เคยโดนเพื่อนเกลียดเกือบทั้งห้อง!!!!!!

สวัสดีค่าาาาาาา วันนี้จขกท.จะมาแชร์ประสบการณ์ที่เคยโดนเพื่อนเกลียดเกือบทั้งห้องนะคะ แต่ว่าเหมือนฟ้ามาโปรดค่ะ มีผู้ใหญ่มาเอ็นดู อุปถัมภ์ ค้ำชู จนเรามีความเข้มแข็ง ความกล้าหาญขนาดนี้นะคะ
          เข้าเรื่องเลยแล้วกันนะคะ ย้อนกลับไปประมาณ 9 ปีที่แล้วค่ะ จขกท.เรียนอยู่โรงเรียนประจำจังหวัดแห่งหนึ่ง ตอนนั้นสอบได้ห้องคิงค่ะ แม่จขกท.ก็รู้สึกอึ้งมาก เพราะไม่คิดว่าเราจะสอบได้55555555 แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นค่ะ ประเด็นอยู่ที่ว่าส่วนใหญ่ก็จะมีแต่คนเก่งๆทั้งนั้นแล้วอีกอย่างคือบางคนก็มีเพื่อนอยู่ห้องด้วยกัน จขกท.ก็มีเพื่อนที่มาจากที่เดียวกันนะคะแต่ว่าไม่ค่อยสนิท เพื่อนที่สนิทอยู่ห้องอื่นหมดเลยค่ะ ในกลุ่มมีเราคนเดียวที่ติด แต่ไม่เป็นไรค่ะ หาเพื่อนใหม่ละกัน555555 ด้วยความที่ว่าเป็นห้องคิงนะคะก็ส่วนใหญ่ฐานะทางบ้านเพื่อนๆก็จะรวยๆกันทั้งนั้น ส่วนจะฐานะปานกลางนะคะ คือเข้าไปแรกๆก็ไม่มีปัญหาอะไรนะ แต่เรียนไปสักพักเพื่อนๆก็เริ่มไม่ชอบเรา ไม่เล่นด้วย ปล่อยให้เราอยู่คนเดียวบ้าง เวลาเข้าแถวก็ไม่มีใครมาต่อเราทุกคนก็จะหนีเราหมด เหมือนรังเกียจเราอะค่ะ ตอนนั้นคือเราก็ไม่รู้ว่าทำผิดอะไร ทำไมเพื่อนไม่ชอบ แต่ว่าตอนนั้นคือเราแกร่งมากค่ะ คือเราก็ไม่สนใจ ในเมื่อไม่เล่นกับเรา เราก็จะไปกับเพื่อนเก่าที่สนิทกันแทนค่ะ เวลากินข้าว พัก ก็จะไปกับเพื่อนกลุ่มเดิมค่ะ เราก็ไม่แคร์ ตอนนั้นสตรองมาก5555555 แต่เพื่อนๆในห้องโดยเฉพาะกลุ่มหนึ่งที่เขาไม่ชอบเรา เขาจะพยายามมาแกล้งเราตลอดค่ะ ตอนนั้นรร.เราใช้คูปองอาหาร ก็จะมีให้ทุกคน พอพักเที่ยงครูจะเอามาแจก ปรากฏว่าเพื่อนเอาของเราไปซ่อนค่ะ แต่เราก็ไม่อะไรนะ ไม่ได้ร้องไห้เป็นนางเอกเหมือนในหนัง5555555 ฉันเข้มแข็งอยู่นะ เราก็เลยไปบอกคุณครู คุณครูก็เอาบัตรสำรองให้ค่ะ เราก็ไปกินข้าวปกติ แต่ยังไม่จบค่ะ เรื่องราวที่เราโดนมันเยอะมากๆ ตอนนั้นเราก็คิดนะคะว่าทำไมเพื่อนไม่ชอบเรา ก็จะมีเพื่อนคนหนึ่งที่โดนแบบเรา แล้วพอคุยได้ ก็เลยถามเพื่อนคนนั้น เพื่อนคนนั้นก็บอกว่าที่เพื่อนไม่ชอบเราเพราะว่าเราไม่รวยเหมือนเพื่อน คือเราก้งงเลยนะคะ พอรู้เหตุผลนี้ เราเลยไม่แคร์ค่ะว่าเพื่อนเขาจะคิดยังไงกับเรา ก็คือไม่เข้าใจเหมือนกันว่าไม่ชอบเราแล้วทำไมต้องไปบอกให้คนอื่นไม่ชอบเราด้วย ตลอดเวลาที่เราอยู่ห้องนี้ ก็โดนแกล้งตลอดค่ะ โดนเขียนกระเป๋าเอย ด่าสารพัด แต่เราก็ทนค่ะ เพราะเรารู้ว่าเป้าหมายที่เราอยู่ตรงนี้คืออะไร ด้วยความที่เราไม่สนใจมารผจญทั้งหลาย เราก็ยิ่งตั้งใจเรียนมากขึ้น ขยันมากขึ้น พวกนางก็ยิ่งดิ้นค่ะ แล้วห้องเราจะมีบังคับให้สอบวัดระดับความสามารถทางวิชาการ 2 วิชาค่ะ คือวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ตอนประกาศผลเราได้คะแนนวิทยาศาสตร์สูงสุดของจังหวัดในปีนั้น และก็ได้ลำดับที่ 7 วิชาคณิตศาสตร์นะคะ คือคุณครูก็ให้เราขึ้นไปโชว์ตัวกับเพื่อนๆทั้งสายนะคะ กับเพื่อนอีกคนที่สอบได้ที่ 1 คณิตศาสตร์ค่ะ คือคุณครูก็เอ็นดูเรามากๆ และท่านก็รู้ค่ะว่าเพื่อนในห้องคิดยังไงกับเรา ซึ่งท่านเคยพูดกับเรานะคะว่าครูมุ่งแต่จะให้ห้องคิงรุ่นเราเก่งแต่ครูกลับลืมที่จะส่งเสริมให้รุ่นเรามีคุณธรรม เก่งอย่างเดียวไม่ได้ต้องดีด้วย แต่เธอเก่งมากนะ........(ชื่อจริงเรา)ที่อดทนและฝ่าฟันมันมาได้ เรื่องราวทั้งหมดก็ขอบคุณเพื่อนๆที่เกลียดเราในวันนั้นค่ะ ที่มาเป็นด่านให้เราผ่านไปให้ได้ เรารู้สึกว่าเราแข็งแกร่งมาก แต่เราจะไม่เข้มแข็งขนาดนี้ถ้าไม่มี พ่อแม่ คุณครูประจำชั้นตอนนั้น และก็คุณครูที่ปั้นหนูให้เป็นหนู คุณครูที่เห็นศักยภาพในตัวหนูและเอ็นดูหนูมาตลอด แต่คือเราก็ไม่ได้มีความสามารถขนาดนี้ แต่เป็นเพราะครูคนหนึ่งที่เอ็นดูเราคอยสอนเรามาตลอด พาเราแข่งขันต่างๆ เวลาที่ครูคนนี้ไปเที่ยวที่ไหนก็นึกถึงเราตลอด ซื้อของมาฝาก ถามหาแม่เราตลอดค่ะ คือหนูอยากขอบคุณแม่มากนะคะ ถ้าไม่มีแม่ก็ไม่มีหนูในวันนี้ค่ะ (เราเรียกครูคนนี้ว่าแม่นะคะ) และด้วยเราตั้งใจเรียน ตั้งใจฝึกซ้อมไปแข่งขันก็ทำให้เราโฟกัสกับงานที่เราทำค่ะ ไม่ได้เอาเรื่องเพื่อนมาคิดเลย ก็ดีนะ เราแฮปปี้มากกกกกก เรื่องราวก็ประมาณนี้ค่ะ แล้วพอตอนเราจบเราก็ไปหาคุณครูที่เคารพค่ะเพื่อจะมาสวัสดีแล้วไปต่อที่อื่น คุณครูคนนี้เป็นอีกคนหนึ่งที่ดูแล เอ็นดู เวลาที่เราซ้อมครูคนนี้ก็จะไปรับไปส่งตลอดค่ะ เพราะว่าครูท่านรู้ว่าแม่เราก็ไม่ค่อยสบาย ก็ขอบคุณท่านอีกคนค่ะที่ดูแลหนูมาตลอด คือที่รร.ดีมากๆค่ะ ซึ่งก็นั่นแหละค่ะ ไปแข่งเยอะ เจอคนเยอะ รู้จักคนเยอะ ยิ่งมีประสบการณ์เยอะ คุณครูท่านนี้สอนหนูเสมอว่า สิ่งที่ต้องทำคือความดี สิ่งที่ต้องมีคือคุณธรรม และสิ่งที่ต้องจำคือบุญคุณ ปล.ลืมบอกนะคะตอนปีสุดท้ายก่อนจบเราเป็นคณะกรรมการนักเรียนด้วยนะเออ แพรวพราวมาก555555 จบเกรดเฉลี่ยรวมทุกภาคสวยๆค่ะ 3.96 คิดถึงตอนนั้นคือถ้าเราไม่มีครู 2 ท่านนี้คงโดนเพื่อนรังแกมากกว่านี้และเราก็คงไม่แกร่งเท่านี้ค่ะ ขอบคุณแม่วรรณภากับแม่วิรัชต์มากนะคะที่อบรมสั่งสอนหนูมาตลอดค่ะ ซึ่งก่อนเราจะกลับจริงๆแม่วิรัชต์ก็เลยบอกว่าคนที่หนูต้องขอบคุณมากที่สุดไม่ใช่แม่วิรัชต์แต่เป็นแม่วรรณภา ซึ่งแม่วรรณภาก็เอ็นดูเรา และก็รู้จักเราก่อนแม่วิรัชต์นะคะ ขอบคุณนะคะที่สอนให้หนูเข้มแข็ง สอนให้หนูเป็นทุกอย่าง และสอนให้หนูไม่ยอมแพ้ 
ปล.แล้วตั้งแต่ที่เราไม่สนใจเพื่อนที่เกลียดเรา เขาก็หายๆไปเลยนะคะ เหมือนจะทำอะไรกับเรา เราก็ไม่สะทบสะท้านแล้วนะคะ
             สุดท้ายนี้อยากจะบอกคนที่เคยโดนแบบเราหรือกำลังโดนอยู่นะคะ ว่าขอจงเข้มเเข็ง ทำทุกอย่างด้วยใจด้วยความศรัทธา ด้วยความเชื่อมั่นแล้วทุกๆสิ่งอย่างจะนำพาคุณไปอยู่ในที่ๆดี ที่ๆเหมาะสมกับคุณ และนำคุณไปพบกับคนที่เอ็นดู ที่ให้ความเมตตาเรานะคะ ขอแค่อย่ายอมแพ้ คนที่เกลียดเรายิ่งเขาเห็นเรามีสุขมากเท่าไหร่ เขายิ่งร้อนค่ะ เพราะฉะนั้นคุณต้องทำตัวเป็นน้ำนิ่งไหลลึก ไม่ต้องโต้ตอบใดๆ แล้วพวกเขาจะแพ้ภัยตนเองนะคะ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่