หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
[CR] รีวิว Mama Restaurant ร้านอาหาร-ขนมหวานตำรับอินเดียแท้สั่งสมประสบการณ์กว่า 20 ปี อยู่ริมคลองโอ่งอ่าง
กระทู้รีวิว
อาหารอินเดีย
อาหารคาว
อาหาร
ร้านอาหาร
อาหารจานเดียว
หลังจากเข้าไปอยู่ในกลุ่ม "อาหารอินเดียไปเรื่อย" ได้สักระยะนึงก็เหมือนเป็นการเปิดโลกและทำให้รู้จักร้านใหม่น่าลองมากมายตั้งแต่ระดับภัตตาคารขึ้นห้างไปจนถึงพื้นบ้านทั่วไปราคาไม่แพง โดยร้านที่เราจะเข้ามากันในรีวิววันนี้เปิดให้บริการมายาวนานกว่า 20 ปี ชื่อว่า "Mama Restaurant" ติดกับสถานที่ท่องเที่ยวเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ใจกลางฝั่งพระนครนั่นก็คือ "คลองโอ่งอ่าง" ย่านพาหุรัตเต็มไปด้วยชาวไทยเชื้อสายอินเดียเข้ามาเปิดกิจการค้าขายกันอยู่มากมาย วิธีการเดินทางมาก็ง่ายๆหากขับรถยนต์ส่วนตัวมาเองบริเวณรอบๆมีทั้งห้างสรรพสินค้าและลานจอดรถให้บริการอยู่มากมายจากนั้นเดินเท้าเข้ามาตามแผนที่ Google Maps ได้ตามสะดวก ถ้ามาร้านด้วยบริการขนส่งสาธารณะให้ลง MRT สถานีสามยอดหรือนั่งเรือด่วนเจ้าพระยาธงสีส้มมาลงที่ท่าสะพานพุทธ แล้วเดินเท้าหรือเรียกรถเข้ามาอีกประมาณ 600 เมตร ก็จะพบกับตึกแถวขนาดใหญ่ติดผ้าใบกันสาดสีน้ำเงินโดดเด่นสะดุดตาพร้อมป้ายชื่อร้านสีแดงพิมพ์ลงบนบนพื้นสีเหลืองตั้งอยู่ติดริมคลองโอ่งอ่างแบบนี้แสดงว่ามาถูกร้านแล้วอย่างแน่นอนครับผม
เนื่องจากร้านตั้งอยู่ริมคลองโอ่งอ่างที่มักจะจัดตลาดนัดทุกวันศุกร์/เสาร์และอาทิตย์เวลา 16.00-22.00 น. ก็เลยแบ่งร้านออกเป็น 2 ส่วนคือ ด้านนอกเป็นโซน Street Food แบบอินเดียขายเมนูพร้อมทานมีทั้ง Pani-Puri / Momo / Papri Chaat / Dahi Puchka / Samosa เป็นอาหารทานเล่นๆเหมาะสำหรับการเดินตลาดและเครื่องดื่มปั่นเย็นใส่แก้วอย่าง Lassi หรือโยเกิร์ตปั่นอินเดียใส่ผลไม้ต่างๆ พร้อมกับโต๊ะกับเก้าอี้ให้นั่งพักทานด้านหน้าร้านแบบด่วนๆ นอกจากนี้ยังมีป้ายบอกเมนูเด็ดที่ต้องลองและป้ายรายการอาหารทั้งหมดภายในร้านขนาดใหญ่เชิญชวนให้เข้าไปนั่งทานด้านในร้าน วันนี้ที่เรามาแดดค่อนข้างร้อนและไม่มีตลาดนัดเข้าไปนั่งห้องแอร์เย็นๆด้านในกันครับผม
ภายในร้านเป็นห้องกระจกใสเปิดรับแสงธรรมชาติจากรอบทิศทางและเฟอร์นิเจอร์ทั้งโต๊ะ-เก้าอี้ต่างๆก็ใช้สีขาวทั้งหมดจึงทำให้ร้านดูโปร่งโล่งสะอาดกว้างขวางถึงแม้ว่าจะมีให้บริการอยู่เพียงไม่กี่โต๊ะ แต่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้มากมายตั้งแต่มากันเป็นคู่ไปจนถึงครอบครัวขนาดใหญ่สูงสุด 10 คน เปิดแอร์เย็นฉ่ำสบายเสากลางร้านและผนังติดกระจกเงาสะท้อนยิ่งทำให้ร้านดูกว้างขึ้นไปอีกขั้น นอกจากเมนูอาหารในป้ายที่เห็นด้านหน้าแล้วด้านในเขาก็มีขายวัตถุดิบและอาหารสำเร็จรูปนำเข้าจากประเทศอินเดียมากมายรวมถึงตู้แช่เย็นใส่ขนมหวานสีสันสดใสดูน่าทานหลากหลายรายการ เรียกได้ว่าครอบคลุมทุกๆความต้องการในเรื่องของ"อาหารอินเดีย"จบได้ภายในร้านเดียวเลยครับผม
เล่มเมนูฉบับเต็มของที่ร้านเป็นสีน้ำเงินเข้มสะดุดตาแบบเดียวกับหน้าร้าน รายการต่างๆไม่ได้เรียงกันเป็นหมวดหมู่ชัดเจนแต่สามารถสรุปได้เป็น อาหารทานเล่น/แป้งย่างทานกับแกง/ข้าวหุง/เส้นผัด/อาหารชุด/อาหารจานเดียว/แกงอินเดีย/เมนูจีน-อินเดีย/เมนูผัด/เมนูย่าง/ขนมหวานและเครื่องดื่ม มีทั้งแบบมังสวิรัติหรือใส่เนื้อสัตว์อยู่รวมกัน ถือว่าค่อนข้างสั่งยากหน่อยแต่มีรูปภาพกำกับทุกๆเมนูทำให้ตัดสินใจได้ง่ายยิ่งขึ้น ราคาอาหารโดยรวมถือก็ว่ารับได้เริ่มต้นที่โรตีแผ่นละ 10 บาท/ข้าวที่ละ 25 บาท/แกงมังสวิรัติเริ่มต้นที่ถ้วยละ 100 บาท/แกงใส่เนื้อไก่-ปลาเริ่มต้นที่ 200 บาท ถ้าแพงหน่อยก็จะเป็นเมนูที่ใช้เนื้อแกะ-แพะและกุ้งเริ่มต้นที่ 250-499 บาท ขนมหวานชิ้นละ 20-25 บาท น้ำเปล่ากับชาแขกราคา 10-20 บาท มื้อนี้จะราคาถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับวัตถุดิบในแต่ละเมนูที่เราสั่งไปครับผม
ชามแรกเป็นเมนูแกงที่เป็น Signature ของทางร้านก็คือ "Palak Paneer" ราคา 180 บาท เป็นแกงผักโขมบดละเอียดแบบเข้มข้นใส่ครีมเพิ่มความหอมมันนัวปรุงรสให้พอเค็มอ่อนๆ เพิ่มโปรตีนด้วยชีสก้อนแข็งของอินเดียที่มีความเหมือนเต้าหู้หอมกลิ่นนมแบบเข้มข้น ถ้าตักทานเปล่าๆส่วนตัวคิดว่าเลี่ยนไปเพราะมีแต่ความเค็มมันไม่มีกลิ่นเครื่องเทศเลยแม้แต่น้อย แนะนำว่าให้สั่งแป้งนานที่ปรุงรสชาติต่างๆมาทานคู่กันจะช่วยทำให้อร่อยครบทุกมิติมากยิ่งขึ้นครับผม แกงต่อไปเป็นเมนูสามัญประจำร้านอาหารอินเดียนั่นคือ "Butter Chicken" ราคา 280 บาท หรือแกงเนยใส่อกไก่เราขอให้ทางร้านปรุงมาแบบเผ็ดๆหอมกลิ่นเครื่องเทศและเหมือนจะผสมเนยถั่วลงไปให้ความนัวนุ่มนวลไม่ร้านอื่น ที่สำคัญก็คือร้านนี้เขาไม่ใส่สมุนไพรมีกลิ่นแปลกคล้ายๆกับน้ำมันต์วัดแขกแบบที่เราไม่ค่อยชอบทำให้ทานง่ายมากยิ่งขึ้น ได้แป้งนานสุดเหนียว-นุ่มจุ่มลงไปแบบฉ่ำๆพร้อมเนื้อไก่ชิ้นใหญ่เคี้ยวเต็มคำอร่อยสุดๆเลยครับเมนูนี้
เมนูจานต่อไปพนักงานร้านแนะนำให้เราสั่งมาลองนั่นคือ "Mutton Do Pyaza" ราคา 290 บาท เป็นเนื้อแพะติดกระดูกสับเป็นชิ้นๆเอาลงไปตุ๋นในน้ำแกงสุดเผ็ดร้อนรสหวาน-เค็มกลมกล่อมหอมเครื่องสมุนไพรผสมกับขิงเส้นสดคล้ายๆกับแกงฮังเลภาคเหนือของประเทศไทย (แค่เปลี่ยนจากหมูสามชั้นเป็นเนื้อแพะ) ตุ๋นนานจนได้เนื้อนุ่มเนียนละลายในปากไร้กลิ่นเหม็นสาบเฉพาะตัว ทานคู่กับข้าวสวยหรือแป้งนานก็อร่อยฟินห์ได้ง่ายๆถูกปากคนไทยอย่างไม่ต้องสงสัย แต่มีข้อควรระวังก็คืออย่ามัวแต่เพลินกับเนื้อตุ๋นนุ่มๆเพราะมีกระดูกชิ้นใหญ่และเล็กผสมกันอยู่ในน้ำแกงกัดแรงๆอาจทำให้ฟันแตกได้นะครับ จานต่อไปเป็นเมนูข้าวทานง่ายๆแบบอาหารจานเดียวอย่าง "Prawn Briyani" ราคาจานละ 170 บาท หรือข้าวหมกกุ้งทำจากบาสมาติเมล็ดเรียวยาวสัมผัสเคี้ยวเหนียว-นุ่มหุงกับเครื่องสมุนไพรต่างๆโดดเด่นด้วยขมิ้นที่ให้สีเหลืองกับกลิ่นกานพลูพุ่งขึ้นจมูกทานกับเนื้อกุ้งเด้งๆ ปกติร้านอื่นมักจะเสิร์ฟกับ Raita แต่ที่นี่ต้องสั่งแยกมาราคา 120 บาท หรือจะทานคู่กับซอสมินต์รสเผ็ดเปรี้ยวหอมกลิ่นใบสะระแหน่สั่งได้ฟรีครับผม
แกงอินเดียข้นๆก็ต้องทานคู่กับแป้งนานวันนี้เราสั่งมาชิม 2 เมนูได้แก่ Garlic Naan ราคาตะกร้าละ 40 บาทมี 3 แผ่น ด้านนอกกรุบกรอบข้างในสัมผัสเหนียวนุ่มฉ่ำเนยอินเดียผสมกระเทียมและผักชีกลิ่นหอมตีขึ้นจมูกคล้ายกับขนมปังกระเทียมของฝรั่ง พอฉีกให้เป็นคำแล้วเอาไปจุ่มลงในแกงต่างๆที่สั่งมาช่วยเพิ่มความนัวอร่อยกว่าแป้งที่จืดๆได้หลายเท่าแนะนำให้สั่งเลยครับ ส่วนอีกเมนูไม่เคยทานเลยสั่งมาชิมนั่นก็คือ "Cheese Naan" ราคาตะกร้าละ 90 บาท มี 3 แผ่น เป็นแป้งโรตีที่ระหว่างชั้นสอดไส้ด้วยชีส 2 ชนิดรสเค็ม-มันเข้ากับแกงน้ำข้นๆที่มีรสเผ็ดหวานช่วยให้ครบทุกมิติมากยิ่งขึ้นหรือนั่งทานเปล่าๆก็อร่อยเพลินดีไม่แพ้กัน ถือว่าอร่อยทั้งคู่ขึ้นอยู่ว่าจะเลือกสั่งแบบไหนครับผม
หมดเมนูแกง-ข้าวต่างๆมาเข้าสู่ Side Dish จานแรกค่อนข้างหนักหน่อยก็คือ "Tandoori Chicken" หรือไก่ย่างแบบอินเดียราคาจานละ 180 บาท ให้มา 4 ชิ้นใหญ่ๆเป็นส่วนน่องกับสะโพกหมักสมุนไพรย่างถ่านสไตล์อินเดีย โดยรวมมีความคล้ายกับไก่ย่างแบบไทยแค่สีแดงจัดจ้านสวยงามมากกว่าอีกทั้งยังมีความนุ่ม-ฉ่ำไม่แห้งฝืดคอ ก่อนทานให้บีบน้ำมะนาวลงไปบนเนื้อไก่หรือจิ้มกับซอสมินต์รสเปรี้ยว-เผ็ดหอมกลิ่นใบสาระแหน่สูตรของทางร้าน ถ้าเริ่มรู้สึกเลี่ยนข้างๆจานเป็นยำหอมแขกคลุกกับพริกป่นและน้ำส้มสายชูคล้ายๆกับยำของไทย เพลิดเพลินได้หลากหลายรสชาติในจานเดียวครับ เมนูต่อมาเราเคยทานในร้านอาหารทิเบตมาแล้วคือ "Chicken Momo's" เสิร์ฟ 6 ชิ้นราคา 90 บาท สามารถเลือกได้ว่าจะให้นึ่งหรือทอดเลยสั่งมาแบบผสมกันอย่างละ 3 ชิ้น มีจุดที่แตกต่างกันกับสูตรทิเบตก็คือแป้งเหนียวหนึบคล้ายกับการเอาแป้งโรตีมาห่อเกี๊ยวไม่บางนุ่ม ส่วนไส้ใช้อกไก่ผสมกับหอมหัวใหญ่ไม่มีไขมันจึงค่อนข้างแห้งฝืดคอกว่า แต่ก็มีจุดที่เหมือนกันคือทานกับซอสพริกผสมมะเขือเทศรสเผ็ดร้อนขึ้นหูสะใจ ไม่ว่าจะทอดหรือนึ่งก็แตกต่างกันแค่สัมผัสของแป้งด้านนอกแต่รสชาติโดยรวมเหมือนกันทุกประการ ถึงแม้ว่าจะเป็นเมนู Momo เหมือนกันแต่พอมาอยู่ในมือของพ่อครัวชาวอินเดียแล้วถือว่าแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ก็อร่อยไปอีกแบบนึงครับผม
******* เกิน 10,000 ตัวอักษร ขอรีวิวต่อในช่อง Comment นะครับ *******
ชื่อสินค้า:
Mama Restaurant and Sweet
คะแนน:
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
- จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
- ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
เช้านี้เจอน้ำเต้าหู้+ปลาท่องโก๋ 5 ตัว+ซาลาเปา2ลูก 19 บาทผมถึงกับงง?
ปกติผมซื้อของไม่ค่อยจำราคาหรอกครับ แต่คิดว่า ปกติแพงกว่านี้นะครับ คือวันนี้ไปวิ่งออกกำลังกายอีก ทางนึง เห็นเค้าขายเลยซื้อมาฝากแฟน ปลาท่องโก๋ 5 ตัว ซาลาเปา 2 ลูก น้ำเต้าหู้ไม่ใส่เครื่อง1 ผมก็ถามว่าเท่า
HMC
พากินอาหารอินเดียที่ร้าน Mama Restaurant and Sweets
เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้วก่อนจะไปเรียนภาษาฮินดีในช่วงบ่าย เรานัดกับเพื่อนที่เรียนด้วยกันเพื่อไปกินอาหารอินเดียมา ด้วยความที่พาหุรัดอยู่ไม่ไกลจากที่เรียนมาก (เรียกแท็กซี่จากหน้าห้าง India Emporium ไปถึงที
สมาชิกหมายเลข 1811852
ทำไมข้าวหอมมะลิในวังของพระมหากษัตริย์หอมเเปลกๆ???
ตามชื่อกระทู้เลยครับผมได้ลองชิมกับข้าวเเละข้าวของในวังเเละได้ข้าวหอมมะลิมาเเล้วผมลองเอามาดมดูมันหอมเเปลกๆผมเลยจะถามคนรู้ว่าเขาใส่อะไรลงไปหรือเเต่งกลิ่นอะไรถึงได้หอมขนาดนั้นอะครับ
สมาชิกหมายเลข 6335516
มือใหม่กับอาหารอินเดีย
ไม่เคยทานอาหารอินเดียมาก่อนเลยค่ะ อยากลองทานอาหารอินเดียมากๆเลย รบกวนแนะนำเมนูกับวิธีการทานให้หน่อยนะคะ หรือจะแนะนำของหวานด้วยก็ได้ค่ะ (เป็นคนทานอาหารรสเผ็ดได้ ทานเนื้อสัตว์ได้ ทานผักได้ แต่ท้
สมาชิกหมายเลข 6343562
Review อาหารอินเดีย ฟู๊ดคอร์ด พาหุรัด ฉบับกินคนเดียว
"ย่านพาหุรัด" 1 ในย่านที่มีอาหารอินเดียเยอะที่สุด อาหารอินเดียเป็นอาหารที่เน้นเครื่องเทศ รสชาติร้อนแรง ใครที่ชอบเครื่องเทศแนะนำให้มาลอง ฟินๆไปเลยจ้าา รีวิวอาหารอินเดียร้าน MAMA'S INDI
สมาชิกหมายเลข 6154813
อาหารอินเดียร้าน สยามอินเดีย Siam India สาขา วิคตอเรีย การ์เด้นส์ เพชรเกษม 69 อาหารรสชาติเข้มข้น เปิดเช้าดี
วันนี้ไปกินอาหารอินเดียที่ร้าน Siam India ตั้งอยู่ใน community mall วิคตอเรีย การ์เด้นส์ Victoria Gardens ปากซอยเพชรเกษม 69 เลือกร้านนี้เพราะอยากกินอาหารอินเดีย เลยเปิดดู Eatigo เจอร้านนี้ที่เปิดเช้าด
JDredd
🍲🍤รวมเมนูดับร้อน หน้าร้อนกินอะไรดี เมนูไหนกินตอนอากาศร้อนแล้วชื่นใจสุดๆ!
🍲🍤รวมเมนูดับร้อน หน้าร้อนกินอะไรดี เมนูไหนกินตอนอากาศร้อนแล้วชื่นใจสุดๆ! 1. เมนูดับร้อน หมวดอาหารคาว - แกงจืดฟักเขียวหมูสับ ราชาแห่งผักฤทธิ์เย็น ช่วยระบายความร้อนได้ดีที่สุด - แกงจืดตำลึง ช่วยดับ
สมาชิกหมายเลข 1183951
รีวิวร้าน Aoringo ธนิยะพลาซ่าสีลม แกงกะหรี่สูตรต้นตำรับจากญี่ปุ่น รสสดชื่นไม่หนักหน่วงทานได้เรื่อย ๆ
ถ้าใครติดตามผมอยู่แล้วจะจำได้ว่า เราเคยหมายที่จะมาทานร้านนี้ไว้นานละ แต่มารอบที่แล้วไม่ทันดันปิดซะก่อน รอบนี้เลยจดเวลาเปิด-ปิดร้านอย่างแม่นยำเอาไว้เพื่อจะมาชิมโดยเฉพาะ กับร้านแกงกะหรี่ตำรับญี่ปุ่นที่เ
Food Addicts
วิธีทำ " มาม่าผัดพริกขี้หนูสด ใส่เป็ด หอมโหระพา" รสเด็ด เผ็ดจัดจ้าน เส้นเหนียวนุ่มไม่เละ ทำง่ายมาก! 🌶️🍜
สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกท่าน 😁 วันนี้จขกท. มีเมนูปลายเดือนมาฝาก แต่อัพเกรดความอร่อยกันนิดหน่อย กับเมนู "มาม่าผัดพริกสดเนื้อเป็ด" ที่เน้นความเผ็ดร้อนจากพริกขี้หนูสวน ผสมความหอมละมุนของใบโหระพา แ
เที่ยวสบายสบาย
Shepherd’s pie : พายเด็กเลี้ยงแกะ
Shepherd’s pie : พายเด็กเลี้ยงแกะน่ากินไหมล่ะเราดูรายการคุณสเตฟาน มีเทปนึงที่สอนทำเมนูนี้https://www.youtube.com/watch?v=DjIfiWiYXEgเราก็ไม่ได้กินเมนูนี้มาหลายสิบปีแล้วเช่นกัน คิดถึงเมนูนี้มากมา
deauny
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
อาหารอินเดีย
อาหารคาว
อาหาร
ร้านอาหาร
อาหารจานเดียว
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ : 4
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
[CR] รีวิว Mama Restaurant ร้านอาหาร-ขนมหวานตำรับอินเดียแท้สั่งสมประสบการณ์กว่า 20 ปี อยู่ริมคลองโอ่งอ่าง
เนื่องจากร้านตั้งอยู่ริมคลองโอ่งอ่างที่มักจะจัดตลาดนัดทุกวันศุกร์/เสาร์และอาทิตย์เวลา 16.00-22.00 น. ก็เลยแบ่งร้านออกเป็น 2 ส่วนคือ ด้านนอกเป็นโซน Street Food แบบอินเดียขายเมนูพร้อมทานมีทั้ง Pani-Puri / Momo / Papri Chaat / Dahi Puchka / Samosa เป็นอาหารทานเล่นๆเหมาะสำหรับการเดินตลาดและเครื่องดื่มปั่นเย็นใส่แก้วอย่าง Lassi หรือโยเกิร์ตปั่นอินเดียใส่ผลไม้ต่างๆ พร้อมกับโต๊ะกับเก้าอี้ให้นั่งพักทานด้านหน้าร้านแบบด่วนๆ นอกจากนี้ยังมีป้ายบอกเมนูเด็ดที่ต้องลองและป้ายรายการอาหารทั้งหมดภายในร้านขนาดใหญ่เชิญชวนให้เข้าไปนั่งทานด้านในร้าน วันนี้ที่เรามาแดดค่อนข้างร้อนและไม่มีตลาดนัดเข้าไปนั่งห้องแอร์เย็นๆด้านในกันครับผม
ภายในร้านเป็นห้องกระจกใสเปิดรับแสงธรรมชาติจากรอบทิศทางและเฟอร์นิเจอร์ทั้งโต๊ะ-เก้าอี้ต่างๆก็ใช้สีขาวทั้งหมดจึงทำให้ร้านดูโปร่งโล่งสะอาดกว้างขวางถึงแม้ว่าจะมีให้บริการอยู่เพียงไม่กี่โต๊ะ แต่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้มากมายตั้งแต่มากันเป็นคู่ไปจนถึงครอบครัวขนาดใหญ่สูงสุด 10 คน เปิดแอร์เย็นฉ่ำสบายเสากลางร้านและผนังติดกระจกเงาสะท้อนยิ่งทำให้ร้านดูกว้างขึ้นไปอีกขั้น นอกจากเมนูอาหารในป้ายที่เห็นด้านหน้าแล้วด้านในเขาก็มีขายวัตถุดิบและอาหารสำเร็จรูปนำเข้าจากประเทศอินเดียมากมายรวมถึงตู้แช่เย็นใส่ขนมหวานสีสันสดใสดูน่าทานหลากหลายรายการ เรียกได้ว่าครอบคลุมทุกๆความต้องการในเรื่องของ"อาหารอินเดีย"จบได้ภายในร้านเดียวเลยครับผม
เล่มเมนูฉบับเต็มของที่ร้านเป็นสีน้ำเงินเข้มสะดุดตาแบบเดียวกับหน้าร้าน รายการต่างๆไม่ได้เรียงกันเป็นหมวดหมู่ชัดเจนแต่สามารถสรุปได้เป็น อาหารทานเล่น/แป้งย่างทานกับแกง/ข้าวหุง/เส้นผัด/อาหารชุด/อาหารจานเดียว/แกงอินเดีย/เมนูจีน-อินเดีย/เมนูผัด/เมนูย่าง/ขนมหวานและเครื่องดื่ม มีทั้งแบบมังสวิรัติหรือใส่เนื้อสัตว์อยู่รวมกัน ถือว่าค่อนข้างสั่งยากหน่อยแต่มีรูปภาพกำกับทุกๆเมนูทำให้ตัดสินใจได้ง่ายยิ่งขึ้น ราคาอาหารโดยรวมถือก็ว่ารับได้เริ่มต้นที่โรตีแผ่นละ 10 บาท/ข้าวที่ละ 25 บาท/แกงมังสวิรัติเริ่มต้นที่ถ้วยละ 100 บาท/แกงใส่เนื้อไก่-ปลาเริ่มต้นที่ 200 บาท ถ้าแพงหน่อยก็จะเป็นเมนูที่ใช้เนื้อแกะ-แพะและกุ้งเริ่มต้นที่ 250-499 บาท ขนมหวานชิ้นละ 20-25 บาท น้ำเปล่ากับชาแขกราคา 10-20 บาท มื้อนี้จะราคาถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับวัตถุดิบในแต่ละเมนูที่เราสั่งไปครับผม
ชามแรกเป็นเมนูแกงที่เป็น Signature ของทางร้านก็คือ "Palak Paneer" ราคา 180 บาท เป็นแกงผักโขมบดละเอียดแบบเข้มข้นใส่ครีมเพิ่มความหอมมันนัวปรุงรสให้พอเค็มอ่อนๆ เพิ่มโปรตีนด้วยชีสก้อนแข็งของอินเดียที่มีความเหมือนเต้าหู้หอมกลิ่นนมแบบเข้มข้น ถ้าตักทานเปล่าๆส่วนตัวคิดว่าเลี่ยนไปเพราะมีแต่ความเค็มมันไม่มีกลิ่นเครื่องเทศเลยแม้แต่น้อย แนะนำว่าให้สั่งแป้งนานที่ปรุงรสชาติต่างๆมาทานคู่กันจะช่วยทำให้อร่อยครบทุกมิติมากยิ่งขึ้นครับผม แกงต่อไปเป็นเมนูสามัญประจำร้านอาหารอินเดียนั่นคือ "Butter Chicken" ราคา 280 บาท หรือแกงเนยใส่อกไก่เราขอให้ทางร้านปรุงมาแบบเผ็ดๆหอมกลิ่นเครื่องเทศและเหมือนจะผสมเนยถั่วลงไปให้ความนัวนุ่มนวลไม่ร้านอื่น ที่สำคัญก็คือร้านนี้เขาไม่ใส่สมุนไพรมีกลิ่นแปลกคล้ายๆกับน้ำมันต์วัดแขกแบบที่เราไม่ค่อยชอบทำให้ทานง่ายมากยิ่งขึ้น ได้แป้งนานสุดเหนียว-นุ่มจุ่มลงไปแบบฉ่ำๆพร้อมเนื้อไก่ชิ้นใหญ่เคี้ยวเต็มคำอร่อยสุดๆเลยครับเมนูนี้
เมนูจานต่อไปพนักงานร้านแนะนำให้เราสั่งมาลองนั่นคือ "Mutton Do Pyaza" ราคา 290 บาท เป็นเนื้อแพะติดกระดูกสับเป็นชิ้นๆเอาลงไปตุ๋นในน้ำแกงสุดเผ็ดร้อนรสหวาน-เค็มกลมกล่อมหอมเครื่องสมุนไพรผสมกับขิงเส้นสดคล้ายๆกับแกงฮังเลภาคเหนือของประเทศไทย (แค่เปลี่ยนจากหมูสามชั้นเป็นเนื้อแพะ) ตุ๋นนานจนได้เนื้อนุ่มเนียนละลายในปากไร้กลิ่นเหม็นสาบเฉพาะตัว ทานคู่กับข้าวสวยหรือแป้งนานก็อร่อยฟินห์ได้ง่ายๆถูกปากคนไทยอย่างไม่ต้องสงสัย แต่มีข้อควรระวังก็คืออย่ามัวแต่เพลินกับเนื้อตุ๋นนุ่มๆเพราะมีกระดูกชิ้นใหญ่และเล็กผสมกันอยู่ในน้ำแกงกัดแรงๆอาจทำให้ฟันแตกได้นะครับ จานต่อไปเป็นเมนูข้าวทานง่ายๆแบบอาหารจานเดียวอย่าง "Prawn Briyani" ราคาจานละ 170 บาท หรือข้าวหมกกุ้งทำจากบาสมาติเมล็ดเรียวยาวสัมผัสเคี้ยวเหนียว-นุ่มหุงกับเครื่องสมุนไพรต่างๆโดดเด่นด้วยขมิ้นที่ให้สีเหลืองกับกลิ่นกานพลูพุ่งขึ้นจมูกทานกับเนื้อกุ้งเด้งๆ ปกติร้านอื่นมักจะเสิร์ฟกับ Raita แต่ที่นี่ต้องสั่งแยกมาราคา 120 บาท หรือจะทานคู่กับซอสมินต์รสเผ็ดเปรี้ยวหอมกลิ่นใบสะระแหน่สั่งได้ฟรีครับผม
แกงอินเดียข้นๆก็ต้องทานคู่กับแป้งนานวันนี้เราสั่งมาชิม 2 เมนูได้แก่ Garlic Naan ราคาตะกร้าละ 40 บาทมี 3 แผ่น ด้านนอกกรุบกรอบข้างในสัมผัสเหนียวนุ่มฉ่ำเนยอินเดียผสมกระเทียมและผักชีกลิ่นหอมตีขึ้นจมูกคล้ายกับขนมปังกระเทียมของฝรั่ง พอฉีกให้เป็นคำแล้วเอาไปจุ่มลงในแกงต่างๆที่สั่งมาช่วยเพิ่มความนัวอร่อยกว่าแป้งที่จืดๆได้หลายเท่าแนะนำให้สั่งเลยครับ ส่วนอีกเมนูไม่เคยทานเลยสั่งมาชิมนั่นก็คือ "Cheese Naan" ราคาตะกร้าละ 90 บาท มี 3 แผ่น เป็นแป้งโรตีที่ระหว่างชั้นสอดไส้ด้วยชีส 2 ชนิดรสเค็ม-มันเข้ากับแกงน้ำข้นๆที่มีรสเผ็ดหวานช่วยให้ครบทุกมิติมากยิ่งขึ้นหรือนั่งทานเปล่าๆก็อร่อยเพลินดีไม่แพ้กัน ถือว่าอร่อยทั้งคู่ขึ้นอยู่ว่าจะเลือกสั่งแบบไหนครับผม
หมดเมนูแกง-ข้าวต่างๆมาเข้าสู่ Side Dish จานแรกค่อนข้างหนักหน่อยก็คือ "Tandoori Chicken" หรือไก่ย่างแบบอินเดียราคาจานละ 180 บาท ให้มา 4 ชิ้นใหญ่ๆเป็นส่วนน่องกับสะโพกหมักสมุนไพรย่างถ่านสไตล์อินเดีย โดยรวมมีความคล้ายกับไก่ย่างแบบไทยแค่สีแดงจัดจ้านสวยงามมากกว่าอีกทั้งยังมีความนุ่ม-ฉ่ำไม่แห้งฝืดคอ ก่อนทานให้บีบน้ำมะนาวลงไปบนเนื้อไก่หรือจิ้มกับซอสมินต์รสเปรี้ยว-เผ็ดหอมกลิ่นใบสาระแหน่สูตรของทางร้าน ถ้าเริ่มรู้สึกเลี่ยนข้างๆจานเป็นยำหอมแขกคลุกกับพริกป่นและน้ำส้มสายชูคล้ายๆกับยำของไทย เพลิดเพลินได้หลากหลายรสชาติในจานเดียวครับ เมนูต่อมาเราเคยทานในร้านอาหารทิเบตมาแล้วคือ "Chicken Momo's" เสิร์ฟ 6 ชิ้นราคา 90 บาท สามารถเลือกได้ว่าจะให้นึ่งหรือทอดเลยสั่งมาแบบผสมกันอย่างละ 3 ชิ้น มีจุดที่แตกต่างกันกับสูตรทิเบตก็คือแป้งเหนียวหนึบคล้ายกับการเอาแป้งโรตีมาห่อเกี๊ยวไม่บางนุ่ม ส่วนไส้ใช้อกไก่ผสมกับหอมหัวใหญ่ไม่มีไขมันจึงค่อนข้างแห้งฝืดคอกว่า แต่ก็มีจุดที่เหมือนกันคือทานกับซอสพริกผสมมะเขือเทศรสเผ็ดร้อนขึ้นหูสะใจ ไม่ว่าจะทอดหรือนึ่งก็แตกต่างกันแค่สัมผัสของแป้งด้านนอกแต่รสชาติโดยรวมเหมือนกันทุกประการ ถึงแม้ว่าจะเป็นเมนู Momo เหมือนกันแต่พอมาอยู่ในมือของพ่อครัวชาวอินเดียแล้วถือว่าแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ก็อร่อยไปอีกแบบนึงครับผม
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น