจจะสอบนักวิทยาศาสตร์ สังกัดหน่วยพิสูจน์หลักฐานค่ะ แต่ในปีนี้เขาไม่รับสมัครสาขาที่เราเรียนเราเลยต้องกล่อยไป😂 แล้วคือพ่อแม่เราตอนนี้อยากให้เราได้งานมากเนื่องจาก เริ่มจะส่งเสียไม่ไหวแล้ว และคิดว่าควรหาเงินเลี้ยงตัวเองได้แล้ว พ่อแม่เราเลยจะฝากเราไปกับที่ทำงานที่ทำงานหนึ่งค่ะซึ่งเป็นที่ทำงานที่เดียวกับแม่ ถ้าไปหางานที่จังหวัดอื่นช่วงนี้จะค่อนข้างเสี่ยง เรื่องโควิด-19ค่ะ เราก็โอเคไม่ได้เรื่องมากอะไร จนเราได้งานอยู่ในฝ่ายฝ่ายหนึ่ง นี่แหล่ะค่ะเรื่องมันเกิดขึ้นตรงนี้ คือว่าตำแหน่งที่เราได้ทำงานจะเป็นงานที่ไม่ค่อยซับซ้อนเท่าไหร่ จะค่อนข้างเข้าใจง่ายเลย ทำให้เราได้ลงที่ตำแหน่งงานนี้ แต่จะต้องมีคนที่อยู่ก่อนหน้านี้ได้ย้ายไปอีกตำแหน่งนึงค่ะ ซึ่งตำแหน่งนั้นจะเป็นงานที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนและจะต้องเป็นคนที่อยู่มานานแล้วถึงจะได้ทำค่ะ (เด็กใหม่อย่างเราคงไม่ได้ทำแน่นอน) พี่คนนั้นผ่านเกณฑ์ทุกอย่าง และทางผู้ใหญ่ได้อนุมัติเรียบร้อย จนมาถึงในวันที่เราได้ไปทำงานวันแรก เราไปหาและได้สวัสดีแนะนำตัวให้ฝ่ายที่เราได้ทำ เราก็เจอกับพี่คนนั้นค่ะ พี่เขาไม่หือไม่อือกับเรา นั่งทำงานที่โต๊ะของตัวเองโดยไม่ย้ายของไปอีกห้องที่ตัวเองได้ลง เราเลยไม่มีโต๊ะนั่ง ทำให้เราต้องไปนั่งข้างๆโต๊ะหัวหน้าซึ่งเป็นอะไรกดดันมากค่ะ(แต่หัวหน้าน่ารักมากนะคะ ใจดี และเป็นคนแรกที่ชวนเราคุย) แต่เมื่อมีพี่คนอื่นได้เดินมาเล่นมาคุยและพูดขึ้นมาว่า "อ้าว ไม่ไปทำงานฝ่ายนั่นหรอ ทางผู้ใหญ่อนุมัติแล้วนะแล้วก็ให้น้องคนนี้(เรา)มาทำงานที่ตรงนี้แทนนิ" และในที่สุดพี่คนนั้นก็ได้พูดปฏิเสธในการย้ายตำแหน่งค่ะ เรื่องนี้เราทั้งสองได้พบพูดคุยกับทางผู้ใหญ่แล้วนะคะ ท่านก็ถามว่ามีเป็นปัญหาอะไรมั้ย พี่เขาก็ไม่ได้ตอบอะไร แต่มองดูก็รู้แล้วว่าไม่อยากไปแต่ทำไรไม่ได้จึงทำเป็นเงียบแล้วตอบว่า ค่ะ ไปแค่นั้น สุดท้ายหัวหน้าเลยได้ฝากเราไว้กับพี่คคนนั้นว่าให้สอนงานเรา พี่เขาตอบรับไป แต่เรารอจนครึ่งวันพี่เขาไม่เรียกเราเลยค่ะ😭 ในตลอดระยะเวลาครึ่งวันเราได้เดินไปหาพี่คนนั้น เข้าไปถามว่ามีงานอะไรให้ช่วยมั้ยคะ มีงานให้หนูทำมั้ยคะ และก็ได้เสียงตอบกลับมาว่า "ไม่มี" แล้วก็ก้มหน้าทำงานต่อ เราก็อ๋อโอเคค่ะ เราพยายามยิ้มปลอบใจตัวเองว่าไม่เป็นไรๆ ตอนนี้พี่อาจจะเครียดงานก็ได้ไม่เป็นไร จนสุดท้ายช่วงเช้าครึ่งวันเราไม่ได้ทำอะไรเลย ได้แต่นั่งหน้าเอ๋ออยู่อย่างนั่น😂 เราไปพักเที่ยงเสร็จแล้วเราก็กลับมานั่งต่อและก็ได้ถามพี่เขาอีกครั้งว่ามีงานอะไรให้ช่วยทำมั้ยคะ และก็ได้คำตอบเดิมค่ะ คือไม่ แต่รอบนี้เหมือนจะมีบุญเก่าหลงเหลืออยู่ พี่ที่อยู่อีกฝ่ายนึง ได้เข้ามาช่วยเหลือเรา เข้ามาสอนงานเราเพราะพี่เขาเหมือนจะสังเกตเห็นว่าเรานั่นหน้าเอ๋อแบบนี้มานานแล้ว "หากไม่เข้าใจอะไรให้มาหาพี่ได้ หรือไม่ก็ไปถามหัวหน้าฝ่ายหนูก็ได้นะ" เรานี่น้ำตาซึมเลยค่ะ ได้แต่กลืนก้อนซะอึกและยิ้มออกมาเราดีใจมาก จนตลอดทั้งบ่ายเราก็ได้ทำงาน แต่พองานเสร็จหมดแล้วเราก็ได้ไปหาพี่คนนั้นอีกครั้งค่ะว่ามีไรให้หนูช่วยมั้ย(หนูขี้ตื้อใช่มั้ยคะ5555)แต่สาเหตุที่เราตื้อๆแบบนี้เพราะเราอยากคุยกับพี่คนนั้นค่ะ เรารู้สึกผิดมากค่ะที่ทำให้เขาเสียตำแหน่งงานที่ตัวเองทำเป็นเพราะเราคนเดียว แต่มีประโยคนึงค่ะที่ทำให้เราสะอึกจนยิ้มไม่ออกคือ มีพี่ๆมาแซวว่า "ห้องตำแหน่งนั้นทำไมโต๊ะยังว่างน้าาา" แล้วพี่เขาคนนั้นก็ได้พูดกลับมาว่า "ว่างก็ว่างไปเดี๋ยวตรงนี้ก็จะว่างอีกคนก็จะไม่อยู่แล้วเหมือนกัน" คือพี่คนนี้เคยเปรยๆไว้ว่าถ้าถูกย้ายเขาจะลาออกค่ะ เราได้ยินนี่แบบ....ได้แต่ก้มหน้าเขียนหนังสือต่อไป🥺😔 นี่แค่วันแรกก็สาหัสเอาการอยู่นะคะสำหรับเรา
ขอบคุณที่รับฟังตั้งแต่ต้นจนจบนะคะ🙏 เราแค่อยากระบายความรู้สึกเราไม่อยากบอกคนที่บ้านว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนนี้ เราพยายามจะไม่เอาเรื่องงานมาปนกับเรื่องส่วนตัวค่ะเราไม่อยากให้คนอื่นคอยเป็นห่วงในเรื่องแบบนี้ เดี๋ยวเราจะมาระบายให้ฟังใหม่นะคะ ถ้ายังมีคนอยากฟังอยู่นะ🙂 ขอบคุณค่ะ
เราไม่รู้จะทำยังไงแล้ว กับประสบการณ์และความรู้สึก ที่พบเจอกับการทำงานวันแรก
เรื่องมีอยู่ว่า เราเป็นนศ.จบใหม่ค่ะ จบคณะวิทยาศาสตร์ สาขาจุลชีววิทยา เราตั้งใจจะสอบนักวิทยาศาสตร์ สังกัดหน่วยพิสูจน์หลักฐานค่ะ แต่ในปีนี้เขาไม่รับสมัครสาขาที่เราเรียนเราเลยต้องกล่อยไป😂 แล้วคือพ่อแม่เราตอนนี้อยากให้เราได้งานมากเนื่องจาก เริ่มจะส่งเสียไม่ไหวแล้ว และคิดว่าควรหาเงินเลี้ยงตัวเองได้แล้ว พ่อแม่เราเลยจะฝากเราไปกับที่ทำงานที่ทำงานหนึ่งค่ะซึ่งเป็นที่ทำงานที่เดียวกับแม่ ถ้าไปหางานที่จังหวัดอื่นช่วงนี้จะค่อนข้างเสี่ยง เรื่องโควิด-19ค่ะ เราก็โอเคไม่ได้เรื่องมากอะไร จนเราได้งานอยู่ในฝ่ายฝ่ายหนึ่ง นี่แหล่ะค่ะเรื่องมันเกิดขึ้นตรงนี้ คือว่าตำแหน่งที่เราได้ทำงานจะเป็นงานที่ไม่ค่อยซับซ้อนเท่าไหร่ จะค่อนข้างเข้าใจง่ายเลย ทำให้เราได้ลงที่ตำแหน่งงานนี้ แต่จะต้องมีคนที่อยู่ก่อนหน้านี้ได้ย้ายไปอีกตำแหน่งนึงค่ะ ซึ่งตำแหน่งนั้นจะเป็นงานที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนและจะต้องเป็นคนที่อยู่มานานแล้วถึงจะได้ทำค่ะ (เด็กใหม่อย่างเราคงไม่ได้ทำแน่นอน) พี่คนนั้นผ่านเกณฑ์ทุกอย่าง และทางผู้ใหญ่ได้อนุมัติเรียบร้อย จนมาถึงในวันที่เราได้ไปทำงานวันแรก เราไปหาและได้สวัสดีแนะนำตัวให้ฝ่ายที่เราได้ทำ เราก็เจอกับพี่คนนั้นค่ะ พี่เขาไม่หือไม่อือกับเรา นั่งทำงานที่โต๊ะของตัวเองโดยไม่ย้ายของไปอีกห้องที่ตัวเองได้ลง เราเลยไม่มีโต๊ะนั่ง ทำให้เราต้องไปนั่งข้างๆโต๊ะหัวหน้าซึ่งเป็นอะไรกดดันมากค่ะ(แต่หัวหน้าน่ารักมากนะคะ ใจดี และเป็นคนแรกที่ชวนเราคุย) แต่เมื่อมีพี่คนอื่นได้เดินมาเล่นมาคุยและพูดขึ้นมาว่า "อ้าว ไม่ไปทำงานฝ่ายนั่นหรอ ทางผู้ใหญ่อนุมัติแล้วนะแล้วก็ให้น้องคนนี้(เรา)มาทำงานที่ตรงนี้แทนนิ" และในที่สุดพี่คนนั้นก็ได้พูดปฏิเสธในการย้ายตำแหน่งค่ะ เรื่องนี้เราทั้งสองได้พบพูดคุยกับทางผู้ใหญ่แล้วนะคะ ท่านก็ถามว่ามีเป็นปัญหาอะไรมั้ย พี่เขาก็ไม่ได้ตอบอะไร แต่มองดูก็รู้แล้วว่าไม่อยากไปแต่ทำไรไม่ได้จึงทำเป็นเงียบแล้วตอบว่า ค่ะ ไปแค่นั้น สุดท้ายหัวหน้าเลยได้ฝากเราไว้กับพี่คคนนั้นว่าให้สอนงานเรา พี่เขาตอบรับไป แต่เรารอจนครึ่งวันพี่เขาไม่เรียกเราเลยค่ะ😭 ในตลอดระยะเวลาครึ่งวันเราได้เดินไปหาพี่คนนั้น เข้าไปถามว่ามีงานอะไรให้ช่วยมั้ยคะ มีงานให้หนูทำมั้ยคะ และก็ได้เสียงตอบกลับมาว่า "ไม่มี" แล้วก็ก้มหน้าทำงานต่อ เราก็อ๋อโอเคค่ะ เราพยายามยิ้มปลอบใจตัวเองว่าไม่เป็นไรๆ ตอนนี้พี่อาจจะเครียดงานก็ได้ไม่เป็นไร จนสุดท้ายช่วงเช้าครึ่งวันเราไม่ได้ทำอะไรเลย ได้แต่นั่งหน้าเอ๋ออยู่อย่างนั่น😂 เราไปพักเที่ยงเสร็จแล้วเราก็กลับมานั่งต่อและก็ได้ถามพี่เขาอีกครั้งว่ามีงานอะไรให้ช่วยทำมั้ยคะ และก็ได้คำตอบเดิมค่ะ คือไม่ แต่รอบนี้เหมือนจะมีบุญเก่าหลงเหลืออยู่ พี่ที่อยู่อีกฝ่ายนึง ได้เข้ามาช่วยเหลือเรา เข้ามาสอนงานเราเพราะพี่เขาเหมือนจะสังเกตเห็นว่าเรานั่นหน้าเอ๋อแบบนี้มานานแล้ว "หากไม่เข้าใจอะไรให้มาหาพี่ได้ หรือไม่ก็ไปถามหัวหน้าฝ่ายหนูก็ได้นะ" เรานี่น้ำตาซึมเลยค่ะ ได้แต่กลืนก้อนซะอึกและยิ้มออกมาเราดีใจมาก จนตลอดทั้งบ่ายเราก็ได้ทำงาน แต่พองานเสร็จหมดแล้วเราก็ได้ไปหาพี่คนนั้นอีกครั้งค่ะว่ามีไรให้หนูช่วยมั้ย(หนูขี้ตื้อใช่มั้ยคะ5555)แต่สาเหตุที่เราตื้อๆแบบนี้เพราะเราอยากคุยกับพี่คนนั้นค่ะ เรารู้สึกผิดมากค่ะที่ทำให้เขาเสียตำแหน่งงานที่ตัวเองทำเป็นเพราะเราคนเดียว แต่มีประโยคนึงค่ะที่ทำให้เราสะอึกจนยิ้มไม่ออกคือ มีพี่ๆมาแซวว่า "ห้องตำแหน่งนั้นทำไมโต๊ะยังว่างน้าาา" แล้วพี่เขาคนนั้นก็ได้พูดกลับมาว่า "ว่างก็ว่างไปเดี๋ยวตรงนี้ก็จะว่างอีกคนก็จะไม่อยู่แล้วเหมือนกัน" คือพี่คนนี้เคยเปรยๆไว้ว่าถ้าถูกย้ายเขาจะลาออกค่ะ เราได้ยินนี่แบบ....ได้แต่ก้มหน้าเขียนหนังสือต่อไป🥺😔 นี่แค่วันแรกก็สาหัสเอาการอยู่นะคะสำหรับเรา
ขอบคุณที่รับฟังตั้งแต่ต้นจนจบนะคะ🙏 เราแค่อยากระบายความรู้สึกเราไม่อยากบอกคนที่บ้านว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนนี้ เราพยายามจะไม่เอาเรื่องงานมาปนกับเรื่องส่วนตัวค่ะเราไม่อยากให้คนอื่นคอยเป็นห่วงในเรื่องแบบนี้ เดี๋ยวเราจะมาระบายให้ฟังใหม่นะคะ ถ้ายังมีคนอยากฟังอยู่นะ🙂 ขอบคุณค่ะ