[CR] [[-REVIEW-]] โดนโรงแรม 5 ดาว**แจ้งความ** หมอนหาย4ใบ มูลค่า 3,632 บาท!!!!

สวัสดีเพื่อนๆชาวพันทิปทุกคนค่ะ^-^
จากที่เคยอ่านกระทู้ร้องเรียนหรือรีวิวโรงแรมต่างๆของคนอื่นนั้น
วันนี้ไม่นึกเลยว่ากระทู้รีวิวแรกของตัวเองจะเป็นเรื่องการโดนโรงแรมแจ้งความ!!!
อ่านไม่ผิดค่ะทุกคน **โดนโรงแรม 5 ดาว** แจ้งความ!!
มีหมายจากคุณตำรวจมาแปะหน้าบ้านเลยค่าาาาา

เรื่องก็มีอยู่ว่า.................
เมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่ผ่านมา จขกท ได้ทำการเข้าพักที่โรงแรมริมแม่น้ำติดห้างดังแห่งหนึ่งย่านฝั่งธน เป็นเวลา 2 คืน
ในระหว่างการเข้าพักได้มีการโทรขอหมอน ถังแช่ไวน์และแก้วไวน์ 2 ใบ เพิ่มเติมจากทางโรงแรม

**แก้ไข : เพิ่มเติมรายละเอียดคือ**
วันแรก : หลังทำการCheck-in ได้ทำการขอเพิ่ม 3 ใบ ทันทีที่ถึงห้อง
ในห้องมีStandard Set Up อยู่ที่ 4 ใบค่ะ
และตอนกลางคืน ก่อนนอน ได้ขอหมอนเพิ่มอีก 2 ใบ พร้อมถังแช่และแก้วไวน์
วันที่สอง : มีการมาทำความสะอาดห้องเนื่องจาก จขกท แจ้งExtend stayอยู่ต่ออีก 1 คืน มีการเก็บหมอนไปบางส่วน
ซึ่งในตอนแรกไม่แน่ใจว่ากี่ใบเพราะไม่ได้สนใจแต่สามารถรู้สึกได้จากความรู้สึกว่านอนแล้วไม่เหมือนเดิม
จึงทำการโทรขอเพิ่มอีก 2 ใบ พนักงานมีการทวงถาม ว่าได้มีการขอไปแล้ว
แต่ทางเราก็ได้แจ้งไปว่ามีการทำห้องแล้วเก็บไปจึงอยากได้เพิ่ม ให้นอนสบายเหมือนในคืนแรก
ต้องขออธิบายก่อนว่า จขกท เป็นคนที่ชอบนอนหมอนเยอะๆค่ะ
เตียงที่บ้านมีหมอนประมาณ 12-14 ใบและเมื่อเรามานอนโรงแรมเราก็อยากนอนให้สบาย
เพราะสำหรับตัวเราคิดว่าถ้านอนแล้วไม่สบายเหมือนอยู่บ้านจะมาเสียเงินทำไม
แต่ทุกครั้งที่มีการเรียกใช้คุณพนักงานก็จะมีการให้ทิป เพราะถือเป็นสินน้ำใจเล็กๆน้อยๆ
ยกเว้นแต่จะไม่มีแบงค์ย่อยจริงๆก็อาจจะไม่ได้ให้บ้างในบางครั้ง
และในบางครั้งที่เราเข้าพัก ในบางโรงแรมก็จะมีเหมือนกันค่ะที่ทางโรงแรมอาจจะให้ได้แค่ 2 ใบ
ซึ่งเราก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ก็อาจจะไม่กลับไปพักอีกเพราะถือว่าไม่ใช่แบบที่เราชอบค่ะ

และในวันที่Check-outนั้น ก็ตามขั้นตอนของโรงแรมปกติ
พนักงานReceptionได้ทำการโทรเช็คกับทางแม่บ้านเพื่อเช็คความเรียบร้อย
ก่อนที่จะมีการคืนเงินมัดจำเป็นเงินสดให้ จขกท เป็นเงินจำนวน 2,000 บาท

หลังจากนั้น ภายในวันเดียวกันช่วงเย็น มีสายโทรเข้ามาที่เบอร์ของแฟนถามถึงเรื่องหมอน
แต่ทางเราก็แจ้งไปว่ามีการขอเพิ่มและได้ทิ้งทุกอย่างไว้ที่ห้องตามปกติและไม่ได้ใส่ใจอะไรเป็นพิเศษกับสายนั้น

หลายวันต่อมาก็มีสายโทรเข้ามาอีกจากทางโรงแรม มาที่เบอร์เดิม
จขกท ได้ยินได้ยินแฟนคุยโทรศัพท์และเข้าใจว่าเป็นเรื่องหมอนอีกแต่ก็ไม่ได้สนใจจะถามรายละเอียดอะไรเพิ่มเติม

จนกระทั่ง.......
..........................................
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม คุณแม่ส่งรูปมาให้ว่ามีหมายตำรวจมาติดที่หน้าบ้าน!!!!
โดยใจความมีอยู่ว่า "คนร้ายเข้ามาภายในห้องพัก ของโรงแรม......โดยวันที่ 23 เมษายน พนักงานโรงแรมดังกล่าว ได้ตรวจสอบพบว่า
หมอนของโรงแรมได้ถูกลักไป จึงเดินทางมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ฉะนั้นจึงให้ (จขกท) ไปพบ (คุณตำรวจ) ที่ สน. .....
ในวันที่ 28 พฤษภาคม เวลา 10.00น. หากท่านไม่มาตามกำหนด จะถือว่าท่านมีส่วนร่วมในการกระทำผิด"

ช็อคซีนีม่าและงงมากค่ะ O_o"
แต่ในใบของคุณตำรวจยังไม่ได้ระบุชื่อผู้ต้องหา

หลังจากที่ได้อ่าน จขกท ก็รีบโทรไปที่เบอร์ของคุณตำรวจที่อยู่ในหมายทันที
คุณตำรวจพูดจาดีมาก อธิบายถึงเหตุการต่างๆตอนที่ทางโรงแรมมาแจ้งความ ประมาณว่าตอนแรกคุณตำรวจแนะนำให้ลงบันทึกประจำว่ัน
และไปเคลียร์กันเองก่อนแต่ทางโรงแรมยังยืนยันที่จะแจ้งความ จึงต้องมีการออกหมายเพื่อเรียกมาไต่สวน
ซึ่งทาง จขกท อยากไปเลยทันที ณ วันนั้น บัดเดี๋ยวนั้นเพราะร้อนใจมากและอยากให้ทุกอย่างเคลียร์
แต่ทางคุณตำรวจไม่สะดวกเพราะไม่ได้เข้าเวรในวันนั้นจึงขอนัดเป็นวันอื่นแทน

หลังจากที่วางสายจากคุณตำรวจ
จขกท ก็รีบโทรไปที่โรงแรมทันทีและขอต่อสายไปทางFront Office Managerแต่ว่าได้คุยกับDuty Managerแทน
จึงสอบถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งคิดว่าทุกคนในแผนกก็น่าจะรู้เรื่องนี้ คุณDuty Managerท่านนั้นจึงบอกว่าเป็นProcedureของทางโรงแรม
ที่ต้องทำแบบนี้ในกรณีที่มีของหายไปเพราะหมอนเป็นทรัพย์สินของทางโรงแรม
และได้มีการทวงถามไปทางคุณผู้ชายแล้วแต่ยังไม่ได้ของคืน!?

จขกท จึงอธิบายว่าเราไม่ได้นำอะไรออกไปแน่นอนและตอนที่Check Outเมื่อวันที่24 เมษายน
ทางReceptionได้มีการโทรหาคุณแม่บ้านเพื่อแจ้งและทำการเช็คว่าห้องเรียบร้อยแล้วจึงคืนเงินDepositให้ จขกท เป็นเงินสดจำนวน 2,000บาท
และหลังจากนั้น มีการโทรมาถามเรื่องหมอนจริงแต่ทางเราไม่รู้เรื่อง และไม่ได้เอาไปจึงไม่ได้สนใจอะไร
แล้วคุณมาแจ้งความ เอาหมายตำรวจมาแปะหน้าบ้านแบบนี้ ทำแบบนี้กับแขก มันเป็นสิ่งที่สมควรทำหรือ?
คุณเห็นว่าเราเดินอุ้มหมอนออกไปจากโรงแรมหรือถึงได้กล้าแจ้งความขนาดนี้??

จขกท ไม่ได้รับคำตอบและจึงถามต่อว่า หมอนได้หายไปจำนวนกี่ใบเพราะหมอนนั้น ใบไม่เล็กเลยจะเอาออกไปได้ยังไง
แล้วใครเค้าจะเอาหมอนกลับบ้านกัน มันดูผิดปกติมากๆ
แล้วทางคุณDuty Managerได้แจ้งกลับมาว่า 9 ใบ!!!! จขกท ฟังไม่ผิดแน่นอนว่า 9 ใบ
ทางเราก็คือตกใจมากและนึกภาพตามว่าจะเอาออกไปได้ยังไง 9 ใบและโรงแรมคิดอะไรอยู่ งงสุดๆ
หลังจากพยายามอธิบายอยู่นาน รวมไปถึงแจ้งทางคุณเค้าไปด้วยว่าเราเองก็เคยทำงานโรงแรม ซึ่งเป็นโรงแรมเพื่อนบ้านของเค้าเอง
เราพอที่จะรู้Procedureและเราเองก็ทำงานในสายงานบริการ เราคิดว่าเคสแบบนี้คือไม่ปกติและคุณก็ไม่ควรทำแบบนี้กับแขก

คุณDuty Managerไม่พูดอะไรต่อแต่โอนสายไปให้คุยกับทางSecurityซึ่งเมื่อสักครู่นี้
คุณDuty Managerถึงจะคุยกันไม่ค่อยเข้าใจแต่ก็พูดจาดี แต่ทางSecurityพูดจาห้วนๆ ซึ่ง จขกท ก็ไม่ทราบว่าเป็นบุคลิกของคุณเค้ามั้ย
แต่โดยการทำงานในสายงานบริการก็ถือว่าไม่เหมาะสม ทางคุณSecurityเองก็บอกกับ จขกท ว่าหมอนหายไป 9 ใบ
เราว่าเราฟังไม่ผิดแน่นอน ซึ่งในภายหลังในวันที่มาInvestigateที่โรงแรม ทางโรงแรมแจ้งว่าหายไป 4 ใบ
แต่ก็เถอะค่ะ 4 ใบจะเอาไปได้ยังไง ยังไงคุณBell Boyก็ต้องช่วยเราขนแล้ว ของขนาดนั้น - -"
และทิ้งท้ายว่าเค้าไม่คุยทางโทรศัพท์ ให้ไปเจอกันที่สน.

=============

สรุปก็คือด้วยความที่คุณตำรวจ จขกทและทางโรงแรมว่างไม่ตรงกัน
จึงได้นัดวันไกล่เกลี่ยเป็นวันที่ 1 มิถุนายน 
ซึ่งก็คือ โอ้โห ต้องรออีกหลายวันเชียวค่ะ บอกตรงๆว่าคืนแรกนั้นนอนไม่หลับเลย
เพราะร้อนใจ ไม่สบายใจเลย ด้วยความที่ จขกท เองไม่เคยเจออะไรแบบนี้ มันไม่ปกติเลยกับชีวิตเรา
จขกท พยายามนึกไทม์ไลน์ของตัวเราเองและรวบรวมหลักฐานทุกๆอย่างที่เรามี ซึ่งก็โชคดีมากที่เป็นคนติดโซเชียล
ถ่ายรูป ถ่ายสตอรี่ไว้ตลอดเวลา ดุจดั่งตัวเองเป็นยูทูบเบอร์ อินฟลูเอนเซอร์ก็ไม่ปาน
ไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งเหล่านี้จะสามารถมาใช้เป็นหลักฐานในการพิสูจน์ตัวตนอะไรของเราได้

และวันที่ 1 มิถุนายนก็มาถึง.............
จขกท ไปที่สน. เวลาตามนัด 11.00น. พร้อมด้วยหลักฐานทุกสิ่งอย่างในมือถือและเอาPower Bankชาร์จไปเต็มที่
พอไปถึงคุณตำรวจก็ได้เชิญ คุณSecurityมาพร้อมด้วยหลักฐาน ซึ่งก็คือกระดาษเอกสารต่างๆ
ทาง จขกท จึงถามหาคลิปจากกล้องCCTVแต่คุณเค้าตอบว่าไม่มี ไม่ได้เอามา
ทุกคนจึงต้องเดินทางไปที่โรงแรมเพื่อขอดูCCTVจากที่นั่น โดยมีคุณตำรวจ(ซึ่งไม่ใช่เจ้าของคดี) เดินทางไปเป็นพยานด้วย


เมื่อไปถึง ทางโรงแรมก็ได้พาไปที่Security Officeเพื่อขอดูกล้องแต่ก็รออยู่นานร่วมชั่วโมง
จึงได้คำตอบว่า Hard Driveเสีย = =" ไม่สามารถเปิดดูได้
มีก็เพียงแต่รูปที่เจ้าหน้าที่Securityเคยแคปหน้าจอเอาไว้เมื่อตอนที่ยังเปิดกล้องดูCCTVของวันนั้นๆได้
และนำภาพเหล่านั้น ไปแจ้งความกับคุณตำรวจ ซึ่งภาพเหล่านั้นก็คือภาพของ จขกท เดินเข้าและออกจากห้องพัก
มีมุมนั้นมุมเดียว ไม่มีมุมในลิฟต์ ไม่มีมุมหน้าล๊อบบี้ ไม่มีมุมทางเดินใดๆ ไปถึงลานจอดรถ
ซึ่งลานจอดรถกับตัวโรงแรมนั้น อยู่แยกกันคนละตึกต้องเดินผ่านล็อบบี้ก่อน1 เดินออกไปด้านนอกบริเวณDrop Offวัดอุณหภูมิ1
ลงลิฟต์อีก1 และที่ลานจอดรถอีก1 แต่ไม่สามารถดูบริเวณไหนได้เลยในวันนั้นๆ 22-24 เมษายน
แต่พี่ที่ไปด้วยกันบอกว่ายังสามารถเห็นไฟล์วันที่ 17 เมษายนได้อยู่จากบนหน้าจอ
ไม่รู้เพราะสาเหตุใด วันที่เกิดเหตุคลิปCCTVจึงหายไป เหมือนในหนังฝรั่งก็ปานนั้น


ระหว่างนั้นพี่ที่ไปด้วยจึงอยากให้เรื่องจบเร็วๆ เราจึงยกประเด็นที่ว่า กระเป๋าที่เรานำมาในวันเข้าพักนั้นใบเล็กมาก
ซึ่งเป็นSize Carry Onที่สามารถหิ้วขึ้นเครื่องบินได้แน่นอน โดยไม่ถูกจับชาร์จเงินค่ากระเป๋า
นำมาจำนวน 2 ใบสำหรับ 2 คนและเราเองนั้นก็เข้าพักเป็นเวลา 2 คืน ไหนจะเสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ สกินแคร์ต่างๆ
จะใส่หมอน 4 ใบ เข้าไปในกระเป๋าได้อย่างไร งงนะ???
ทางเราจึงแสดงความบริสุทธิ์ใจโดยการให้แม่บ้านไปนำหมอนมา มาค่ะ มาลองยัดกัน

แต่...........
.........................
....................................
...............................................


เหตุการณ์ก็เลยเป็นแบบใน"คลิป"ที่ได้แชร์กันในFacebookค่ะ!!!!!


ชื่อสินค้า:   โรงแรมริมแม่น้ำติดห้างดังแห่งหนึ่งย่านฝั่งธน
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่