ตัวหนังสือบนโลกไซเบอร์ (อีกตอนหนึ่ง)
โดย วรา วราภรณ์
ขาดสี่เดือนก็ครบปีที่ผู้เขียนหายไปจากพื้นที่นี้ ทั้งที่ตั้งใจไว้ว่าจะบอกเล่าเรื่องราวงานเขียนรับจ้างที่ตนเองพบมาให้จบความ ดังที่ขึ้นชื่อเรื่องไว้ในตอนที่แล้วว่า “ตัวหนังสือบนโลกไซเบอร์”
ไม่มีคำแก้ตัวใด ๆ ทั้งสิ้นค่ะ นอกจากความรู้สึกผิดที่ทิ้งช่วงนานมากเกินไป และความตั้งใจไว้อีกครั้งว่า เราต้องไม่ประมาทกับวันเวลา
จากตุลาคมปี 2563 ล่วงมาถึงต้นมิถุนายนปี 2564 ในบรรยากาศมาคุเพราะโรคระบาดมฤตยู ผู้เขียนยังใช้ชีวิตนักเขียนรับจ้างโดยพึ่งพาโลกออนไลน์เช่นเดิม แต่ปริมาณงานหดหายไปมาก ต้องเกาะข่าวหางานไว้ตลอด มีโอกาสอะไรลอยเข้ามาก็คว้าไว้เสมอ ๆ
ขอเล่าเหตุผลที่บอกลางาน content รายหนึ่งไปหลังจากอดทนทำได้หนึ่งเดือนเต็ม ๆ เนื้อหาความยาว 500 คำ พร้อมหาภาพประกอบ ต่อค่าจ้าง 50 บาท ที่แม้จะได้รับเงินอย่างรวดเร็วหลังจากส่งงานไปแล้ว แต่นั่นไม่ได้ช่วยให้พลังใจของตนเองดีขึ้นเท่าไรเลย แถมยังเป็นอะไรที่โถมทับลงมาให้หนักอึ้งทั้งสมองและหัวใจ เพราะการเขียนเพื่อนำเสนอสาระ ข้อเท็จจริงที่ต้องอาศัยการค้นคว้า รวบรวม วิเคราะห์ ก่อนจะมาสังเคราะห์เพื่อสรุปเป็นเรื่องราวง่าย ๆ นั้น ไม่เคยใช้เวลาต่ำกว่าสองชั่วโมง การที่ผู้เขียนต้องอดทนทำงานสองสามชั่วโมงเพื่อค่าแรงห้าสิบบาทจึงเป็นไปได้อย่างมากที่สุดแค่เดือนเศษ ๆ เท่านั้น
แต่ก็นั่นแหละ ความจริงก็คือยังมีบางคนที่รับเขียนบทความด้วยอัตรานี้ โดยมาลงประกาศหางานพร้อมเสนอราคาไว้อย่างเปิดเผย เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้เขียนจึงทำความเข้าใจเอาเองว่า คนเราต้องเลือกทำในสิ่งที่เราเชื่อมั่นจึงจะดีที่สุด หากไม่เชื่อ ไม่ศรัทธาแล้ว ก็ไม่ต้องฝืนทำดีกว่า
ต่อมาก็พบกับงานที่น่าสนใจมากชิ้นหนึ่ง คือ การเขียนรีวิวนิยายออนไลน์ให้สำนักพิมพ์ โดยแจ้งไว้ว่ามีค่าจ้างเขียนเรื่องละ 300 บาท เราเป็นผู้สมัครก็ต้องทำงานเพื่อทดสอบหนึ่งเรื่องก่อนตามระเบียบ (ประมาณ 15-20 ตอน) ยังจำได้ดีว่ามีทั้งวิเคราะห์ วิจารณ์พล็อต วิจารณ์ตัวละคร การใช้ภาษา ฯลฯ (ประมาณว่าข้อสอบวิชาวรรณคดีวิจารณ์) แต่ปรากฏว่าฝันกลับสลายอีก เพราะ “ไม่มีคำตอบจากสวรรค์” นั่นเอง ทั้งที่ตอนรับงาน ส่งงาน มีสัญญาณการสื่อสารที่ดีมาก แต่หลังจากส่งงานไปแล้วให้รอผลนี่สิ การสื่อสารพลันถูกตัดขาดอย่างสิ้นเยื่อขาดใยกันเลยทีเดียว อีเมล์ที่ส่งไปติดตามสอบถามก็พลันเป็นหมันไปเสียเฉย ๆ
และที่ทำให้อึ้งและมึนไปพร้อม ๆ กันก็คือ มีสนามเปิดรับ content สีเทาโดยออกมาประกาศหา “นักเขียนสายเทา” แทบทุกวัน ในราคาสูงกว่างานที่เล่าไว้ข้างบน แน่นอน เรื่องของหวย กีฬาในเชิงพนัน รวมทั้งเรื่องวาบหวิว วาบหวามทั้งหลายนั่นเอง
หลังจากตั้งท่ารับนานวันเข้าจึงบอกกับตัวเองว่า หยุดหางาน แล้วตั้งใจทำงานของตัวเองจะดีกว่า ในเมื่อร้านค้ายังมีแผงให้วางมากมาย แพลตฟอร์มวรรณกรรมออนไลน์สำหรับคนกลุ่มหนึ่งเฝ้าท่องเที่ยวและติดตาม ค้นหาเรื่องราวที่เขาสนใจ ถูกใจ และหลงใหล
ไม่ใช่คนเก่งที่จะยืนหยัดอยู่รอด แต่ต้องเป็นผู้ที่รู้จักปรับตัวได้ต่างหาก ปรับให้เข้ากับสถานการณ์และยุคสมัย ไซเบอร์สเปซช่วยย่อโลกให้แคบเข้า ขณะเดียวกันก็กระจายข้อมูลออกไปให้กลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ได้รับรู้ ความท้าทายของโลกไซเบอร์ก็คือ อิสรภาพการสื่อสารที่กว้างไกลไร้ขอบเขต มันคือความเร็วที่ถูกเสิร์ฟด้วยต้นทุนต่ำ
ถึงไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะตามหาแฟนคลับของเราให้เจอ แต่ก็ไม่เสียหายถ้าคิดจะทดลอง
(ขอบคุณนักอ่านทุกท่านค่ะ)
บทความวันจันทร์ (7 มิ.ย. 64) : ตัวหนังสือบนโลกไซเบอร์ (อีกตอนหนึ่ง)
โดย วรา วราภรณ์
ขาดสี่เดือนก็ครบปีที่ผู้เขียนหายไปจากพื้นที่นี้ ทั้งที่ตั้งใจไว้ว่าจะบอกเล่าเรื่องราวงานเขียนรับจ้างที่ตนเองพบมาให้จบความ ดังที่ขึ้นชื่อเรื่องไว้ในตอนที่แล้วว่า “ตัวหนังสือบนโลกไซเบอร์”
ไม่มีคำแก้ตัวใด ๆ ทั้งสิ้นค่ะ นอกจากความรู้สึกผิดที่ทิ้งช่วงนานมากเกินไป และความตั้งใจไว้อีกครั้งว่า เราต้องไม่ประมาทกับวันเวลา
จากตุลาคมปี 2563 ล่วงมาถึงต้นมิถุนายนปี 2564 ในบรรยากาศมาคุเพราะโรคระบาดมฤตยู ผู้เขียนยังใช้ชีวิตนักเขียนรับจ้างโดยพึ่งพาโลกออนไลน์เช่นเดิม แต่ปริมาณงานหดหายไปมาก ต้องเกาะข่าวหางานไว้ตลอด มีโอกาสอะไรลอยเข้ามาก็คว้าไว้เสมอ ๆ
ขอเล่าเหตุผลที่บอกลางาน content รายหนึ่งไปหลังจากอดทนทำได้หนึ่งเดือนเต็ม ๆ เนื้อหาความยาว 500 คำ พร้อมหาภาพประกอบ ต่อค่าจ้าง 50 บาท ที่แม้จะได้รับเงินอย่างรวดเร็วหลังจากส่งงานไปแล้ว แต่นั่นไม่ได้ช่วยให้พลังใจของตนเองดีขึ้นเท่าไรเลย แถมยังเป็นอะไรที่โถมทับลงมาให้หนักอึ้งทั้งสมองและหัวใจ เพราะการเขียนเพื่อนำเสนอสาระ ข้อเท็จจริงที่ต้องอาศัยการค้นคว้า รวบรวม วิเคราะห์ ก่อนจะมาสังเคราะห์เพื่อสรุปเป็นเรื่องราวง่าย ๆ นั้น ไม่เคยใช้เวลาต่ำกว่าสองชั่วโมง การที่ผู้เขียนต้องอดทนทำงานสองสามชั่วโมงเพื่อค่าแรงห้าสิบบาทจึงเป็นไปได้อย่างมากที่สุดแค่เดือนเศษ ๆ เท่านั้น
แต่ก็นั่นแหละ ความจริงก็คือยังมีบางคนที่รับเขียนบทความด้วยอัตรานี้ โดยมาลงประกาศหางานพร้อมเสนอราคาไว้อย่างเปิดเผย เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้เขียนจึงทำความเข้าใจเอาเองว่า คนเราต้องเลือกทำในสิ่งที่เราเชื่อมั่นจึงจะดีที่สุด หากไม่เชื่อ ไม่ศรัทธาแล้ว ก็ไม่ต้องฝืนทำดีกว่า
ต่อมาก็พบกับงานที่น่าสนใจมากชิ้นหนึ่ง คือ การเขียนรีวิวนิยายออนไลน์ให้สำนักพิมพ์ โดยแจ้งไว้ว่ามีค่าจ้างเขียนเรื่องละ 300 บาท เราเป็นผู้สมัครก็ต้องทำงานเพื่อทดสอบหนึ่งเรื่องก่อนตามระเบียบ (ประมาณ 15-20 ตอน) ยังจำได้ดีว่ามีทั้งวิเคราะห์ วิจารณ์พล็อต วิจารณ์ตัวละคร การใช้ภาษา ฯลฯ (ประมาณว่าข้อสอบวิชาวรรณคดีวิจารณ์) แต่ปรากฏว่าฝันกลับสลายอีก เพราะ “ไม่มีคำตอบจากสวรรค์” นั่นเอง ทั้งที่ตอนรับงาน ส่งงาน มีสัญญาณการสื่อสารที่ดีมาก แต่หลังจากส่งงานไปแล้วให้รอผลนี่สิ การสื่อสารพลันถูกตัดขาดอย่างสิ้นเยื่อขาดใยกันเลยทีเดียว อีเมล์ที่ส่งไปติดตามสอบถามก็พลันเป็นหมันไปเสียเฉย ๆ
และที่ทำให้อึ้งและมึนไปพร้อม ๆ กันก็คือ มีสนามเปิดรับ content สีเทาโดยออกมาประกาศหา “นักเขียนสายเทา” แทบทุกวัน ในราคาสูงกว่างานที่เล่าไว้ข้างบน แน่นอน เรื่องของหวย กีฬาในเชิงพนัน รวมทั้งเรื่องวาบหวิว วาบหวามทั้งหลายนั่นเอง
หลังจากตั้งท่ารับนานวันเข้าจึงบอกกับตัวเองว่า หยุดหางาน แล้วตั้งใจทำงานของตัวเองจะดีกว่า ในเมื่อร้านค้ายังมีแผงให้วางมากมาย แพลตฟอร์มวรรณกรรมออนไลน์สำหรับคนกลุ่มหนึ่งเฝ้าท่องเที่ยวและติดตาม ค้นหาเรื่องราวที่เขาสนใจ ถูกใจ และหลงใหล
ไม่ใช่คนเก่งที่จะยืนหยัดอยู่รอด แต่ต้องเป็นผู้ที่รู้จักปรับตัวได้ต่างหาก ปรับให้เข้ากับสถานการณ์และยุคสมัย ไซเบอร์สเปซช่วยย่อโลกให้แคบเข้า ขณะเดียวกันก็กระจายข้อมูลออกไปให้กลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ได้รับรู้ ความท้าทายของโลกไซเบอร์ก็คือ อิสรภาพการสื่อสารที่กว้างไกลไร้ขอบเขต มันคือความเร็วที่ถูกเสิร์ฟด้วยต้นทุนต่ำ
ถึงไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะตามหาแฟนคลับของเราให้เจอ แต่ก็ไม่เสียหายถ้าคิดจะทดลอง
(ขอบคุณนักอ่านทุกท่านค่ะ)