เรื่องสั้น ╰ รู้เดียงสา ╮

ตีสองสี่สิบ ลิลลี่นั่งบนเก้าอี้นวม ทอดสายตานอกหน้าต่าง
ฟังสรรพสำเนียงต่าง ๆ ได้ยินเสียงเม็ดฝนกระทบ เสียงฟ้าร้องครืน
และเสียงฝีเท้าทางเดินนอกห้อง
"ถึงบ้านจนได้" เธอนึก

ตลอดสองสัปดาห์รอนเปลี่ยนไป ทุกคืนกลับบ้านดึก อ้างว่าทำงานล่วงเวลา
ตื่นเช้าลิลลี่เจอเขาเพียงหนึ่งถึงสองชั่วโมงก็ออกไปทำงาน  
เสียงประตูไม้ดังแอ๊ดตอนตีสองสี่สิบหก

"ไปใหนมา ? ฉันโทรไปยี่สิบสายทำไมไม่รับ" น้ำเสียงหงุดหงิดสอบปากคำ
"พอดีผมแวะไปบ้านประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์!" เขาตอบเสียงห้าว
เสื้อฮู๊ดชุ่มฝน แขวนกระเป๋ากับตะขอ ถอดเสื้อคลุมเขวี้ยงลงตะกร้า
"หาเรื่องโกหกให้ดีกว่านี้ไม่ได้เหรอ!" ลิลลี่ย้อนเสียงขุ่น
มือขวารอนปลดนาฬิกา กระเป๋าสตางค์ ไอโฟนในกางเกงวางบนโต๊ะ

"ให้ตายสิ ต้องรายงานคุณทุกเรื่องรึไง! ให้ตารางชีวิตของผมมีเวลาหน่อยเถอะ!"
"เราเป็นครอบครัวนะ ฉันเป็นแม่ของลูก เป็นภรรยา" 
"ตลกแล้ว!" รอนขัด "เรายังไม่ได้แต่งงาน!"
"แต่คุณคือพ่อของลูก ฉันเป็นห่วงคุณ!"
"โอเค ขอโทษ บอกให้ทีมค้นหากลับป้อมได้แล้ว!"
มือซ้ายเขาหยิบผ้าเช็ดตัวจากราวแขวน เข้าห้องน้ำปิดเปรี้ยง

หลังรอนกรนเหมือนอูฐบนเตียงมือสองผุพัง 
เธอแอบค้นตะกร้า เห็นเส้นผมยาวสีดำติดมากับปกเสื้อ 
มีกลิ่นน้ำหอมบลูเบอรี่ กลิ่นเหล้าจาง ๆ 
กระเป๋าเป้หนังมีแต่ห่อถุงยางอนามัย กลิ่นช็อกโกแลต เบคอน โคล่า
"โอ้พระเยซู กี่คนกันแน่เนี่ย!?"

เบาะแสทั้งหมด ราวเศษขนมปังที่พ่อหนูน้อยฮันเซลโปรยทิ้งไว้ 
ไม่นานสัญชาตญาณผู้หญิงก็บอกลิลลี่ ชีวิตคู่หล่อนท่าจะมีมือที่สามแน่

ตีห้าครึ่งคืนนั้น รอนได้ยินเสียงกระซิบปลุกตื่น 
"ไอ้สารเลวจอมนอกใจ ไอ้คนไม่รักษาสัญญา!" ลิลลี่นั่งคล่อมบนเตียง 
ท่อนขากดหัวเข่า ตาบวมแดงก่ำ สองมือถือปืนรีวอลเวอร์ ยี่ห้อสมิท แอนด์ เวสสัน 
ลำกล้องโลหะแสตนเลส ด้ามทำจากไม้สลัก  รุ่นหกสิบจุดเอจุดสามแปดจ่อหน้าผาก

ตาง่วงซึมจ้องอาวุธโลหะ หายง่วงปลิดทิ้ง มันดำเงาขนลุกน่าสะพรึง
กลิ่นอายอันตรายลอยอวลในอากาศ
ทั้งสองต่างจ้องประสาน แววตาสีคลื่นมหาสมุทรรันทด โกรธ เคียดแค้น
ส่วนแววตาสีตะกั่ว พิศวง หวาดหวั่น ตึงเครียดตั้งแต่หัวจรดเท้า
รู้สึกนาทีหยุดนิ่งท่ามกลางความเป็นความตาย

"วางปืนลงเถอะลิลลี่..." รอนพยายามสะกดเสียงเยือกเย็นที่สุด หายใจหนัก "คุณใช้ไม่เป็นหรอก" 
นิ้วเล็ก ๆ ปลดไกดังกริ๊ก "ฉันไม่ได้โง่นะ!" แทบระงับความสั่นของมือไม่ได้ 
"อย่านะลิลลี่! กฏหมายรัฐนี้แรงมาก ถ้าคุณยิงผมเขาจะยิงเป้าคุณ"
"ฉันไม่สน ฉันยิงแกกลางแสกหน้าได้!" 
มือที่กำปืนสั่นระริก เห็นถนัดทีเดียวว่าพยายามบีบให้แน่น
ริมฝีปากรอนชิงคำพูด
"คุณอยากเป็นหมอไม่ใช่เหรอ หมอมีหน้าที่ช่วยชีวิตคนนะ
"ต้องคิดถึงจิตใจผู้อื่น...รับผิดชอบชีวิตมนุษย์"
"แกรู้มั้ย แพทย์ในสงครามครูเสดใช้ยาพิษฆ่าคน! ต้องทำยาพิษอาบลูกธนู ถ้าหมอคิดลอบสังหารน่ากลัวที่สุด!"  
ความคิดอันตราย ดูเหมือนอันตรายขึ้นทุกที
ผมสีน้ำผึ้งไม่อยู่ในอารมณ์จะมีเหตุผล
พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ เธอจะตัดสินใจทำอะไร
หน้าซีดรอนเสียขวัญ แต่พยายามบังคับตัวเองให้ทำหน้าปกติ 

"ผมรักคุณนะ...อย่าทำอย่างนี้เลยที่รัก" 
"อย่ามาที่รักกับฉันไอคนตีสองหน้า! คุณจะซุกฉันไว้ใต้พรมไม่ได้!" แม้อยู่ในอารมณ์โกรธ แต่น้ำเสียงกลับสะอื้น

"ไม่มีใครซุกใครไว้ทั้งนั้น!" รอนชี้แจง "ไม่มีใครมาพรากผมไปจากคุณได้ 
"ชีวิตนี้ผมต้องการคุณคนเดียวนะ...คุณคือยอดรัก คลีโอพัตตราของผม" รอนพูดอย่างมีมนต์ขลัง  
"ใครนะเป็นผู้หญิงสวยที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ใครกันนะคือราชีนีพราวเสน่ห์ที่สุดบนพื้นพิภพ
"คุณบ้าไปแล้วเรอะ!" 
"พูดจริง! เราสองคนเกิดมาคู่กันนะ คุณคือรักแรกของผม..." เขาหยุดนิดหนึ่ง เอ่ยเสียงหวานช้า ๆ 
"ตาอความารีนคุณสวยมาก ผมบลอนด์ก็เงางาม ริมฝีปากก็บาง มือคุณก็...ขาวผ่องมากด้วย
"ขอปืนให้ผมเถอะที่รัก คุณไม่มีใบอนุญาติพกปืนนะ" ลมหายใจแผ่วลึกเป็นจังหวะ ทว่าหัวใจเต้นรัวเหมือนกลอง 
"คิดให้ดี ๆ สิองค์หญิงจูเลียต คุณยังมีอีกสองชีวิตอยู่ในท้อง" รอนเกลี้ยกล่อม
"อยากให้เจสซี่กับเจเรมี่กำพร้าพ่อเหรอ...คุณไม่อยากให้เขามีแม่เป็นฆาตกรหรอกใช่มั้ย ไม่ต้องการให้แกเติบโตในสถาณเลี้ยงเด็กกำพร้า..."

ลิลลี่สะอึกสะอื้นกระอึกกระอักก้มหน้าลง
มือขวารอนฉวยปืนรวดเร็วจนตามองไม่ทัน ส่วนมือซ้ายตบบ้องแก้มเธอดังโครมตกจากเตียง 
สองร่างคุกเข่าคล่อม มือขวายกปืนจรดลำกล้องบนหน้าผาก
มือซ้ายกดคอลิลลี่แนบพื้น ราวสิงโตใช้อุ้งเท้าขยุ้มลูกกระต่าย
"รู้สึกยังไงที่มีปืนจ่อหน้าผากหา! ตอบมาว่ารู้สึกยังไง! นังบ้า!" รอนตวาดกลับ
"ฉัน...ฉันท้องลูกแฝดคุณนะ" น้ำเสียงนั้นขาดห้วง น้ำตาเอ่อล้นเต็มดวงตา
"ผมไม่สนว่าคุณจะมีแฝดสี่ หรือแฝดเจ็ดอยู่ในท้อง!
"ชีวิตอัดผมจนน่วมแล้ว! กลับบ้านเหนื่อย ๆ ต้องมาเจอแบบนี้อีกเหรอ! เป็นบ้าอะไรเนี่ย เป็นบ้าอะไรหา!" 
รอนพูดออกมาตรง ๆ ขบกรามแน่น

"คุณ...นอกใจฉันทำไม!" อารมณ์ผู้หญิงซัก  
"มีหลักฐานรึเปล่า!" 
"เส้นผมนี่ไง!" ลิลลี่ประกาศก้อง
ล้วงมือซ้ายเข้าไปกระเป๋ากางเกง
นิ้วโป้งกับนิ้วชี้หนีบผมหยักศกดำสลวยขึ้นโชว์

"อาจเป็นของคนทำความสะอาด ในห้างที่ทำงานก็ได้!" ใบหน้ารอนแดงก่ำ สุ้มเสียงตอบขุ่น ๆ
"โกหก!" เธอค้านเสียงก้อง
"คุณนั่นแหละอย่าปรักปรำ!" รอนคำราม มองด้วยสายตาประกายเสือ ระเบิดอารมณ์อัดอั้น 
"จ้องแต่จะจับผิดผมอยู่เรื่อย! 
"ทุกคืนกลับมาเจอแต่อะไรที่ไม่เป็นสับปะรด! คุณเป็นซะยังงี้! แล้วทำไมผมควรจะอยู่บ้านด้วย!"
มือขวาตบเธออีกฉาดอย่างคนหมดความอดกลั้น 

ทันใดนั้นสียงกำปั้นทุบกำแพงดังตึง ๆ  
เสียงเล็กแหลมลอดผนังกั้น บอกไม่ถูกเป็นชายหรือหญิง 
"อย่ามาส่งเสียงหนวกหูเวลานี้! ไม่งั้นจะโทรเรียกตำรวจเดี๋ยวนี้" 
"ฉันซี้ตำรวจโว้ย!" เขาประชดใส่กำแพง  "พ่อฉันเล่นโป๊กเกอร์กับผู้บัญชาการตำรวจเป็นประจำ!" 
เสื้อกล้ามขาวลุกช้า ๆ ฟันกัดแน่น 
"ผมเบื่อการระแวงที่ไม่มีที่สิ้นสุดของคุณ มันน่าระอา!" เขาตัดบท

ริมฝีปากลิลลี่บิดเบี้ยว ร้องไห้โฮ น้ำตาไหลทะลักพรั่งพรูจนตาพร่า 
ใบหน้าเป็นรอยแดงเหมือนสีของอิฐ 
เขาเดินออกห้องนอน ปิดประตูลงด้วยความรู้สึกย่ำแย่เหลือประมาณ
จากนั้นเปิดลิ้นชัก ปลดกระสุน โยนปืน ล็อคลูกกุญแจ
ลิลลี่ส่งเสียงร้องโหยหวน ก่อนจะโถมตัวคว่ำหน้าลงกับที่นอน 
กรีดร้องด้วยความโศกเศร้า ร้องแบบเสียสติ เหมือนคนไม่มีน้ำตาให้ไหล
เกงดำขายาวก้าวฉับ ๆ  เอนกายนอนบนโซฟาในห้องนั่งเล่น
สายตาเหม่อมองนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าดำขับแสงดาวเจิดจ้า   
ลมเย็นเอื่อยโบกพัดต้องผิว
"แค่นี้ไม่เท่าไหร่หรอก! ต้องใช้มากกว่านี้ถึงจะทำให้ผมร้อนใจได้!"
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่